
การอ่านรายงานประจำปีแบบ 56-1 ที่หนาหลักร้อยหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนอนุมัติสินเชื่อ เป็นงานที่นักวิเคราะห์การเงินต้องนั่งไล่อ่านทีละหน้าเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อหนึ่งฉบับ ล่าสุด SCBX ประกาศว่าสามารถย่นเวลาส่วนนี้ให้เหลือเพียงไม่กี่วินาที ด้วยระบบ AI ที่ทีมงานพัฒนาขึ้นเองภายในองค์กร
ระบบที่ว่ามีชื่อว่า CORA (Credit Optimization and Revolution with AI) ปัญญาประดิษฐ์สำหรับอ่าน วิเคราะห์ และตอบคำถามจากเอกสารภาษาไทยที่มีความซับซ้อน ซึ่ง SCBX กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินของไทย เริ่มนำมาใช้กับรายงานประจำปีแบบ 56-1 หรือแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีที่บริษัทจดทะเบียนต้องยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญที่สุดของตลาดทุนไทย
จุดที่ทำให้ CORA น่าจับตาไม่ได้อยู่ที่ตัวฟีเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่แนวทางการพัฒนา เพราะเทคโนโลยีหลักของระบบได้รับการยื่นจดสิทธิบัตรโดยทีมวิจัยและพัฒนาของ SCBX ร่วมกับทีม SCB Operational Risk Analytics and Development ครอบคลุมนวัตกรรมสำคัญของระบบ สะท้อนแนวทางของกลุ่มที่ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กรเอง แทนการพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอกเพียงอย่างเดียว
คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) ระบุว่าการเปิดตัว CORA สะท้อนวิสัยทัศน์ของ SCBX ที่ต้องการก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-first organization) อย่างแท้จริง โดยกล่าวว่า "เราไม่ได้เพียงนำ AI มาใช้งาน แต่ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเอง และยื่นจดสิทธิบัตรเพื่อสร้างขีดความสามารถด้าน AI ภายในองค์กรอย่างยั่งยืน"
คุณกวีวุฒิ อธิบายเพิ่มเติมว่าแนวทางนี้ช่วยให้ SCBX ออกแบบระบบที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศไทยได้ลึกขึ้น ทั้งด้านภาษา โครงสร้างข้อมูล และกฎระเบียบ พร้อมทั้งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอก และสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในระยะยาว
แม้ปลายทางที่ผู้ใช้เห็นคือการถามและตอบจากเอกสาร แต่โจทย์จริงของ CORA คือการเข้าไปช่วยงานสินเชื่อภาคธุรกิจ (Corporate Lending) ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยการอ่านและตีความเอกสารจำนวนมากก่อนตัดสินใจปล่อยสินเชื่อ
คุณอรศิริ เสรีสันติวงศ์ Head of SCB Operational Risk Analytics and Development ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า CORA เป็นแพลตฟอร์ม AI ที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กรสำหรับธุรกิจสินเชื่อภาคธุรกิจ โดยใช้เทคโนโลยี Generative AI หรือ AI ที่สร้างเนื้อหาและคำตอบขึ้นใหม่ได้ เพื่อสนับสนุนกระบวนการวิเคราะห์และพิจารณาสินเชื่อ ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ความเสี่ยง การวิเคราะห์งบการเงิน การจัดทำเอกสารสรุปการพิจารณาสินเชื่อ (Credit Memo) ไปจนถึงการคาดการณ์กระแสเงินสด (Cash Flow Forecasting)
คุณอรศิริ ระบุว่า CORA ช่วยยกระดับคุณภาพการประเมินความเสี่ยง เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจและประสิทธิภาพในการให้สินเชื่อ รวมทั้งลดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดยดำเนินงานภายใต้หลักการ Responsible AI หรือการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ ที่ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ความโปร่งใส และการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นแก่ลูกค้า
