ฟีเจอร์ใหม่จาก Telegram โอนคริปโตได้ง่ายเหมือนส่งข้อความในแชท

ในที่สุดแอพพลิเคชันแชทยอดนิยมอย่าง Telegram ก็ได้เปิดตัวระบบชำระเงินด้วย Cryptocurrency ผ่าน Digital Wallet ของ Telegram เองอย่าง Wallet Bot ซึ่งสามารถส่ง Toncoin (TON) รวมถึง Bitcoin (BTC) ในแชทได้โดยตรงเลย นอกจากนี้ Wallet Bot จะช่วยในอำนวยความสะดวกทั้งในการซื้อสกุลเงินดิจิทัลด้วยบัตรเครดิต  และการแลกเปลี่ยนหรือโอนเหรียญไปยังกระเป๋าเงินอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันยอดดาวน์โหลดกระเป๋าเงินดิจิทัลนี้แล้วกว่า 8 แสนครั้ง 

โดยจุดประสงค์หลักของฟีเจอร์นี้คือการทำให้การใช้คริปโตในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เพราะผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องกรอกรหัส Digital Wallet ที่ยาวเหยียด แล้วยังต้องรอการยืนยันอีก เพียงแค่คลิกที่ปุ่ม Wallet ใน Direct Messages ก็ทำธุรกรรมได้แล้ว

Toncoin (TON) คืออะไร?

Toncoin เป็น Native Tokens ของ Telegram ถูกสร้างขึ้นโดย Ton Foundation ในปี 2017 โดยคำว่า TON นั้นย่อมาจาก Telegram Open Network เป็นบล็อกเชนแบบกระจายอำนาจ Layer 1 ที่มีการเก็บข้อมูลแบบ DNS (Domain Name Server) และใช้ระบบ PoS (Proof-of-Stake) ซึ่งทีม Ton Foundation จาก Telegram ก็กำลังพัฒนาสู่ Web 3.0 แม้ว่าจะเคยเผชิญกับอุปสรรคอย่างการถูกฟ้องร้องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกา (SEC) 


อ้างอิง:  Cointelegraph, Coinjournal

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

อวท. ดันสตาร์ทอัพไทยไปตลาดโลก เปิดตัว ‘TSP Scale X Landing Program’ เปิดทางสตาร์ทอัพไทยโตข้ามพรมแดน พร้อมปูทางสตาร์ทอัพต่างชาติเข้าสู่ไทยและอาเซียน

อวท. โดย สวทช. เปิดตัว TSP Scale X Landing Program เชื่อมสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก พร้อมสนับสนุนสตาร์ทอัพต่างชาติเข้าสู่ตลาดไทยและอาเซียน ผ่านเครือข่ายงานวิจัย ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน ...

Responsive image

บอร์ดบีโอไอ ปรับทิศทางส่งเสริมการลงทุนยุคใหม่ ชูเทคโนโลยี คน และซัพพลายเชนไทย

บอร์ดบีโอไอ หรือคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ปรับทิศทางและบทบาทการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทยครั้งใหญ่ โดยวางเป้าหมายใหม่ให้เม็ดเงินลงทุนที่ดึงเข้ามาต้องสร้างมูลค่าเพิ่มจริงและกระจา...

Responsive image

EV ฝั่งจีนขึ้นแท่นรถที่คนใช้งานสั้นกว่าโทรศัพท์ คนจีนใช้รถเฉลี่ยแค่ 1.8 ปีก็เปลี่ยน

คนจีนถึงเปลี่ยนรถ EV ไวกว่าสมาร์ตโฟน ด้วยอายุเฉลี่ยบนท้องถนนเพียง 1.8 ปี เจาะลึก 3 เหตุผลหลัก ทั้งเทคโนโลยีที่ไปไว ราคาขายต่อที่ตกแรง และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความอัจฉริยะ...