จับตาทิศทางประเทศไทยบนเวที Thailand Ahead 2026 เมื่อโลกเปลี่ยนเกมเร็วขึ้น แต่ประเทศไทยยังติดอยู่กับความไม่ชัดเจน

เวที Thailand Ahead 2026 ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026 สะท้อนภาพชัดว่าโลกกำลังเปลี่ยนเร็วขึ้นจากทุกทิศทาง ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี ขณะที่ประเทศไทยยังวนอยู่กับคำถามเดิมว่า ควรรอให้สถานการณ์ชัดเจนกว่านี้ก่อนหรือไม่

แต่ในโลกที่ 'ความไม่ชัดเจน' กลายเป็นมาตรฐานใหม่ การรอไม่ใช่ความรอบคอบอีกต่อไป หากคือการถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

การเสวนาครั้งนี้นำโดยผู้ร่วมเวทีอย่าง ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และ ผศ.ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา และอาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี อาจารย์วีระ ธีรภัทร และ คุณชุติมา พึ่งความสุข ทำหน้าที่ดำเนินรายการ

ตลอดการสนทนา ทั้งสี่ช่วยกันคลี่ภาพประเทศไทยในปี 2026 ออกมาอย่างตรงไปตรงมา ไม่เลี่ยงคำถามยาก และไม่ลดทอนความจริงที่ประเทศกำลังเผชิญ

สิ่งที่ปรากฏชัดตั้งแต่ต้นจนจบ คือ 'ความไม่ชัดเจน' กำลังกลายเป็นต้นทุนที่ประเทศไทยต้องจ่ายแพงขึ้นในทุกปีที่ยังลังเลจะตัดสินใจ


ความไม่ชัดเจนทางการเมืองคือต้นทุนที่แพงที่สุด

บทสนทนาเริ่มจากไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งต้องรอการรับรองจาก กกต. ราว 60 วัน และอาจเห็นรัฐบาลใหม่เริ่มทำงานเต็มรูปแบบช่วงพฤษภาคมหรือมิถุนายน

บนเวทีนี้ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ระหว่างนั้นจะเกิดอะไรขึ้น?

ในช่วงรอยต่อที่คำตอบยังไม่ชัด ภาคธุรกิจจะชะลอการตัดสินใจ นักลงทุนเลือกยืนดูท่าที และนโยบายระยะกลาง–ยาวไม่สามารถเดินหน้าได้เต็มที่ ความไม่ชัดเจนจึงไม่ใช่แค่ความอึดอัดทางการเมือง แต่คือ ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ไม่ปรากฏในงบประมาณ แต่กัดกินศักยภาพประเทศจริง

เศรษฐกิจไทยในบริบทโลก ปัญหาไม่ใช่โลกชะลอ แต่ไทยช้ากว่าเพื่อน

หากมองในภาพรวมเศรษฐกิจโลก บนเวทีนี้ประเมินว่าปี 2026 ไม่ได้เป็นปีที่โลกถดถอยหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตระดับ 4–6% ขณะที่เศรษฐกิจโลกโดยรวมยังขยายตัวใกล้ 3%

แต่เศรษฐกิจไทยกลับถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.6–1.8% ปัญหาของไทยไม่ใช่จังหวะโลก แต่คือ เครื่องยนต์ภายในที่เริ่มหมดแรง

หนึ่งในช่วงที่เงียบที่สุดของเวที คือวินาทีที่ ดร.ศุภวุฒิ ตอบคำถามว่า หากเศรษฐกิจไทยโตเพียง 1.6–1.8% ประเทศจะอยู่ได้หรือไม่

คำตอบคือ “อยู่ไม่ได้ครับ”

เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข แต่คือโครงสร้างที่ต้องพึ่งพาการขาดดุลของรัฐอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลต้องใช้งบประมาณขาดดุลระดับ 3–4% ของ GDP เพื่อพยุงเศรษฐกิจให้แตะระดับ 2% ขณะที่พื้นที่การคลังในอนาคตกลับแคบลงเรื่อย ๆ

