
ไตรมาสแรกของปี 2569 เป็นช่วงที่ธุรกิจธนาคารไทยต้องเจอโจทย์ยากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีก่อนหน้า สภาพเศรษฐกิจมหภาคที่ผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่พุ่งสูง รวมถึงแรงกดดันต่อภาคส่งออกและท่องเที่ยว ผลประกอบการของ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) ในไตรมาสนี้จึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมการเงินไทยที่กำลังเดินในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
SCBX ประกาศผลกำไรสุทธิประจำไตรมาส 1 ของปี 2569 ที่ 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยแรงกดดันหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงตามทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และกำไรจากการลงทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตในทุกหมวดหลัก ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการตั้งสำรองที่ปรับลดลง ยังช่วยประคองผลการดำเนินงานโดยรวมให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
ในไตรมาส 1 ของปี 2569 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิของ SCBX มีจำนวน 26,781 ล้านบาท ลดลง 13.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวม 4 ครั้งในปี 2568 และอีก 1 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 รวมเป็น 5 ครั้งติดต่อกัน ขณะที่ด้านสินเชื่อยังเติบโตได้ในระดับ 3.4% จากสิ้นปีที่ผ่านมา โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเคหะเป็นหลัก
ฝั่งรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income) ถือเป็นไฮไลท์ของไตรมาสนี้ โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ มีจำนวน 11,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเป็นการเติบโตในทุกหมวดหลัก นำโดยธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ที่ทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง ตามมาด้วยรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อและธุรกรรมทางการเงินที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอ และรายได้ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) และตลาดทุน
ในทางตรงกันข้าม รายได้จากการลงทุนและการค้ามีจำนวน 568 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 66.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของกำไรจากพอร์ตการลงทุนของธนาคาร และของ บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด ซึ่งสะท้อนสภาวะตลาดการลงทุนที่เผชิญความผันผวนสูงในช่วงต้นปี 2569
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 16,662 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อันเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างเข้มงวดทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-income Ratio) สำหรับไตรมาสอยู่ที่ 42.4% ซึ่งยังคงเป็นระดับที่สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ
ในด้านคุณภาพสินเชื่อและการตั้งสำรอง บริษัทฯ ตั้งสำรองลดลง 4.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อของธนาคารและของ บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 162.3%
คุณภาพของสินเชื่อโดยรวมอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.23% ลดลงจาก 3.29% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่เงินกองทุนตามกฎหมายของบริษัทฯ ยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.0% ซึ่งเป็นบัฟเฟอร์สำคัญในการรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในระยะถัดไป
คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นถึงสภาพเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2569 ว่าเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมมหภาคที่ผันผวน โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและไทย ทั้งในด้านราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งผลกระทบดังกล่าวได้ส่งผ่านมายังต้นทุนของภาคครัวเรือนและธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอนนี้ SCBX ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลลูกค้าและผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการประเมินผลกระทบ เสนอแนะแนวทางการปรับตัว และสนับสนุนการฟื้นตัวของแต่ละกิจการอย่างตรงจุด เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพสามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาว ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการทบทวนพอร์ตสินเชื่อของธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทในเครืออย่างรอบด้าน เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้และความเพียงพอของการตั้งสำรอง โดยยังคงรักษาสมดุลระหว่างการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัยและการเติบโตของสินเชื่อคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
ในด้านการดำเนินกลยุทธ์ระยะยาว ไตรมาสที่ผ่านมาถือเป็นก้าวสำคัญของ SCBX โดยบริษัทฯ ได้จัดตั้งธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ภายใต้ชื่อ ธนาคาร แบงก์เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง KakaoBank จากเกาหลีใต้ และ WeBank Technology Services จากจีน ซึ่งเป็นการผนึกกำลังกับผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในธุรกิจธนาคารดิจิทัลระดับชั้นนำของโลก
คุณอาทิตย์กล่าวว่า บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า ธนาคาร แบงก์เอกซ์ จะเป็นกลไกสำคัญในการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ สร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ระบบการเงินของประเทศ และขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างยั่งยืนทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ SCBX
สรุปภาพรวมของไตรมาสแรกปี 2569 SCBX แม้จะรับแรงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้จากการลงทุน แต่ยังสามารถประคองผลการดำเนินงานผ่านการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม การควบคุมต้นทุน และคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น พร้อมกับเดินหน้าลงทุนในกลยุทธ์ระยะยาวผ่านการเปิดตัวธนาคาร แบงก์เอกซ์ ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของการก้าวสู่ยุคการเงินดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด