เมื่อ Salesforce เปลี่ยนโลกธุรกิจไทยให้ขับเคลื่อนด้วยกองทัพ AI Agent ที่สื่อสารภาษาไทย และทำงานได้จริง สรุปงาน Agentforce World Tour Bangkok

อย่างที่ทราบกันว่ายุคนี้คือยุคแห่ง Agentic AI หลายองค์กรพยายามนำ AI มาประยุกต์ใช้กับ Workflow เดิม แต่รายงานจาก MIT เปิดเผยว่า 95% ของการทดลอง AI ในองค์กรนั้น 'สอบตก' เมื่อนำมาใช้งานจริง

ปัญหาไม่ใช่เพราะโมเดล AI ไม่ฉลาดพอ แต่เป็นเพราะ AI ส่วนใหญ่ไรู้ว่าเราทำงานกันอย่างไร ไม่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ที่ถูกต้องแม่นยำได้ ทำให้การลงทุนมหาศาลกลายเป็นเพียงการสร้างแชตบอตที่ตอบคำถามได้ดูมั่นใจแต่ใช้งานไม่ได้จริง

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ Salesforce ประเทศไทย นำโดย คุณอภิสิทธิ์ คุปรัตน์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย ประกาศกลางงานใหญ่ Agentforce World Tour Bangkok ในปี 2026 ว่าถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจไทยต้องก้าวข้ามยุค AI ลองผิดลองถูก ไปสู่การเป็น 'Agentic Enterprise' องค์กรที่มนุษย์และ AI Agent ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ

4 เสาหลักที่เปลี่ยน 'แชตบอต' ให้กลายเป็น 'พนักงานอัจฉริยะ'

Salesforce มองว่าการจะเป็น Agentic Enterprise ได้จริง องค์กรต้องไม่ได้มีแค่โมเดล AI แต่ต้องมี "ระบบนิเวศ" ที่เชื่อมต่อกัน 4 ชั้น

  1. System of Context การเอาข้อมูลทุกอย่างในองค์กรมาเชื่อมต่อกันเพื่อให้ AI เข้าใจธุรกิจจริง ๆ โดยไม่ต้องย้ายข้อมูล
  2. System of Work กระบวนการทำงานที่สะสมมานานกว่า 30 ปี ถูกทำให้เป็นดิจิทัลทั้งหมด
  3. System of Agency เลเยอร์ที่ใช้สร้างและควบคุม Agent ให้ทำงานตามโจทย์ที่ตั้งไว้
  4. System of Engagement หน้าบ้านที่คนและ Agent มาเจอกันในที่เดียว ไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Agentforce ต่างจาก AI ทั่วไปคือมันทำงานบนแนวคิด Low-code/No-code ที่ช่วยให้องค์กรสร้างพนักงาน AI ได้ในหลักวินาที ไม่ใช่หลักเดือน

ภาษาไทย อาวุธลับที่ทำให้ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

สิ่งที่น่าสนใจคือ Agentforce รองรับภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ซึ่งจะช่วยทลายกำแพงทางภาษา รวมถึงเปิดโอกาสสำหรับ Use Cases ของบริษัทต่าง ๆ ที่วางแผนนำ Agentic AI ไปใช้ในองค์กรตนเอง

"วันนี้ Agentforce สามารถทำงานได้บนภาษาไทย นั่นหมายความว่าเราสามารถใช้ AI ได้เหมือนสื่อสารกับเพื่อนคนไทย" 

คุณอภิสิทธิ์ย้ำถึงความสำคัญของการเข้าถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยลดอุปสรรคด้านภาษา และทำให้ธุรกิจทุกระดับในไทยสามารถใช้ศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

นอกจากนี้ การจับมือกับ Informatica ยังเข้ามาแก้ปัญหา ข้อมูลที่ไม่เป็นระเบียบ ที่เป็นอุปสรรคใหญ่ของ AI โดยมีระบบ Data Governance ที่ช่วยคัดกรองข้อมูล Sensitive ไม่ให้รั่วไหลออกไปสู่ภายนอก ทำให้มั่นใจได้ว่าคำตอบที่ AI ส่งให้ลูกค้านั้นทั้งแม่นยำ และปลอดภัย

