SCBX แจ้งกำไร Q1/2026 ที่ 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.5% รับแรงกดดันดอกเบี้ยนโยบายขาลง แต่รายได้ค่าธรรมเนียมพุ่งถึง 17.7%

อาทิตย์ นันทวิทยา

ไตรมาสแรกของปี 2569 เป็นช่วงที่ธุรกิจธนาคารไทยต้องเจอโจทย์ยากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีก่อนหน้า สภาพเศรษฐกิจมหภาคที่ผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่พุ่งสูง รวมถึงแรงกดดันต่อภาคส่งออกและท่องเที่ยว ผลประกอบการของ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) ในไตรมาสนี้จึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมการเงินไทยที่กำลังเดินในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

SCBX ประกาศผลกำไรสุทธิประจำไตรมาส 1 ของปี 2569 ที่ 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยแรงกดดันหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงตามทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และกำไรจากการลงทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตในทุกหมวดหลัก ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการตั้งสำรองที่ปรับลดลง ยังช่วยประคองผลการดำเนินงานโดยรวมให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิหดตัว 13.7% จากดอกเบี้ยนโยบายที่ถูกลดรวม 5 ครั้ง

ในไตรมาส 1 ของปี 2569 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิของ SCBX มีจำนวน 26,781 ล้านบาท ลดลง 13.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวม 4 ครั้งในปี 2568 และอีก 1 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 รวมเป็น 5 ครั้งติดต่อกัน ขณะที่ด้านสินเชื่อยังเติบโตได้ในระดับ 3.4% จากสิ้นปีที่ผ่านมา โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเคหะเป็นหลัก

รายได้ค่าธรรมเนียมโต 17.7% นำโดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและวาณิชธนกิจ

ฝั่งรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income) ถือเป็นไฮไลท์ของไตรมาสนี้ โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ มีจำนวน 11,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเป็นการเติบโตในทุกหมวดหลัก นำโดยธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ที่ทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง ตามมาด้วยรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อและธุรกรรมทางการเงินที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอ และรายได้ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) และตลาดทุน

รายได้จากการลงทุนและการค้าลดลง 66.5%

ในทางตรงกันข้าม รายได้จากการลงทุนและการค้ามีจำนวน 568 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 66.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของกำไรจากพอร์ตการลงทุนของธนาคาร และของ บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด ซึ่งสะท้อนสภาวะตลาดการลงทุนที่เผชิญความผันผวนสูงในช่วงต้นปี 2569

คุมต้นทุนดำเนินงานได้ดี Cost-to-income ratio อยู่ที่ 42.4%

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 16,662 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อันเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างเข้มงวดทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-income Ratio) สำหรับไตรมาสอยู่ที่ 42.4% ซึ่งยังคงเป็นระดับที่สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ

คุณภาพสินเชื่อดีขึ้น NPL ลดเหลือ 3.23% ฐานเงินกองทุนแกร่งที่ 18.0%

ในด้านคุณภาพสินเชื่อและการตั้งสำรอง บริษัทฯ ตั้งสำรองลดลง 4.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อของธนาคารและของ บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 162.3%

คุณภาพของสินเชื่อโดยรวมอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.23% ลดลงจาก 3.29% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่เงินกองทุนตามกฎหมายของบริษัทฯ ยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.0% ซึ่งเป็นบัฟเฟอร์สำคัญในการรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในระยะถัดไป

มุมมอง CEO ต่อเศรษฐกิจไทยและการดูแลลูกค้าในภาวะผันผวน

คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นถึงสภาพเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2569 ว่าเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมมหภาคที่ผันผวน โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและไทย ทั้งในด้านราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งผลกระทบดังกล่าวได้ส่งผ่านมายังต้นทุนของภาคครัวเรือนและธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอนนี้ SCBX ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลลูกค้าและผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการประเมินผลกระทบ เสนอแนะแนวทางการปรับตัว และสนับสนุนการฟื้นตัวของแต่ละกิจการอย่างตรงจุด เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพสามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาว ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการทบทวนพอร์ตสินเชื่อของธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทในเครืออย่างรอบด้าน เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้และความเพียงพอของการตั้งสำรอง โดยยังคงรักษาสมดุลระหว่างการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัยและการเติบโตของสินเชื่อคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์ระยะยาว ปั้น "ธนาคาร แบงก์เอกซ์" ธนาคารไร้สาขา จับมือ KakaoBank และ WeBank

ในด้านการดำเนินกลยุทธ์ระยะยาว ไตรมาสที่ผ่านมาถือเป็นก้าวสำคัญของ SCBX โดยบริษัทฯ ได้จัดตั้งธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ภายใต้ชื่อ ธนาคาร แบงก์เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง KakaoBank จากเกาหลีใต้ และ WeBank Technology Services จากจีน ซึ่งเป็นการผนึกกำลังกับผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในธุรกิจธนาคารดิจิทัลระดับชั้นนำของโลก

คุณอาทิตย์กล่าวว่า บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า ธนาคาร แบงก์เอกซ์ จะเป็นกลไกสำคัญในการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ สร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ระบบการเงินของประเทศ และขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างยั่งยืนทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ SCBX 

สรุปภาพรวมของไตรมาสแรกปี 2569 SCBX แม้จะรับแรงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้จากการลงทุน แต่ยังสามารถประคองผลการดำเนินงานผ่านการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม การควบคุมต้นทุน และคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น พร้อมกับเดินหน้าลงทุนในกลยุทธ์ระยะยาวผ่านการเปิดตัวธนาคาร แบงก์เอกซ์ ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของการก้าวสู่ยุคการเงินดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

นักวิทย์ฯ โหลดจีโนมสมบูรณ์ชุดแรก เข้าควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้แล้ว! ตั้งเป้าวิเคราะห์พันธุกรรมมนุษย์เร็วกว่าเครื่องมือเดิม 100 เท่า

ทีมวิจัยจาก Wellcome Sanger Institute ร่วมกับ Oxford, Cambridge และ Melbourne โหลดจีโนม Hepatitis D เข้าสู่ควอนตัมคอมพิวเตอร์ IBM Heron 156 คิวบิตเป็นครั้งแรก ตั้งเป้าวิเคราะห์พันจ...

Responsive image

Amazon ลงทุนเพิ่ม 25,000 ล้านดอลลาร์ใน Anthropic แลกสัญญาคลาวด์ AWS 10 ปี มูลค่ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์

Amazon ประกาศลงทุนเพิ่มใน Anthropic สูงสุด 25,000 ล้านดอลลาร์ แลกสัญญาคลาวด์ AWS 10 ปี มูลค่ากว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมกำลังประมวลผล 5 กิกะวัตต์จากชิป Trainium และย้าย Claude P...

Responsive image

ซีอีโอ Ford เตือน ศึก EV เปลี่ยนขั้วแล้ว BYD และจีนคือมาตรฐานใหม่ ไม่ใช่ Tesla อีกต่อไป

Jim Farley ซีอีโอของ Ford ออกมาพูดตรง ๆ ว่า คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในสงคราม EV ตอนนี้ไม่ใช่ Tesla แต่คือผู้ผลิตรถยนต์จากจีน โดยเฉพาะ BYD...