ดีลประวัติศาสตร์ ทำไม SpaceX ต้องทุ่ม 6 หมื่นล้านเหรียญ เข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพ AI ‘Cursor’

วงการเทคโนโลยีระดับโลกต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ SpaceX บริษัทเทคโนโลยีอวกาศภายใต้การนำของ Elon Musk ประกาศข้อตกลงอย่างเป็นทางการในการเข้าซื้อกิจการ Cursor สตาร์ทอัพดาวรุ่งด้าน AI สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ด้วยมูลค่าสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรูปแบบ Stock Deal

การประกาศดีลยักษ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่ SpaceX เพิ่งสร้างปรากฏการณ์นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และนี่ไม่ใช่แค่การขยายธุรกิจธรรมดา แต่ซ่อนนัยสำคัญทางยุทธศาสตร์เพื่อกอบกู้อาณาจักรปัญญาประดิษฐ์ของ Elon Musk และต่อยอดวิสัยทัศน์ระดับล้านล้านดอลลาร์

ทำความรู้จัก Cursor: สตาร์ทอัพ AI ที่โตแบบติดจรวดจนบิ๊กเทคต้องแย่งชิง

Cursor (ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 ในชื่อ Anysphere) คือผู้พัฒนาเครื่องมือ AI Coding Tool ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหมู่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วโลก โดยมีความสามารถในการช่วยเหลือทั้งการเขียน แก้ไข และรีวิวโค้ดได้อย่างอัจฉริยะ

ความร้อนแรงของ Cursor พิสูจน์ได้จากตัวเลขและเส้นทางการเติบโต

  1. การเติบโตแบบก้าวกระโดด: บริษัทสามารถสร้างรายได้ต่อปี ทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา
  2. เนื้อหอมในหมู่นักลงทุน: ก่อนหน้าที่ SpaceX จะปิดดีล Cursor เคยผ่านการบ่มเพาะจาก OpenAI ในปี 2024 และกำลังอยู่ในเส้นทางการปิดรอบระดมทุน 2,000 ล้านดอลลาร์จากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Andreessen Horowitz, Thrive Capital และ Nvidia ซึ่งจะดันมูลค่าบริษัทไปแตะระดับ 50,000 ล้านดอลลาร์

แม้บริษัทจะเคยระดมทุนระดับ Series C ไปแล้ว 900 ล้านดอลลาร์ และอีก 2,300 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2025 แต่แหล่งข่าวระบุว่า เม็ดเงินเหล่านั้นอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้บริษัทก้าวไปถึงจุดคุ้มทุนในสงคราม AI ที่เผาเงินอย่างมหาศาล

เบื้องหลังดีลลับ ภารกิจกอบกู้วิกฤต xAI ของ Elon Musk

สาเหตุหลักที่ผลักดันให้ SpaceX ต้องเร่งปิดดีลนี้ เป็นผลมาจากปัญหาภายในของแผนก AI ซึ่งมีแกนหลักคือ xAI (สตาร์ทอัพ AI ของ Musk ที่ควบรวมเข้ากับ SpaceX เมื่อต้นปี) ที่กำลังเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ ได้แก่

  1. วิกฤตความเชื่อมั่นและกฎหมาย แชตบอต Grok ของ xAI เคยสร้างปัญหาใหญ่ด้วยการเรียกตัวเองว่า MechaHitler รวมถึงการปล่อยให้ผู้ใช้งานสร้างภาพ Deepfake ลามกอนาจารของเด็กและสตรี จนกลายเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจและนำมาซึ่งการฟ้องร้องหลายคดี
  2. ภาวะสมองไหลครั้งใหญ่ ผู้ร่วมก่อตั้ง xAI ทั้ง 11 คน ได้ลาออกจากบริษัทไปทั้งหมดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ Musk ต้องออกมายอมรับความจริงว่า xAI ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก และเขาจำต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่จากศูนย์

ด้วยสถานการณ์นี้ Cursor จึงเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มทั้งในด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญระดับหัวกะทิ และเทคโนโลยีที่พร้อมใช้งาน เพื่อต่อกรกับคู่แข่งที่ครองตลาดอยู่อย่าง Anthropic (ที่ปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาด AI Coding ถึงครึ่งหนึ่ง) และ OpenAI

เปิดพิมพ์เขียว AI 28 ล้านล้านดอลลาร์ น่านน้ำใหม่ของ SpaceX

การเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ของ SpaceX มาพร้อมกับคำมั่นสัญญาและวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ โดยบริษัทได้นำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนว่า SpaceX มีโอกาสในการเข้าถึงตลาด (Total Addressable Market - TAM) ที่มีมูลค่ามหาศาลถึง 28 ล้านล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนี้กว่า 26 ล้านล้านดอลลาร์ ผูกอยู่กับเทคโนโลยี AI อย่างแยกไม่ออก

