ผู้สร้าง Signal กลับมาแล้ว เปิดตัว ‘Confer’ แชตบอต AI ที่เคารพความเป็นส่วนตัว

ผู้สร้าง Signal กลับมาแล้ว เปิดตัว ‘Confer’

ทุกวันนี้หลายคนคุยกับ AI บ่อยพอ ๆ กับคุยกับคน ถามตั้งแต่เรื่องงาน เรื่องเงิน ไปจนถึงเรื่องส่วนตัว และในขณะที่เราคุยอย่างสบายใจ แทบไม่มีใครรู้เลยว่าบทสนทนาเหล่านี้ถูกเก็บหรือถูกใช้อย่างไร คำถามนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Moxie Marlinspike นักโปรแกรมเมอร์อัจฉริยะผู้สร้างแอปฯ Signal และผู้อยู่เบื้องหลังระบบความปลอดภัยของ WhatsApp หันมาทำโปรเจกต์ใหม่ที่อาจเปลี่ยนมุมมองของมนุษย์ที่มีต่อ AI

Confer คืออะไร และต่างจาก AI ทั่วไปอย่างไร

โปรเจกต์ใหม่ของ Moxie Marlinspike มีชื่อว่า Confer คือแชตบอต AI ที่ท้าทายวงการด้วยจุดยืนเรื่องความเป็นส่วนตัว ต่างจาก AI เจ้าอื่นที่ต้องส่งข้อมูลของเราขึ้นเซิร์ฟเวอร์เพื่อประมวลผล ทำให้เสี่ยงโดนแอบดู

Confer ใช้เทคนิคการเข้ารหัสขั้นสูง แบบ end-to-end ทำให้แม้แต่บริษัทผู้ให้บริการก็ไม่สามารถอ่านแชตของเราได้ ข้อมูลที่เราคุยกับ AI จึงยังอยู่กับเรา 100% แม้การประมวลผลจะเกิดบนคลาวด์ นี่จึงถือเป็นแนวทางใหม่ เพราะ AI ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะโมเดลใหญ่ ๆ มักเก็บข้อมูลผู้ใช้เพื่อพัฒนาต่อหรือใช้ทำโฆษณา อีกทั้งโมเดลเหล่านี้ใหญ่เกินกว่าจะรันบนเครื่องเราเอง ทำให้ข้อมูลของเรายากที่จะเป็นส่วนตัวได้จริง ๆ 

ปัญหาของ Chatbot ที่อาจโดนมองข้าม

Moxie อธิบายว่าการคุยกับ AI อาจให้ความรู้สึกเหมือนคุยกันสองคน แต่ความจริงเหมือนเราคุยในห้องใหญ่ที่มีทั้งพนักงาน ผู้บริหาร พาร์ตเนอร์ ไปจนถึงแฮกเกอร์ที่อาจแฮกระบบในอนาคต ซึ่งถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายคือมันอาจไม่ใช่ ‘แชตส่วนตัว’ อย่างที่เราคิด

ทำไมบริษัท AI ถึงไม่อยากให้ข้อมูลเราเป็นความลับ?

บริษัท AI ไม่อยากให้ข้อมูลของเราเป็นความลับ 100% เพราะมันมีมูลค่าสูงมาก การแชตกับ AI บอกได้ว่าตัวตนเราเป็นอย่างไร รู้ว่าเราคิดอะไร หรือกังวลเรื่องไหนได้มากกว่าโซเชียลมีเดีย

Moxie มองว่าในอนาคตโฆษณาจะไม่ได้มาเป็นป้ายขายของตรง ๆ อีกต่อไป แต่จะแอบเนียนกว่านั้น เขายกตัวอย่างว่า มันเหมือนมีคนจ่ายเงินให้ ‘นักบำบัด’ ค่อย ๆ โน้มน้าวหรือชักจูงให้คุณเชื่อในสิ่งที่เขาต้องการ โดยไม่ทันรู้ตัว

ประเด็นเรื่องความปลอดภัย

มีข้อกังวลว่าการเข้ารหัส AI อาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิด และหลบเลี่ยงการตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกับที่แอปพลิเคชัน Signal เคยถูกตั้งคำถาม

อย่างไรก็ตาม Moxie ชี้แจงว่า ในความเป็นจริงผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงทางเลือกอื่นได้อยู่แล้ว โดยการนำโมเดล AI แบบโอเพนซอร์สไปติดตั้งบนระบบส่วนตัว ซึ่งทำให้สามารถปรับแก้โค้ดเพื่อปลดล็อกระบบรักษาความปลอดภัย ได้โดยอิสระ

ในจุดนี้ Confer มีความแตกต่างและปลอดภัยกว่า เนื่องจากผู้ใช้งานจะไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึง ‘ตัวโมเดล’ (Model Weights) โดยตรง ทำให้ไม่สามารถดัดแปลงระบบเพื่อใช้งานในทางที่ผิดได้ Confer จึงเปรียบเสมือนทางสายกลางที่ผสานความต้องการเรื่อง ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้ เข้ากับ การควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของ AI ไว้อย่างสมดุลค

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI

Confer อาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อวงการ AI ได้ไม่แพ้ Signal ที่เคยสร้างระบบเข้ารหัสให้ WhatsApp แม้บริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Google, OpenAI หรือ Anthropic จะไม่ปล่อยให้ผู้ใช้เข้ารหัสแบบ end-to-end เพราะขัดกับธุรกิจของตัวเอง แต่การมี ทางเลือกที่เคารพความเป็นส่วนตัว อาจบังคับให้ตลาด AI แข่งกันในทางบวกมากขึ้น

การใช้งานจริง

Confer รุ่นฟรียังไม่ฉลาดที่สุด และบางครั้งคำตอบก็ยังมีลักษณะเหมือน AI รุ่นแรก ๆ อยู่ แต่สำหรับรุ่นเสียเงิน เดือนละ 34.99 ดอลลาร์ หรือประมาณหนึ่งพันบาทต้น ๆ ผู้ใช้จะได้เข้าถึง โมเดลขั้นสูง และสามารถปรับสไตล์การตอบได้ตามต้องการ ทำให้ AI ตอบสนองใกล้เคียงความต้องการของเราได้มากขึ้น

อ้างอิง: time

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สหรัฐฯ เปิดสนามทดสอบ ‘แท็กซี่บินได้’ ใน 26 รัฐ FAA ไฟเขียวโครงการ eVTOL เร่งพัฒนาอากาศยานไฟฟ้าแห่งอนาคต

สหรัฐฯ เดินหน้าทดสอบแท็กซี่บินได้ FAA อนุมัติโครงการนำร่อง eVTOL ครอบคลุม 26 รัฐ เปิดทางบริษัทอย่าง Archer, Joby และ Beta ทดสอบอากาศยานไฟฟ้า เร่งยุคใหม่ของการเดินทางทางอากาศ...

Responsive image

Anthropic เปิดตัว Code Review ตัวช่วย AI ตรวจบัก แก้ปัญหาคอขวด Vibe Coding ในองค์กร

Anthropic เปิดตัว Code Review เครื่องมือ AI ตัวใหม่ใน Claude Code ช่วยตรวจจับข้อผิดพลาดทางตรรกะบน GitHub อัตโนมัติ...

Responsive image

Luckin Coffee ปิดดีล Blue Bottle 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เสริมแกร่งพอร์ตกาแฟพรีเมียม

Luckin Coffee ปิดดีลสะเทือนวงการ ทุ่ม 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อ Blue Bottle Coffee จาก Nestle เสริมแกร่งพอร์ต Specialty Coffee ท้าชน Starbucks Reserve ทั่วโลก...