หัวใจทางเทคนิคของ CORA อยู่ที่การทำหน้าที่เสมือน 'นักวิเคราะห์การเงินด้วย AI' ที่อ่านและตีความเอกสารเชิงโครงสร้างได้อย่างแม่นยำ SCBX ระบุว่าจุดนี้คือความต่างจากระบบ AI ทั่วไป ซึ่งมักลดทอนโครงสร้างของเอกสารหรือทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลสูญหายเมื่อประมวลผล ขณะที่ CORA ออกแบบมาให้รักษาลำดับชั้นของเนื้อหา ความเชื่อมโยงระหว่างตาราง และบริบทของภาษาไทยทางการเงินไว้ได้ครบถ้วน ทำให้การวิเคราะห์แม่นยำ โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น
ความสามารถนี้ตั้งอยู่บนสามเสาหลัก เสาแรกคือการตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกคำตอบ (Full Traceability) ที่เชื่อมโยงคำตอบแต่ละข้อกลับไปยังแหล่งข้อมูลในเอกสารต้นทางได้อย่างชัดเจน ผู้ใช้จึงตรวจสอบได้ว่าคำตอบนั้นมาจากส่วนไหนของเอกสาร เสาที่สองคือการรองรับโครงสร้างข้อมูลและตารางที่ซับซ้อน เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของข้อมูลให้ตรงตามรูปแบบเอกสารจริงในภาคการเงิน และเสาที่สามคือ Multi-hop Reasoning หรือการให้เหตุผลแบบเชื่อมโยงหลายขั้น ซึ่งดึงข้อมูลจากหลายส่วนของเอกสารมาประกอบกันเพื่อสร้างคำตอบที่ครอบคลุมและแม่นยำยิ่งขึ้น
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือรูปแบบการทำงานของนักวิเคราะห์การลงทุนและผู้ปฏิบัติงานด้านความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่การวิเคราะห์เอกสารหนึ่งฉบับใช้เวลาหลายชั่วโมง ลดลงเหลือเพียงไม่กี่วินาที ผู้ใช้งานสามารถตั้งคำถามด้วยภาษาธรรมชาติได้เหมือนสนทนากับคน และได้รับคำตอบที่มีโครงสร้างพร้อมอ้างอิงแหล่งข้อมูลในเอกสารอย่างครบถ้วน
สำหรับงานกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยง CORA ช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของการเปิดเผยข้อมูล ระบุประเด็นความเสี่ยง และจัดโครงสร้างข้อมูลเพื่อสนับสนุนการประเมินได้อย่างเป็นระบบ ซึ่ง SCBX ระบุว่าช่วยเพิ่มทั้งความเร็ว ความสม่ำเสมอ และมาตรฐานในการตรวจสอบเอกสาร

แม้ CORA จะเริ่มต้นจากเอกสารการเงิน แต่เทคโนโลยีเบื้องหลังของระบบ ทั้งการตรวจจับโครงสร้างเอกสาร การวิเคราะห์ตารางเชิงโครงสร้าง และการใช้ AI ในการให้เหตุผล ล้วนออกแบบมาให้ต่อยอดไปยังเอกสารประเภทอื่นที่มีความซับซ้อนได้ SCBX ยกตัวอย่างว่าในอนาคตอาจขยายไปสู่สัญญาทางกฎหมาย กรมธรรม์ประกันภัย และเอกสารด้านกฎระเบียบในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นเอกสารที่มีโครงสร้างและภาษาเฉพาะตัวไม่ต่างจากงบการเงิน
การพัฒนา CORA เกิดจากความร่วมมือของหลายทีมภายในกลุ่ม SCBX ทั้งทีมธุรกิจ ทีมเทคโนโลยี และทีมวิจัยและพัฒนา โดยนำโจทย์จากการใช้งานจริงในงานสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงมาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม AI และการวิจัยเชิงลึก จนออกมาเป็นโซลูชันระดับองค์กรที่นำไปใช้งานได้จริงและสร้างคุณค่าเชิงธุรกิจได้เป็นรูปธรรม
ตอนนี้ CORA เริ่มนำมาใช้ภายในองค์กรกับงานสินเชื่อภาคธุรกิจแล้ว และ SCBX วางให้เป็นอีกหมุดหมายบนเส้นทางสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI การที่ระบบซึ่งย่นงานอ่านเอกสารจากหลายชั่วโมงเหลือไม่กี่วินาทีนี้ เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาและยื่นจดสิทธิบัตรจากทีมงานภายในเอง จึงสะท้อนความพยายามของ SCBX ในการยกระดับมาตรฐาน Document Intelligence หรือเทคโนโลยีการอ่านและทำความเข้าใจเอกสารเชิงลึก ในอุตสาหกรรมการเงินไทย
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด