คำตอบเรื่อง แรงงานไทย จะเอาตัวรอดอย่างไร ในงาน World Bank Group-IMF ครั้งที่ 81

เซสชัน Small AI, More and Better Jobs ซึ่งเป็นเวทีเปิดการประชุมประจำปี World Bank Group และ IMF ครั้งที่ 81 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ปิดท้ายด้วยคำกล่าวของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะตัวแทนประเทศเจ้าภาพ

ก่อนหน้านั้น ผู้นำ 3 คน ได้แก่ Ajay Banga ประธาน World Bank Group, Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการ IMF และ Tharman Shanmugaratnam ประธานาธิบดีสิงคโปร์ ร่วมกันพูดถึงโอกาสและความเสี่ยงของ AI ต่อตลาดงานในประเทศกำลังพัฒนา คำกล่าวของดร.เอกนิติจึงตอบโจทย์เดียวกันด้วยมุมของไทย ว่าประเทศหนึ่งลงมือทำอะไรไปแล้วบ้าง

ดร.เอกนิติเปิดว่า AI กับการจ้างงานเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการประชุมครั้งนี้ เพราะ AI กำลังเปลี่ยนวิธีทำงานของคนและวิธีดำเนินธุรกิจไปแล้ว คำถามใหญ่คือจะใช้ AI สร้างงานที่ดีขึ้นและโอกาสที่มากขึ้นให้คนได้อย่างไร

เขาระบุว่าไทยโฟกัส 3 เรื่อง คือ ใช้ AI ยกระดับงานที่มีอยู่ สร้างขีดความสามารถใหม่เพื่อให้เกิดงานใหม่ และทำให้ทุกคนได้ประโยชน์ รัฐบาลเรียกแนวทางนี้ว่า AI in All, All in AI และ AI for All

AI in All: ใส่ AI ลงไปในงานที่มีอยู่แล้ว

แนวทางแรกคือทำให้งานและธุรกิจที่มีอยู่แล้วมีผลิตภาพมากขึ้น หรือพูดง่ายๆ คือทำงานเท่าเดิมแต่ได้ผลมากขึ้น

ดร.เอกนิติเล่าว่ารัฐบาลออกมาตรการทางการคลังช่วยร้านค้ารายย่อยรับมือกับราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น แต่ไม่อยากให้ความช่วยเหลือจบแค่การให้เงินเฉพาะหน้า จึงเปิดตัวผู้ช่วย AI ชื่อ นกกระซิบ (Nok Krasip)

  • ใช้ในแอปที่ร้านค้ามีอยู่แล้ว: นกกระซิบฝังอยู่ในแอปกระเป๋าเงินบนมือถือที่ร้านค้าใช้รับเงินจากโครงการรัฐอยู่แล้ว ร้านค้าไม่ต้องดาวน์โหลดอะไรเพิ่ม
  • ทำหน้าที่เหมือนที่ปรึกษาธุรกิจ: ช่วยร้านค้าทั่วไปจัดการสต็อกสินค้าและคำนวณกำไรในแต่ละวัน
  • มีผู้ใช้เกือบ 1 ล้านราย: ตามที่ดร.เอกนิติระบุบนเวที ร้านค้ารายย่อยเกือบ 1 ล้านรายใช้งานนกกระซิบอยู่ในขณะนี้
  • ปูทางสู่สินเชื่อ: หากเจ้าของร้านยินยอม ข้อมูลการซื้อขายในระบบจะช่วยให้ธนาคารเข้าใจธุรกิจของร้านได้ดีขึ้น เรื่องนี้สำคัญกับร้านเล็กๆ ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือไม่มีประวัติสินเชื่อในระบบ ซึ่งมักทำให้กู้เงินจากธนาคารไม่ได้

นกกระซิบเป็นตัวอย่างของ Small AI ที่เวทีนี้พูดถึงตลอดทั้งเซสชัน คือ AI ขนาดเล็กที่ราคาไม่แพง ใช้งานบนมือถือ และแก้ปัญหาเฉพาะจุดของคนตัวเล็ก

All in AI: สร้างงานใหม่จากการลงทุนด้าน AI

แนวทางที่สองคือสร้างขีดความสามารถเพื่อให้เกิดงานใหม่

ดร.เอกนิติระบุว่าไทยดึงการลงทุนรายใหญ่ด้านดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ บริการคลาวด์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเข้ามาได้แล้ว แต่ลงทุนแค่โครงสร้างพื้นฐานอย่างเดียวไม่พอ ต้องทำให้การลงทุนเหล่านี้สร้างงานให้คนไทยด้วย

  • โครงการ SkillBridge: รัฐบาลทำงานร่วมกับนักลงทุนผ่านโครงการนี้ โดยจับมือกับสถาบันการศึกษาให้ฝึกทักษะตรงกับที่นักลงทุนต้องการจากพนักงาน ดร.เอกนิติมองว่าเป็นวิธีที่ใช้ได้จริงในการยกระดับทักษะแรงงาน และพาคนไปสู่งานจริง
  • ไม่สร้างทางด่วน AI ที่มีแต่บริษัทใหญ่ใช้ได้: เขาเปรียบว่าไทยไม่อยากสร้างทางด่วน AI ราคาแพงที่มีแต่บริษัทใหญ่จ่ายไหว ขณะที่ลงทุนด้านพลังประมวลผลและคลาวด์มากขึ้น รัฐบาลก็ต้องการลดต้นทุนการใช้ AI ลงด้วย รวมถึงค่า token ซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้คิดค่าบริการเวลาเรียกใช้โมเดล AI ยิ่งใช้มากก็ยิ่งจ่ายมาก
  • เปิดโอกาสให้รายเล็ก: เมื่อต้นทุนถูกลง สตาร์ทอัพ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) และมหาวิทยาลัยก็พัฒนาและใช้เครื่องมือ AI ได้เอง โอกาสจะไม่ตกอยู่กับบริษัทใหญ่เพียงกลุ่มเดียว

AI for All: ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

แนวทางที่สามคือทำให้ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ดร.เอกนิติยอมรับว่าแต่ละคนปรับตัวกับ AI ได้เร็วไม่เท่ากัน แรงงานบางคนต้องการทักษะใหม่ ธุรกิจบางแห่งต้องการเวลาและความช่วยเหลือมากกว่า และงานบางอย่างก็จะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย หน้าที่ของรัฐคือช่วยให้การเปลี่ยนผ่านนี้ง่ายขึ้น และเขาเชื่อว่า AI ก็ช่วยงานนี้ได้

วิธีที่ไทยทำคือเชื่อมข้อมูลผ่าน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐ (digital public infrastructure) หมายถึงระบบดิจิทัลพื้นฐานที่รัฐสร้างไว้ให้ทุกคนใช้ร่วมกัน เช่น ระบบยืนยันตัวตนและระบบชำระเงิน แล้วเชื่อมเข้ากับข้อมูลจากโครงการช่วยเหลือของกระทรวงการคลัง รัฐจะได้เห็นชัดขึ้นว่าแต่ละคนต้องการความช่วยเหลือแบบไหน และช่วยได้ตรงจุดมากขึ้น ตั้งแต่การช่วยพยุงรายได้ การฝึกทักษะใหม่ ไปจนถึงการเข้าถึงสินเชื่อ

ไทยทำคนเดียวไม่ได้

ช่วงท้าย ดร.เอกนิติย้ำว่าแก่นของทั้งหมดนี้คือการเสริมพลังให้คน และนี่คือความตั้งใจของไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้

แต่ไทยทำเรื่องนี้ลำพังไม่ได้ เขาเชื่อว่า World Bank และสถาบันระหว่างประเทศอื่นๆ ควรร่วมกันแลกเปลี่ยนบทเรียนที่ใช้ได้จริง เพื่อให้ประเทศต่างๆ และประชาชนได้ประโยชน์จาก AI อย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน การใช้ AI ก็ต้องมาพร้อมการปกป้องประชาชนจากความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ทั้ง มิจฉาชีพออนไลน์ และ deepfake หรือภาพและเสียงปลอมที่สร้างด้วย AI จนแยกไม่ออกว่าจริงหรือไม่ รวมถึงต้องร่วมมือกันระหว่างประเทศเพื่อกำกับดูแล AI อย่างรับผิดชอบ

เขาปิดคำกล่าวว่าหวังให้ทุกฝ่ายเดินหน้างานนี้ไปด้วยกัน โดยเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ตลท. ตั้ง "สรวิศ ไกรฤกษ์" ควบผู้จัดการ mai และ LiVEx พร้อมดัน 3 ผู้บริหารขึ้นรองผู้จัดการ มีผล 1 ม.ค. 2570

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แต่งตั้งนายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด เป็นผู้จัดการ mai และ LiVEx ควบคู่ตำแหน่งเดิม พร้อมเลื่อนผู้ช่วยผู้จัดการ 3 รายขึ้นรอง...

Responsive image

ชื่อที่คุณควรรู้จักจากงาน IMF-World Bank 2026

สัปดาห์นี้ผู้นำการเงินจาก 191 ประเทศได้มารวมตัวกันที่ศูนย์สิริกิติ์ เพื่อร่วมประชุมใหญ่ประจำปีของ IMF และธนาคารโลก ซึ่งมีคนเข้าร่วมเกือบ 17,000 คน และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปีที่ไ...

Responsive image

NITMX Fintech Bootcamp 2026 ประกาศความสำเร็จ: จากเวที Hackathon สู่โปรแกรมบ่มเพาะฟินเทคเชิงลึกครั้งแรกใน SEA พร้อมประกาศทีมที่ปลดล็อกไอเดียสู่อนาคต FinTech

NITMX Fintech Bootcamp 2026 โปรแกรมบ่มเพาะฟินเทคเชิงลึกครั้งแรกใน SEA จากผู้สมัคร 1,291 คน 306 ทีม สู่ 15 ทีมสุดท้าย พร้อมประกาศ 5 ทีมผู้ชนะ นำโดยทีม FinTechMaiFinJai เจ้าของผลงาน ...