เจาะ Tech Policy ของพรรคการเมืองใหญ่ เลือกตั้ง 69

ในอดีต ภาพจำของการหาเสียงเลือกตั้งมักวนเวียนอยู่กับนโยบายประชานิยมหรือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพอย่าง ถนน รถไฟฟ้า หรือแหล่งน้ำ 

แต่สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 เรากำลังเห็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีถูกยกระดับขึ้นมาเป็นเครื่องมือหลัก ในการตอบโจทย์ปัญหาคลาสสิกของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความโปร่งใสของภาครัฐ การกระจายรายได้ หรือแม้แต่ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ในบทความนี้ Techsauce จึงอยากพาทุกคนไปเจาะลึกและรวบรวมนโยบายด้านเทคโนโลยีของพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อสำรวจว่าในวันที่ AI, Cloud และ Deep Tech เข้ามา Re-shape โลกขนานใหญ่ แต่ละพรรคมีวิสัยทัศน์ในการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การสร้าง Tech Talent รวมถึงการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์อย่างไร

เจาะ Tech Policy ของพรรคการเมืองใหญ่ เลือกตั้งปี 69

พรรคประชาชน

รีเซ็ตประเทศไทยด้วยแนวคิด ‘รัฐแพลตฟอร์ม’

เปลี่ยนบทบาทรัฐจากผู้คุมกฎ/ถือเอกสาร เป็นผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูลทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เอกชนและประชาชนนำข้อมูลไปต่อยอดบริการได้ทันที โดยเน้นความโปร่งใสเป็นที่ตั้ง

  • Digital Government:รัฐโปร่งใสด้วย Data และ AI
    • เปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง (Open Data) และใช้ AI ตรวจสอบแพทเทิร์นการทุจริตแบบ Real-time
    • หน่วยงานที่จะของบทำระบบดิจิทัล ต้องทำตามมาตรฐานกลางเท่านั้น (API First) เพื่อให้ทุกแอปฯ ของรัฐคุยกันรู้เรื่องและรวมอยู่ที่จุดเดียว
    • กำหนดมาตรฐาน UX/UI ของเว็บและแอปฯ รัฐทั่วประเทศ ให้ใช้งานง่ายเหมือนกันทุกหน่วยงาน
    • ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาด้วยเงินภาษี ต้องเปิดเป็นโค้ดสาธารณะเพื่อให้หน่วยงานอื่นนำไปใช้ซ้ำหรือต่อยอดได้ ไม่ต้องจ้างทำใหม่ซ้ำซ้อน
  • Digital Economy: ปลดล็อก SME ด้วยระบบที่เปิดกว้าง
    • Open Commerce Network (OCN) สร้างเครือข่ายกลางที่เชื่อมโยงทุกแพลตฟอร์ม E-commerce เข้าด้วยกัน เพื่อให้ร้านค้าเล็กๆ ขายของข้ามแอปฯ ได้อย่างเสรี ไม่ถูกผูกขาด
    • เปลี่ยนจากการที่รัฐเลือกซอฟต์แวร์ให้ เป็นการให้คูปองเพื่อให้ SME ไปเลือกซื้อเทคโนโลยีที่เหมาะกับธุรกิจตัวเองจริงๆ
    • ระบบ e-Invoice กลางที่ช่วยให้ SME นำใบแจ้งหนี้ไปประมูลขายเพื่อแลกเงินสดมาหมุนเวียนได้ทันที ลดปัญหาขาดสภาพคล่อง
  • Digital Infrastructure: วางรากฐานดิจิทัลที่ไม่ผูกขาด
    • ระบบยืนยันตัวตนมาตรฐานเดียวที่ใช้ได้ทั้งรัฐและเอกชน โดยประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลและควบคุมความยินยอมได้เองผ่านมือถือ
    • เปิด API ข้อมูลภาครัฐให้นักพัฒนาและ Startup เข้ามาเชื่อมต่อเพื่อสร้างบริการใหม่ๆ โดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งในการหาข้อมูล
    • ระบบรหัสที่อยู่ดิจิทัลที่แม่นยำรายหลังคาเรือน เพื่อใช้ในการส่งความช่วยเหลือภัยพิบัติและจ่ายเงินเยียวยาได้ตรงจุดทันทีผ่านระบบ Digital Payment
  • Digital Society: ใช้ Data คุ้มครองแรงงาน
    • นำข้อมูลประกันสังคมมาวิเคราะห์ด้วย Data Analytics เพื่อพยากรณ์ความเสี่ยงในการตกงานล่วงหน้าในแต่ละอุตสาหกรรม และเริ่มมาตรการช่วยเหลือได้ทันเวลา
    • คูปองรีสกิล (Reskill Voucher): สนับสนุนงบประมาณผ่านระบบคูปองให้ประชาชนเลือกเรียนทักษะใหม่จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง เพื่อรับมือกับการเข้ามาของ AI