กรณีศึกษาจริง จาก 'โรงพยาบาลอัจฉริยะ' สู่ 'นิคมอุตสาหกรรมยุคใหม่'

ภายในงานมีการโชว์ Case Study ที่น่าสนใจจาก 2 องค์กรยักษ์ใหญ่ของไทย ได้แก่

1. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

เจมส์ แม็คคลีรี (James McCleary) CISO & CIO ของบำรุงราษฎร์ เผยวิสัยทัศน์การนำ Agentforce มาใช้ในรูปแบบ 'Patient Orchestration' ดูแลคนไข้ตั้งแต่ก่อนก้าวเท้าเข้าโรงพยาบาลไปจนถึงหลังกลับบ้าน 

ตัวอย่างเช่น การใช้ AI ช่วยสรุปข้อมูลการรักษา บันทึกรายงานแบบ Hands-free ผ่านคำสั่งเสียง ที่ช่วยแปลงเสียงพูดของช่างเทคนิคหรือทีมแพทย์ให้กลายเป็นข้อมูลในระบบได้ทันที ช่วยลดภาระงานแอดมินให้บุคลากรไปโฟกัสที่การดูแลคนไข้ได้อย่างเต็มที่

2. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)

กนอ. นำ Agentforce มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการดูแลนักลงทุน  ช่วยตอบโจทย์เฉพาะบุคคลและติดตามผลแบบ 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่พนักงาน ซึ่งช่วยยกระดับความเชื่อมั่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย

ธุรกิจที่เติบโตคู่กับหัวใจแห่งการให้

ท่ามกลางการแข่งขันเทคโนโลยีที่ดุเดือด Salesforce ยังคงยึดมั่นในโมเดล 1-1-1 (1% ของหุ้น, เวลาพนักงาน และผลิตภัณฑ์) เพื่อคืนกลับสู่สังคม โดยในภูมิภาคอาเซียนมีการบริจาคไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท และพนักงานใช้เวลาทำจิตอาสากว่า 2 แสนชั่วโมง

นี่คือภาพสะท้อนว่าในยุคที่ AI กำลังจะครองโลก ธุรกิจที่ยั่งยืนไม่ใช่แค่ธุรกิจที่ฉลาดที่สุด แต่คือธุรกิจที่ใช้ความฉลาดนั้นสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคมด้วย

"เราไม่ได้เอา AI มาเพื่อแทนที่คน แต่เราเอามาเพื่อสร้าง Agentic Enterprise ที่มนุษย์และ AI ทำงานร่วมกัน เพื่อให้มนุษย์มีเวลาไปทำในสิ่งที่สำคัญกว่า นั่นคือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน" คุณอภิสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สรุป 5 แนวคิด Bangkok Dialogue Notes จากเวที IMF-World Bank ที่ไทยอยากส่งต่อให้โลก

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เผยแพร่ Bangkok Dialogue Notes สรุปข้อคิดจากการประชุม IMF-World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ 5 แนวคิด พร้อมวางบทบาทไทยเป็น Trusted Connector ผู้เชื่อมโยงที่โลกไ...

Responsive image

โลกยังไม่ล้ม แต่ยืนบนฐานที่ร้าว IMFC สรุปโจทย์เศรษฐกิจโลก เตือนอย่าชะล่าใจต่อหนี้ สงคราม และความเหลื่อมล้ำจาก AI

เศรษฐกิจโลกผ่านแรงกระแทกรอบล่าสุดมาได้ดีกว่าที่คาด แต่เวทีปิดการประชุมคณะกรรมการการเงินและการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMFC ที่กรุงเทพฯ ชวนให้มองลึกกว่าตัวเลขการเติบโต เพราะกันชนทางกา...

Responsive image

สรุป 2 มุมมองผู้นำ IMF และ World Bank บนเวทีกรุงเทพฯ

สรุป 2 มุมมองเศรษฐกิจโลกจาก IMF และ World Bank ในงานประชุมใหญ่กรุงเทพฯ 2026: รับมือความเสี่ยง AI, หนี้พุ่ง, Bond Yield สูง และโจทย์ใหญ่สร้างงาน 1,200 ล้านตำแหน่ง...