คอลเลคชั่น NFT ของ Starbucks ขายหมดเกลี้ยง 2,000 ชิ้น ใน 20 นาที

ถึงแม้ว่าฟองสบู่ NFT จะแตกไปแล้วแต่ก็ไม่สามารถหยุดการเข้ามาในโลก NFT ของบริษัทใหญ่มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์อย่าง Starbucks ได้

ล่าสุด Starbucks ได้ทำการเปิดตัวคอลเลคชั่น NFT บนแพลตฟอร์มของตัวเองชื่อ Starbucks Odyssey โดยมีราคาอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ ต่อชิ้น Starbucks เรียกคอลเลคชั่นนี้ว่าเป็น “Journey Stamps” หรือแสตมป์รูปแบบดิจิตอล เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจง่ายขึ้นว่ากำลังซื้ออะไร ซึ่งจากการรายงานของ Coindesk คอลเลคชั่นแสตมป์ของ Startbucks ขายหมดภายใน 20 นาที

ที่จริงแล้ว Starbucks ได้ก้าวเข้ามาสู่โลกของ NFT และ web3 ตั้งแต่ธันวาคมปีที่แล้วผ่านโปรแกรมเมมเบอร์สมัครสมาชิก Starbucks Odyssey ที่เป็นเหมือนการต่อยอดจากโปรแกรมสะสมแต้ม Starbucks rewards

Starbucks Odyssey จะให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ “เป็นประสบการณ์แบบ immersive ที่หาไม่ได้จากที่ไหน” ผ่านการซื้อ เล่นเกมและควิซเพื่อชิงรางวัลที่มีตั้งแต่การได้คลาสในโลกเสมือน ได้สิทธิในการซื้อสินค้าบางอย่าง หรือทริปเยี่ยมชมสวนกาแฟของสตาร์บัคสำหรับการเป็นสมาชิกระดับสูง การซื้อ NFT จะทำให้ได้แต้มพิเศษด้วย

ที่ผ่านมามีหลายแบรนด์เข้ามาร่วมวง NFT และทำเงินกันไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Taco Bell, Nike, Adidas, Paramount, GameStop รวมไปถึงเซเลบที่มีชื่อเสียงในแต่ละวงการก็เข้าร่วมในกระแส NFT ก่อนที่ฟองสบู่จะแตกไป ทำให้เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ Starbucks มาช้ากว่าคนอื่นแต่กลับขายหมดใน 20 นาทีและมีผู้ถือครองมากถึง 1,166 คน (ต้องเป็นสมาชิก Starbucks Odyssey ก่อนถึงจะซื้อได้และจำกัดการซื้อ 2 ชิ้นต่อ 1 บัญชี)

อ้างอิง : TheVerge

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Reed Hastings ผู้ก่อตั้ง Netflix เตรียมลงจากตำแหน่งกลางปีนี้ ปิดตำนาน 27 ปี ผู้เปลี่ยนโลกการดูหนัง

Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบอร์ดของ Netflix กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งกรรมการบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น หลังจากอยู่กับองค์กรมาอย่างยาวนานกว่า 27 ปี โดยการเปลี่ยนแปลงน...

Responsive image

สวีเดนสั่งยกเลิกหน้าจอในห้องเรียน กลับไปใช้หนังสือและปากกา

สวีเดนประกาศเลิกใช้หน้าจอในเด็กเล็ก กลับไปเน้นอ่านเขียนบนกระดาษเพื่อกู้คะแนน PISA เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาที่เคยดีที่สุดในโลก?...

Responsive image

Opus 4.7 สรุปความเก่งของโมเดลล่าสุดจาก Anthropic คิดเองได้ว่าโค้ดผิดตรงไหน เถียงผู้ใช้ได้ ทำงานลากยาวได้โดยไม่ต้องคอยคุม

ลองนึกภาพว่าถ้าคุณเป็น Developer ที่ต้องเขียนเขียนระบบแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (Text-to-Speech) ด้วยภาษา Rust โดยต้องเขียนตั้งแต่ Neural Model, การจัดการประมวลผลระดับฮาร์ดเแวร์, ทำ ...