พรรคเพื่อไทย

AI for All ยกระดับโครงสร้างประเทศด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล

นโยบายของเพื่อไทยมุ่งเน้นการใช้ AI และ Big Data เข้ามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในทุกมิติ ตั้งแต่สาธารณสุข การเกษตร ไปจนถึงการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน โดยมีประเด็นเทคโนโลยีที่สำคัญดังนี้

  • HealthTech: ยกเครื่อง 30 บาทด้วยระบบ Cloud และ AI
    • เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพคนไทยทั้งประเทศไว้บนระบบคลาวด์เดียว เพื่อให้รักษาได้ทุกที่โดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว
    • ใช้ AI ช่วยแพทย์วิเคราะห์โรคและเสนอแนวทางการรักษา เพื่อความแม่นยำและรวดเร็ว
    • ตรากฎหมายเพื่อรับรองความปลอดภัยและการแชร์ข้อมูลสุขภาพระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ
  •  AgriTech:เกษตรแม่นยำและโดรนชุมชน
    • บูรณาการข้อมูลเกษตรเพื่อสร้าง AI 3 ด้าน: วางแผนการเพาะปลูก, พยากรณ์สภาพอากาศ และตรวจจับความผิดปกติของราคาสินค้า
    • แชตบอทอัจฉริยะที่ให้คำปรึกษาเกษตรกรรายแปลง (ปลูกอะไร พื้นที่ไหน ใส่ปุ๋ยสูตรอะไร)
    • รัฐอุดหนุนงบประมาณ 60% ให้เกษตรกรซื้อโดรนเพื่อการเกษตร เพื่อลดการใช้แรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพการฉีดพ่น
    • แจกคูปองดิจิทัลสำหรับซื้อปัจจัยการผลิตที่แม่นยำตามสภาพดินจริง (ปุ๋ยสั่งตัด)
  • AI for Justice & Education: ทนาย AI และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
    • พัฒนา AI ภาษาไทยที่เรียนรู้กฎหมายกว่า 70,000 ฉบับ เพื่อให้บริการปรึกษากฎหมายและร่างสัญญาพื้นฐานฟรีสำหรับประชาชนและ SME
    • แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์แห่งชาติ แจก Digital Certificate และ Token สำหรับเข้าถึง AI Engine ระดับโลก เพื่อการ Upskill และ Reskill
  • Digital Government & Smart City:รัฐโปร่งใสใน Super App
    • รวมทุกบริการภาครัฐไว้ที่เดียว อนุมัติใบอนุญาตอัตโนมัติภายใน 1 วัน (Digital by Default)
    • แสดงข้อมูลงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างแบบ Real-time ให้ประชาชนตรวจสอบได้ทันที
    • เชื่อมโยงกล้อง CCTV ทั่วประเทศด้วย AI เพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติและอาชญากรรมเชิงรุก
  • Digital Sovereignty: แพลตฟอร์มสัญชาติไทย
    • สร้างแพลตฟอร์มกลางที่คิด GP 0% ใน 2 ปีแรก เพื่อทวงคืนอธิปไตยดิจิทัลและเก็บ Big Data ไว้ให้คนไทยใช้เอง
    • ใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการ Demand-Supply อาหาร เชื่อมเกษตรกรเข้ากับครัวกลางและระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ เพื่อลดของเน่าเสียและเพิ่มมูลค่าสินค้า