SpaceX ประเมินโอกาสทางธุรกิจใน 2 แกนหลัก ได้แก่:

  1. โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ซึ่งรวมถึงแผนการสุดล้ำในการสร้างเครือข่ายดาวเทียมที่สามารถรองรับการประมวลผล AI ได้บนอวกาศ
  2. แอปพลิเคชันสำหรับองค์กร พื้นที่ที่บริษัทต้องการพัฒนาโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจ

การดึง Cursor เข้ามาอยู่ในเครือข่าย จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะพิสูจน์ให้นักลงทุนเห็นว่า SpaceX สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ AI ระดับองค์กรได้จริงตามที่สัญญาไว้

เงื่อนไขการเข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่าหุ้นสามัญคลาส A จำนวน 60,000 ล้านดอลลาร์นี้ คิดเป็นการลดสัดส่วนหุ้นเพียง 3.4% จากมูลค่า IPO ของ SpaceX

นอกจากนี้ ในเอกสารไฟลิ่งยังระบุถึงเงื่อนไขสุดโหดตั้งแต่เจรจากันในเดือนเมษายนว่า หากดีลนี้ล่ม SpaceX จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการยกเลิกสัญญาเป็นเงินสด 1,500 ล้านดอลลาร์ และทรัพยากรประมวลผลอีก 8,500 ล้านดอลลาร์ รวมมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม มูลค่ามหาศาลนี้กลับเป็นเรื่องที่ SpaceX ตัดสินใจได้ไม่ยากเมื่อเทียบกับกระแสตอบรับหลัง IPO เพราะเพียงแค่ข้ามสัปดาห์ หุ้นของ SpaceX ได้ทะยานจากราคาเปิดตัวที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขึ้นไปทะลุ 200 ดอลลาร์ต่อหุ้นในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (Pre-market)

ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของ SpaceX เพิ่มขึ้นเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งมากพอที่จะซื้อ Cursor ได้ถึง 16 บริษัทพร้อมๆ กัน ดันให้บริษัทก้าวขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับ 4 ในสหรัฐฯ แซงหน้า Amazon และ Microsoft ไปโดยปริยาย

"เราตื่นเต้นที่จะได้ร่วมมือกับทีม SpaceX เพื่อขยายการใช้งาน Composer... นี่คือก้าวสำคัญบนเส้นทางของเราในการสร้างสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเขียนโค้ดด้วย AI" — Michael Truell ซีอีโอของ Cursor

ทั้งนี้ SpaceX คาดการณ์ว่ากระบวนการควบรวมกิจการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ หากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า การผสานขุมพลังระหว่างจรวดอวกาศของ SpaceX และ AI เขียนโค้ดระดับโลกของ Cursor จะสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการเทคโนโลยีได้ลึกซึ้งเพียงใด

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AMD ปิดดีลซื้อ MEXT สตาร์ทอัพหน่วยความจำ AI ที่ทำให้ Flash Memory ทำตัวเป็น DRAM ได้

AMD ปิดดีลซื้อ MEXT สตาร์ทอัพหน่วยความจำ AI จาก Santa Clara เจ้าของเทคโนโลยี Predictive Memory ที่ทำให้แฟลชราคาถูกทำงานแทน DRAM ลดต้นทุนศูนย์ข้อมูลได้ครึ่งหนึ่ง พร้อมแก้คอขวดหน่วยค...

Responsive image

UK เตรียม ‘แบนโซเชียลมีเดีย’ อายุต่ำกว่า 16 ปี ต้องสแกนหน้าเพื่อเข้าใช้งาน TikTok และ Instagram

อังกฤษเตรียมแบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้ TikTok และ Instagram บังคับยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าและ Digital ID พร้อมคุมแชทบอต AI ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ 400 คนเตือนความเสี่ยงด้านความเป็...

Responsive image

ทำไมกองทุนในเครือ LVMH อาจเข้าซื้อ Hyrox เมื่อการแข่งจาก 650 คนสู่ 1.5 ล้านคนในเวลา 8 ปี กลายเป็นเป้าหมายการลงทุนระดับโลก

ในปี 2018 Christian Toetzke และ Moritz Fürste อดีตนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติเยอรมนีเจ้าของเหรียญโอลิมปิก จัดงาน Fitness Race ครั้งแรกที่ฮัมบูร์ก มีผู้เข้าร่วม 650 คน วันนี้ในปี 2026 Hyro...