เมื่อผนวกกับงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหลือจริง ในปี 2569 ซึ่งอยู่เพียงราว 30,000 ล้านบาท และแม้นโยบายกระตุ้นแบบ “คนละครึ่งพลัส” ถูกพูดถึง ก็ยังติดเพดานเม็ดเงินและความจำเป็นต้องกันงบไว้รองรับเหตุฉุกเฉิน

สัญญาณจึงชัดเจนว่า ความสามารถในการซื้อเวลาให้เศรษฐกิจไทยกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว

โลกภายนอกที่ยอมรับความขัดแย้งเป็นพื้นฐาน

เวทีหันออกไปมองโลกด้วยกรอบคิดที่ต่างจากเดิมไม่ใช่โลกที่กำลังหาสมดุล แต่คือโลกที่เริ่มยอมรับความขัดแย้งเป็นฐาน

ฝั่งภูมิรัฐศาสตร์ถูกวางเป็น 2 ชั้นชัดเจน โดย การแข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีนถือเป็นเกมยาวหลายทศวรรษ ในส่วนของปี 2026 ก็ถือว่ามีหลายจุดร้อนขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะ ไต้หวัน ที่ถูกยกระดับเป็น Hotspot สำคัญของเอเชีย

สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ 'ภาษา' ของภูมิรัฐศาสตร์ จากการหลบเลี่ยง กลายเป็น การพูดถึงการปิดล้อม ความมั่นคง และการเตรียมพร้อมอย่างเปิดเผย ญี่ปุ่นเองก็แสดงบทบาทชัดเจนขึ้นในเวทีความมั่นคงภูมิภาค

จีนเปลี่ยนเกมจาก 'ขายของ' เป็น 'ขยับ Supply Chain'

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เวทีให้ความสำคัญ คือ ยุทธศาสตร์ใหม่ของจีน ที่ไม่ได้มองการแข่งขันในกรอบเดิมอีกต่อไป

จีนไม่ได้แข่งแค่การส่งออกสินค้าสำเร็จรูป แต่กำลัง ขยับบทบาทเข้าไปใน Supply Chain ของประเทศต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ทั้งการร่วมทุน การถ่ายโอนบางกระบวนการผลิต และการฝังตัวอยู่ในอุตสาหกรรมต้นน้ำ–กลางน้ำ

เป้าหมายสำคัญคือการ เลี่ยงแรงกดดันจากกำแพงภาษีและมาตรการกีดกันทางการค้า ของสหรัฐฯ และยุโรป ผ่านการย้ายฐานการผลิตบางส่วน และใช้ประเทศในอาเซียนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการผลิตใหม่

การเปลี่ยนเกมครั้งนี้ทำให้การแข่งขันตัดสินกันที่ใครสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ใหม่ได้ก่อน และใครจะถูกทิ้งไว้ข้างนอก โจทย์ที่ตามมาสำหรับไทยจึงไม่ใช่แค่การดึงดูดการลงทุน แต่คือการตอบให้ได้ว่า ประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่นี้ และจะสร้างคุณค่าเพิ่มจากตำแหน่งนั้นได้อย่างไร

สหรัฐ vs จีน: All in AI กับ AI in All

เมื่อวิเคราะห์ลงลึกในการแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจ ผศ.ดร.อาร์ม อธิบายความต่างเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างชัดเจน

  • สหรัฐเลือกแนวทาง All in AI ทุ่มทรัพยากรเพื่อพัฒนา AI ให้ล้ำหน้าที่สุด 
  • จีนเลือกแนวทาง AI in All ไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่ง แต่ต้องฝัง AI เข้าไปในทุกอุตสาหกรรม ทุกกระบวนการผลิต

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีนจึงมุ่งลงทุนในเทคโนโลยีฐานที่ไม่ใช่แค่เพื่อเศรษฐกิจ แต่โยงกับความมั่นคงของรัฐด้วย ตั้งแต่ควอนตัม, Biomanufacturing, นิวเคลียร์ฟิวชัน, Brain-computer Interface ไปจนถึง 6G 

สิ่งที่น่าคิดต่อสำหรับไทยจึงเป็นคำถามจาก ดร.อาร์ม ว่า "ไทยจะเข้าไปเป็นข้อต่อไหนในซัพพลายเชนใหม่นี้ และเอามาแปลงโฉมเศรษฐกิจเราได้อย่างไร?"

โครงสร้างเศรษฐกิจไทย ปัญหาแค่ 2 ข้อ แต่แก้ยากทั้งคู่

ในมุมของดร.ศุภวุฒิ ปัญหาโครงสร้างของไทยมีเพียงสองเรื่อง

  1. สังคมสูงวัย เด็กเกิดใหม่น้อยลง แต่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางรอดจึงไม่ใช่การเพิ่มจำนวนแรงงาน แต่คือการดัน Productivity ต่อคนให้สูงขึ้น เพื่อรองรับภาระทางเศรษฐกิจที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ
  2. การสูญเสียความสามารถแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม จากกำลังการผลิตขนาดใหญ่ของจีนที่กดดันทั้งราคาและอุตสาหกรรมดั้งเดิม

เมื่อเทียบกับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ที่พึ่งพา ภาคบริการราว 60% ภาคอุตสาหกรรมประมาณ 25% และภาคเกษตรราว 8–10% คำตอบของดร.ศุภวุฒิชัดเจนว่า “ไทยยังไปต่อได้ แต่จะเติบโตได้เพียงราว 2% ต่อปี"

หากไม่เร่งอัปเกรดคุณภาพของเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม ทั้งบริการ อุตสาหกรรม และเกษตร เศรษฐกิจไทยจะติดอยู่ในจุดนี้ไปอีกยาว โดยไม่มีแรงส่งใหม่พอจะพาประเทศก้าวขึ้นไปมากกว่านั้น

แรงงานและคนทำงานคือความเสี่ยงที่มักถูกพูดน้อยกว่าที่ควร

หนึ่งในความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเลข GDP คือ แรงงาน

ในโลกที่ AI เข้ามาแทนงานซ้ำ ๆ พร้อมกับสังคมที่กำลังแก่เร็ว ปัญหาของไทยอาจไม่ใช่ไม่มีงานทำ แต่คือ งานเดิมสร้างมูลค่าได้น้อยลง

ช่องว่างทักษะ (Skill Mismatch) ระหว่างแรงงานกับเศรษฐกิจใหม่กำลังขยายตัว หากไม่เร่ง Reskill และ Upskill อย่างเป็นระบบ Productivity ที่จำเป็นต่อการพยุงประเทศในสังคมสูงวัยจะไม่เกิดขึ้นจริง

ทางออกคือการยกระดับบริการ และเปลี่ยนเกษตรเป็นอุตสาหกรรม

เวทีเสนอแนวคิดทางออกที่เป็นรูปธรรมสองทิศทาง ได้แก่

  1. ภาคบริการต้องโตแบบคุณภาพ ภาคบริการยังเป็นความหวังของไทย แต่ต้องขยับจากปริมาณสู่คุณภาพ ทั้ง Medical, Wellness และ Longevity ซึ่งไทยมีทุนทางวัฒนธรรมและการบริการที่ต่อยอดได้
  2. ภาคเกษตรต้องถูกยกระดับเป็น Agro-industry เปลี่ยนจากการผลิตคาร์โบไฮเดรตไปสู่โปรตีนและอาหารคุณภาพ ในโลกที่จีนต้องนำเข้าอาหารเพิ่มขึ้น ช่องว่างนี้อาจกลายเป็นจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ของไทย

FDI และ Data Center เมื่อเงินลงทุนไม่ใช่คำตอบเสมอไป

การดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติยังสำคัญ แต่เวทีตั้งคำถามว่าไทยควรถามก่อนว่า ต้องการการลงทุนแบบไหน? กรณี Data Center ถูกยกเป็นตัวอย่างของการลงทุนที่ใช้ทรัพยากรสูง แต่สร้างการจ้างงานจำกัด 

ในการลงทุนจึงไม่ควรสนใจเพียงแต่ว่าใครจะมาลงทุน แต่ควรพิจารณาว่าการลงทุนแบบไหนตอบโจทย์ประเทศในระยะยาว?

