เกาหลีใต้ประกาศเริ่มใช้กฎหมาย AI Basic Act AI เสี่ยงสูงต้องมีคนคุม ใช้ Generative AI ต้องแจ้ง


เกาหลีใต้ประกาศบังคับใช้ใช้ชุดกฎหมายควบคุม AI ภายใต้ชื่อ “AI Basic Act” ซึ่งรัฐบาลระบุว่าเป็น กฎหมาย AI แบบครอบคลุมฉบับแรกของโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการใช้งาน AI ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี 

กฎหมาย AI Basic Act เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ผลักดันให้เกาหลีใต้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามมหาอำนาจด้าน AI ของโลก และถือเป็นการเดินหน้าที่รวดเร็วกว่า EU AI Act ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีกำหนดทยอยบังคับใช้เป็นระยะ

อย่างไรก็ตาม ฝั่งสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการแสดงความกังวลว่า ข้อกำหนดดังกล่าวอาจเพิ่มภาระด้านต้นทุนและความเสี่ยงจากการปฏิบัติตามกฎหมาย จนกระทบต่อการสร้างนวัตกรรม

แกนหลักของกฎหมาย “AI ต้องมีมนุษย์กำกับ และต้องบอกผู้ใช้ให้ชัด”

สาระสำคัญของกฎหมายคือการกำหนดให้ AI ที่มีผลกระทบสูง (High-impact AI) เช่น ระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยนิวเคลียร์ การผลิตน้ำดื่ม การคมนาคม สาธารณสุข และภาคการเงิน (เช่น การประเมินเครดิตหรือคัดกรองสินเชื่อ) ต้องมีมนุษย์เข้ามากำกับดูแลอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ บริษัทต้องแจ้งผู้ใช้ล่วงหน้า หากสินค้าหรือบริการมีการใช้ Generative AI หรือ High-impact AI และต้องติดฉลากอย่างชัดเจน ในกรณีที่ผลลัพธ์จาก AI อาจแยกจากความเป็นจริงได้ยาก

กระทรวงวิทยาศาสตร์และไอซีทีของเกาหลีใต้ระบุว่า กฎหมายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการนำ AI ไปใช้ในวงกว้าง ควบคู่กับการสร้างรากฐานด้านความปลอดภัยและความไว้วางใจ โดยภาครัฐจะให้ช่วงผ่อนผันอย่างน้อย 1 ปี ก่อนเริ่มบังคับใช้ค่าปรับทางปกครอง

โทษปรับจริงจัง แต่ยังต่ำกว่ายุโรป

ภายใต้กฎหมายใหม่ การไม่ติดฉลากเนื้อหาที่สร้างโดย Generative AI อาจนำไปสู่ค่าปรับสูงสุด 30 ล้านวอน 

แม้บทลงโทษจะถือว่าค่อนข้างเข้มงวด แต่เมื่อเทียบกับสหภาพยุโรปแล้ว ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยกฎหมาย AI ของ EU เปิดช่องให้ปรับตั้งแต่ 1% ไปจนถึง 7% ของรายได้ทั่วโลก ในกรณีฝ่าฝืนข้อห้ามเกี่ยวกับการใช้ AI ที่มีความเสี่ยงสูง

สตาร์ตอัปกังวล เมื่อภาษากฎหมายยังคลุมเครือ

Lim Jung-wook ผู้ร่วมดูแลสมาคม Startup Alliance ของเกาหลีใต้ ระบุว่าผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัปจำนวนมากรู้สึกกังวล เนื่องจากรายละเอียดสำคัญของกฎหมายยังไม่ชัดเจน และอาจผลักให้บริษัทเลือกแนวทางที่ “ปลอดภัยแต่ไม่กล้าเสี่ยง” เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ ซึ่งอาจบั่นทอนความสามารถในการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมใหม่

ด้านประธานาธิบดี Lee Jae Myung แสดงท่าทีรับฟังความกังวลดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายเปิดพื้นที่รับฟังเสียงจากภาคอุตสาหกรรม และจัดมาตรการสนับสนุนที่เพียงพอให้กับบริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ตอัประยะเริ่มต้น

กฎหมาย AI ฉบับใหม่ของเกาหลีใต้สะท้อนความพยายามในการสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัย ความเชื่อมั่นของสังคม และการแข่งขันเชิงนวัตกรรมในเวทีโลก ท่ามกลางบริบทที่ประเทศมหาอำนาจยังมีมุมมองแตกต่างกันต่อการกำกับดูแล AI แนวทางของเกาหลีใต้จึงอาจกลายเป็นทั้งต้นแบบด้านนโยบาย และบททดสอบสำคัญว่าการกำกับที่เข้มขึ้นจะช่วยเร่งการยอมรับ AI หรือจะกลายเป็นแรงต้านต่อการเติบโตของสตาร์ตอัปในระยะยาว

อ้างอิง: Reuters

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

32 เครือข่ายร่วมกับ NIA อว. สร้าง 'Medical Innovation Hub' ลดพึ่งพาต่างชาติ ด้วยการสร้างและส่งออกนวัตกรรมการแพทย์เอง

NIA เปิดตัว 32 ภาคีเครือข่ายที่ร่วมยกระดับไทยจาก 'ผู้ให้บริการทางการแพทย์และผู้รับจ้างผลิต' สู่ 'ศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ (Medical Innovation Hub)' ที่สามารถออกแบบ พัฒนา และต่อยอด...

Responsive image

ททท. จับมือ Visa เปิดตัว Visa Destinations ดันไทยสู่จุดหมายระดับโลกที่เที่ยวง่าย จ่ายคล่อง

วีซ่าจับมือ ททท. ดันไทยเป็นตลาดแรกและประเทศเดียวในเอเชียแปซิฟิกที่ได้สถานะ Visa Destinations ระดับประเทศ ยกระดับการท่องเที่ยวขาเข้าให้สะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อ ครอบคลุม 8 เมืองหลั...

Responsive image

Grab หั่น GP เหลือ 9% สมัครร่วมโครงการฯ กับ GrabFood ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569

Grab Thailand ขานรับนโยบายรัฐหั่น GP เหลือ 9% พร้อมอัดสินเชื่อร้านอาหารสูงสุด 2 ล้านบาท และแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ 10 เด้ง ดันยอดขายฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ อ่านขั้นตอนสมัครที่นี่...