ครม. เห็นชอบหลักการ Startup Act ปลดล็อกข้อจำกัดระดมทุนสตาร์ตอัปไทย อนุญาตให้บริษัทจำกัดถือหุ้นตนเองได้

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัปหรือ Startup Act เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 เปิดทางให้ปรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนและการบริหารหุ้นให้รองรับรูปแบบธุรกิจสตาร์ตอัปมากขึ้น พร้อมกำหนดให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เป็นหน่วยงานกลางด้านการรับรอง การสนับสนุน และการประสานสิทธิประโยชน์

โดยคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมาย และให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบริษัทจำกัด ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนเดินหน้าตามกระบวนการนิติบัญญัติต่อไป

ใครบ้างที่เข้าเกณฑ์สตาร์ตอัป

ตามรายละเอียดที่รัฐบาลเปิดเผย บริษัทที่จะเข้าสู่ระบบตามร่างกฎหมายต้องเป็นบริษัทจำกัดที่จัดตั้งมาไม่เกิน 10 ปี มีรายได้เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีไม่เกิน 300 ล้านบาท ไม่เคยจ่ายเงินปันผล และไม่มีบริษัทอื่นเข้ามาควบคุมกิจการ

บริษัทที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถยื่นแบบรับรองตนเองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่อ NIA ร่างกฎหมายกำหนดให้บริษัทที่ผ่านการรับรองได้รับสิทธิและประโยชน์เป็นเวลา 5 ปี ส่วนสตาร์ตอัปที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกด้านเกษตรหรือสาขาที่คณะกรรมการกำหนด อาจได้รับการขยายระยะเวลารวมไม่เกิน 10 ปี

กรอบกฎหมายนี้เป็นทางเลือก ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจว่าจะเข้าสู่ระบบเพื่อใช้สิทธิและประโยชน์หรือไม่ จึงไม่ได้บังคับให้สตาร์ตอัปทุกรายต้องจดทะเบียนตาม Startup Act

เครื่องมือระดมทุนที่ร่างกฎหมายต้องการปลดล็อก

ปัญหาหลักที่ร่างกฎหมายพยายามแก้คือข้อจำกัดของบริษัทจำกัดภายใต้กฎหมายเดิม ซึ่งยังรองรับเครื่องมือระดมทุนและข้อตกลงการลงทุนที่สตาร์ตอัปใช้กันในระดับสากลได้ไม่เต็มที่ สาระสำคัญมีดังนี้

  • หุ้นกู้แปลงสภาพ เปิดทางให้บริษัทออกตราสารหนี้ที่สามารถแปลงเป็นหุ้นได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เพิ่มความยืดหยุ่นให้การระดมทุนระยะแรก ซึ่งมูลค่าบริษัทยังประเมินได้ยาก
  • ารแปลงหนี้เป็นทุน รองรับการเปลี่ยนภาระหนี้ให้เป็นทุนจดทะเบียน ช่วยให้บริษัทและนักลงทุนจัดโครงสร้างทางการเงินได้ยืดหยุ่นขึ้น
  • หุ้นบุริมสิทธิและหุ้นสามัญ รองรับการแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญตามข้อตกลงการลงทุน
  • การทยอยให้หุ้น หรือ Vesting เปิดทางให้สิทธิในหุ้นเกิดขึ้นตามระยะเวลาหรือเงื่อนไขที่ตกลงกัน เพื่อรักษาบุคลากรและจัดผลประโยชน์ระยะยาวให้สอดคล้องกับการเติบโตของบริษัท
  • การถือหุ้นของตนเอง หรือ Treasury Stock อนุญาตให้บริษัทจำกัดถือหุ้นของตนเอง เพื่อนำมาจัดสรรให้กรรมการ พนักงาน หรือนักลงทุนตามโครงการให้สิทธิซื้อหุ้นแก่พนักงาน หรือ ESOP และข้อตกลงการลงทุน
  • การเสนอขายหุ้นและออกหุ้นกู้ เปิดช่องให้บริษัทที่เข้าเกณฑ์เข้าถึงเครื่องมือระดมทุนได้กว้างขึ้น ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่จะกำหนดในกฎหมายลำดับรอง

NIA รับบทศูนย์บริการกลาง

ร่างกฎหมายกำหนดให้ NIA ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ หรือ One-Stop Service ตั้งแต่รับและตรวจสอบคำขอรับรอง ประกาศรายชื่อบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ ไปจนถึงรวบรวมข้อมูลโครงการและแหล่งเงินทุนสำหรับสตาร์ตอัป

NIA ยังมีบทบาทประสานสิทธิประโยชน์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมการเข้าเมืองและการทำงานของผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ทรัพย์สินทางปัญญา ภาษี การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และมาตรการสนับสนุนด้านอื่น ๆ รวมถึงสามารถให้กู้ยืม ถือหุ้น หรือร่วมลงทุนตามกรอบที่กฎหมายกำหนด

ร่างกฎหมายยังเสนอให้มีคณะกรรมการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนาระบบนิเวศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมพิจารณา เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานรัฐเชื่อมต่อกันมากขึ้น

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA ระบุว่า หน่วยงานเตรียมทำหน้าที่เชื่อมโยงสตาร์ตอัปกับองค์กรภาครัฐและเอกชน ตลอดจนเป็นศูนย์กลางข้อมูลโครงการและเงินทุน หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ สตาร์ตอัปที่ผ่านการรับรองจะสามารถใช้ช่องทางกลางเพื่อติดต่อขอรับสิทธิและประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด

อ้างอิง : NIA, Thaigov

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

iFLYTEK ยกระดับองค์กรไทย! เปิดตัวโซลูชัน AI โลคัลไลซ์ในงาน Techsauce Global Summit 2026

สรุปนวัตกรรม AI จากบูธ iFLYTEK ในงาน Techsauce Global Summit 2026 ครบทั้ง 7 โซลูชัน ตั้งแต่จอแปลภาษา, Stars MaaS, Astron Agent, Enterprise AI Agents, GuideX, WallEX ไปจนถึง All-in-...

Responsive image

ญี่ปุ่นยื่นลงทุนไทย 1.13 แสนล้านบาท 302 โครงการโตขึ้นเท่าตัว BOI ชี้ค่ายรถ-อิเล็กทรอนิกส์เลือกปักหลักไทย ดันไทยสู่ฮับฮาร์ดแวร์อนาคตแห่งอาเซียน

บีโอไอเผยปี 2568 นักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอส่งเสริมการลงทุนในไทย 302 โครงการ มูลค่ากว่า 113,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว พร้อมเจาะโครงการใหญ่ของอีซูซุ มาสด้า มิตซูบิชิ ฮอนด้า มูราตะ...

Responsive image

ก.พ.ร. ลุยยกระดับราชการยุคใหม่ ผนึกกำลัง 3 พันธมิตร จัด ‘AI Hackathon’ ภาครัฐ แก้ปัญหาจริง สร้างบริการเพื่อประชาชน

ก.พ.ร. ผนึก Techsauce, ธรรมศาสตร์ และ NECTEC จัดงาน AI Hackathon for Public Sector Development 2569 ดัน 3 นวัตกรรม AI จากภาครัฐแก้ Pain Point ประชาชน มุ่งเป้าเปลี่ยนระบบราชการไทยสู...