6–12 เดือนจากนี้ ไทยต้องจับตาอะไร?

เวทีชี้ตรงกันว่า ครึ่งปีถึงหนึ่งปีจากนี้คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ไทยไม่สามารถรอความชัดเจนได้อีกต่อไป สิ่งที่ต้องจับตามีดังต่อไปนี้

  1. ความชัดเจนของรัฐบาลใหม่ และทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ
  2. กรอบงบประมาณปี 2570 ว่ารัฐจะยังอุ้มเศรษฐกิจได้แค่ไหน
  3. การขยับ Supply Chain ของจีนและสหรัฐในอาเซียน
  4. นโยบาย AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย
  5. บทบาทของเวียดนามและอินโดนีเซียในฐานะคู่แข่งเชิงโครงสร้าง

ในโลกสองขั้ว การเป็นกลางอาจไม่พอ

ในโลกที่มหาอำนาจแข่งขันกันเต็มรูปแบบ การเป็นกลางอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยเสมอไป เวทีนี้จึงเสนอให้ไทยเปลี่ยนวิธีเล่นเกม เพราะเกมเดิมกำลังหมดแรง และเวลาที่เคยซื้อได้ด้วยความไม่ชัดเจน กำลังแพงขึ้นทุกปี

โจทย์ของไทยไม่ใช่การเลือกข้าง แต่คือ การสร้าง Leverage ให้ตัวเอง โดย

  • เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ทั้งสองฝั่ง
  • กระจายความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้ ก่อนวันที่ถูกบังคับให้เลือก
  • ทำให้ไทย “ขาดไม่ได้” มากพอ จนไม่มีใครตัดออกจากสมการได้ง่าย

ปี 2026 กำลังตอกย้ำว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่ทิศทางของโลก แต่อยู่ที่ว่า ประเทศไทยจะกล้าตัดสินใจได้เร็วพอ ก่อนที่โลกจะเดินไปไกลกว่านั้นหรือไม่

อ้างอิง: Thailand Ahead 2026, Future Trend Ahead Summit 2026

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เปิดตัว Seedance 2.0 จุดเด่นคือ จัดระเบียบสตอรี่บอร์ดให้ พัฒนาโดย ByteDance บริษัทแม่ TikTok

ByteDance เปิดตัว Seedance 2.0 ชูจุดเด่นสร้างวิดีโอหลายฉากต่อเนื่อง (Multi-shot) แบบเนียนกริบ พร้อมเสียงประกอบในตัว จบงานระดับโปรได้ใน 60 วินาที เจาะลึกเหตุผลที่โมเดลนี้คือจุดเปลี่...

Responsive image

นักวิจัยพัฒนาโลหะชนิดใหม่ลอยน้ำได้ ไม่กลัวรอยรั่ว ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุทางทะเล

โดยปกติแล้วโลหะกับน้ำเป็นของที่ไม่ถูกกัน แค่เหล็กชิ้นเดียวโยนลงน้ำก็จมทันที และยิ่งถ้าเป็นเรือ เมื่อไหร่ที่ตัวลำเสียหายจนน้ำเข้า การอับปางก็แทบจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นักวิ...

Responsive image

RentAHuman.ai แพลตฟอร์มที่ AI เป็น 'นายจ้าง' จ้างมนุษย์ทำงานจริง นี่คืออนาคตแรงงานยุค AI Agent หรือสัญญาณเตือนใหม่ของโลกเทค?

Rent-a-Human แพลตฟอร์มใหม่ที่เปิดให้ AI Agents จ้างมนุษย์ทำงานจริง ตั้งแต่งานส่งของถึงงานธุระทั่วไป จุดคำถามใหญ่ต่ออนาคตแรงงาน เมื่อ AI เริ่มสวมบทบาท 'นายจ้าง' ในเศรษฐกิจยุคเอเจนต์...