ทิศทางเศรษฐกิจไทยกับค่าเงินเฟ้อ และการคาดการณ์ GDP จะเติบโตหรือไม่

แรงกดดันจากโควิด-19 ในระยะนี้เริ่มลดลง หลายกิจการกลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มที่ รวมถึงการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่สิ่งที่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงของการฟื้นฟูเศรษฐกิจในปีนี้คือ เรื่องของตลาดหุ้นต่างประเทศที่ยังผันผวน สงครามยูเครนที่ส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้น แม้ว่าในภาพรวมจะยังไม่มีแนวโน้มถึงขนาดเศรษฐกิจถดถอย เพราะว่ายังมีการส่งออกและการท่องเที่ยวที่มากกว่าปีที่ผ่านมา จึงเหลือเพียงความกังวลเรื่องของเงินเฟ้อ แม้ว่าสหรัฐฯ จะประกาศขึ้นดอกเบี้ยและปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดขึ้น เพื่อลดความรุนแรงของเงินเฟ้อภายในประเทศ แต่บริบทไทยยังไม่สามารถทำแบบนั้นได้ และในความจริงก็ยังไม่มีสัญญาณการลดค่าเงินเฟ้อจากทางสหรัฐฯ ด้วย

ทิศทางเศรษฐกิจไทยกับค่าเงินเฟ้อ และการเติบโตของ GDP

ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมไทยถึงไม่สามารถปรับนโยบายการเงินได้นั้นมีสาเหตุหลักมาจากโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยและความจำเป็นในการฟื้นเศรษฐกิจก่อน

ทำไมไทยถึงไม่มีนโยบายลดเงินเฟ้อ

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า อัตราส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 90.1 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนการก่อหนี้ที่สูง อีกทั้งยังไม่นับรวมกับหนี้นอกระบบที่ไม่แสดงตัวเลขแต่คาดการณ์ว่าจะสูงกว่าในระบบ อัตราหนี้ครัวเรือนนี้ยังสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วที่คิดเป็น 89.3% ต่อ GDP เมื่อเทียบกับรายได้ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ติดลบ ลูกหนี้ประสบปัญหา รายได้ลดลง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ไม่สามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันทีได้แบบสหรัฐ ดังนั้นค่า MRR จึงไม่สามารถปรับขึ้นได้ 

ซึ่ง MRR (Minimum Retail Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ ถ้าดูจากอัตราหนี้ครัวเรือนไทยตอนนี้หากมีการปรับขึ้นจะยิ่งส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ ดังนั้นการขึ้นดอกเบี้ยแม้จะเป็นการแก้ปัญหาเงินเฟ้อก็จริงแต่ด้วยสภาพของไทยจึงไม่สามารถเพิ่มได้ เพราะจะยิ่งเป็นการเร่งให้เกิดหนี้เสียขึ้น  

ถ้าเศรษฐกิจฟื้นตัวได้จริง ซึ่งเกิดได้ยากมากในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ทั้งจากปัญหาค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อจะเป็นปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจไทย และในไตรมาสที่สามยังต้องจับตามองสถานการณ์สงครามยูเครนหากลากยาวจนถึงช่วงสิ้นปีจะกดดันราคาพลังงานและยิ่งทำให้มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นถ้าไม่คลี่คลายในช่วงไตรมาสที่สามนี้ และแม้จะคลี่คลายแต่ราคาพลังงานจะยังคงไม่ปรับตัวลดลงมากเท่าแต่ก่อน 

นอกจากนี้ยังมีตัวแปรด้านการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ที่เป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ของไทยเนื่องจากนโยบายปิดเมืองกับปัจจัยด้านเงินเฟ้อของสหรัฐฯ รวมไปถึงยุโรปที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การทำธุรกิจในตลาดต่างประเทศยิ่งมีความท้าทายมากขึ้น 

ในด้านการเปิดประเทศหากมีการเข้ามาท่องเที่ยวของชาวต่างชาติก็จะช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวรวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นกลับขึ้นมาได้ ก่อนสิ้นปี

Startup และฟองสบู่ในการลงทุน Digital currency 

หากกล่าวถึง Startup และการระดมทุนนั้น อาจจะได้รับผลดี เพราะยังไม่ต้องรับภาระจากดอกเบี้ยที่เพิ่มไปพร้อมกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การลงทุนในเทคโนโลยีและ Digital currency แม้จะเป็นทางเลือกที่ดีแต่ความผันผวนและการไม่เข้าใจถึงวิธีการทำงานก็ยิ่งทำให้เสี่ยงและส่งผลต่อการลงทุนในอนาคตได้ เช่นที่เคยเกิดกับกรณีเหรียญ Luna ดังนั้น การเปลี่ยนไปลงทุนในกลุ่ม Digital currency ก็มีความเสี่ยงที่จะฟองสบู่แตกได้และส่งผลกระทบกลับมาที่เศรษฐกิจได้เช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโครงสร้างพื้นฐานและอีโคซิสเตมของไทยยังไม่พร้อมกับการใช้งานคริปโตเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตามจากที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ไม่ว่าอย่างไรการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้จะอยู่ที่ไม่เกิน 3-4% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าค่าเงินเฟ้อในประเทศที่คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 4.9% (ธปท.) หมายความว่าแม้จะมีการเติบโตแต่ก็ยังน้อยกว่าราคาของที่ปรับตัวแพงขึ้น และยังไม่รวมถึงการกระจายรายได้ที่ทุกภาคส่วนต้องแบกรับต้นทุนราคาที่เพิ่มขึ้น ความหวังของประเทศจึงอยู่ที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวที่จะนำเงินเข้ามาในประเทศและสร้างการจ้างงานระยะยาวได้ รวมถึงการคลี่คลายจากสถานการณ์สงครามยูเครนในไตรมาสที่สี่นี้

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

8 หน่วยงานรัฐจับมือเปิดตัว ‘Thailand FastPass’ เปลี่ยนรัฐจากผู้กำกับดูแลสู่ผู้อำนวยความสะดวก ร่นเวลาอนุมัติลงทุนได้ถึง 50%

รัฐบาลเปิดตัว Thailand FastPass ผนึก 8 หน่วยงานรัฐลงนาม MOU ร่นเวลาอนุมัติลงทุน 20-50% มอบบัตรล็อตแรก 25 โครงการ มูลค่า 223,000 ล้านบาท ดันเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 700,000 ล...

Responsive image

อนาคตของคนในโรงงาน ไม่ได้ถูกแทนที่ แต่จะถูกย้ายจากการทำซ้ำไปสู่การกำกับระบบ สรุปคู่มือการเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะ จาก World Economic Forum

รายงาน Human Machine Collaboration in Industrial Operations ของ World Economic Forum ร่วมกับ Accenture กำลังตั้งคำถามตัวโตว่า เราจะขยับจากการเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์ในไลน์ผลิต หรือจำนวนร...

Responsive image

Data Center ที่ร้อนกว่าอ่างน้ำอุ่น แต่ประหยัดทั้งน้ำ และไฟ NVIDIA กับแนวคิดระบบหล่อเย็น 45 องศา เเปลี่ยนจากทำให้เย็น เป็นทำให้ร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่างน้ำร้อนที่เราเห็นตามโรงแรม มักมีอุณหภูมิประมาณ 38–40 องศาเซลเซียส แค่นี้ก็ร้อนจนคนส่วนใหญ่แช่ได้ไม่นาน ประมาณ 15 นาที ก็ต้องลุกแล้ว แต่เซิร์ฟเวอร์ AI รุ่นใหม่ของ NVIDIA กลับ...