พรรคภูมิใจไทย

พรรคภูมิใจไทยนำเสนอแนวคิดการใช้เทคโนโลยี ที่เน้นการใช้ AI และระบบดิจิทัลมาเป็นเกราะคุ้มกันประชาชนทั้งจากภัยธรรมชาติและภัยไซเบอร์ อาทิ

  • AI Disaster Prediction: พยากรณ์ภัยแม่นยำระดับโลก
    • ยกระดับฐานข้อมูลการพยากรณ์อากาศและภัยพิบัติ (น้ำท่วม-ภัยแล้ง) ด้วย AI เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลที่ละเอียดและแม่นยำสูง ไม่ใช่แค่ในไทยแต่เชื่อมโยงข้อมูลในระดับโลก
    • บูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อวางแผนป้องกันภัยตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
  • Cybersecurity: ทลายสแกมเมอร์และภัยออนไลน์
    • ชูวาระการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์และการหลอกลวงออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาตัดวงจรอาชญากรรมทางดิจิทัลที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
  • Digital AI Plus: รัฐดิจิทัลที่ทำงานบนระบบออนไลน์
    • เปลี่ยนงานเอกสารภาครัฐทั้งหมดเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-document) 100%
    • รวมศูนย์ข้อมูลภาครัฐที่เชื่อมโยงถึงกันทั้งภายในและระหว่างกระทรวง เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำงานและลดความเสี่ยงของการรั่วไหลของข้อมูล
    • ปรับปรุงระบบการอนุมัติของภาครัฐให้ไว ขึ้นผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ
  • Education Equality Plus:แพลตฟอร์มการเรียนรู้และธนาคารหน่วยกิต
    • สร้างแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ฟรีที่ทุกคนเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา
    • พัฒนาระบบเก็บสะสมหน่วยกิตจากการเรียนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เมื่อสอบผ่านและครบตามเกณฑ์สามารถออกวุฒิการศึกษาให้ได้จริง
    • ร่วมมือกับเอกชนและสถาบันการศึกษาพัฒนาหลักสูตรยกระดับทักษะ (Upskill) ให้ตรงความต้องการตลาด
  • AI Plus & Economy: เพิ่มรายได้ด้วยทักษะใหม่
    • เน้นการเพิ่มทักษะด้าน AI ให้กับแรงงานและประชาชน เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานและเพิ่มรายได้ในยุคเศรษฐกิจใหม่
    • ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย SME ไทยในการลดต้นทุนและเสริมสภาพคล่องทางการเงิน

พรรคประชาธิปัตย์

  • เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
    • สนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเศรษฐกิจข้อมูล (Data Economy)
    • ผลักดันบริการดิจิทัลของไทยสู่ตลาดโลก รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีอวกาศ
    • ปรับเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้คนไทยเป็นลำดับแรก โดยรัฐจะเป็นลูกค้าหลักให้กับ Startup และบริการดิจิทัลของไทย
  • EdTech & National Learning Platform
    • สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติที่ปรับใช้ AI ในการออกแบบการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning)
    • ระบบสะสมหน่วยกิตข้ามสถาบันและกระเป๋าเก็บสะสมทักษะ เพื่อรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการก้าวสู่ตลาดแรงงานในอนาคต
  • AI Fraud Radar & Cybersecurity
    • ใช้เทคโนโลยี AI Fraud Radar ในการตรวจจับธุรกรรมการเงินที่ผิดปกติและจุดเชื่อมโยงคริปโต
    • ระบบแจ้งเตือนและป้องกันก่อนประชาชนจะโอนเงินให้มิจฉาชีพ
  • Digital Government & Open Data
    • พัฒนาระบบยืนยันตัวตนครั้งเดียว (Single Sign-on) เพื่อเข้าถึงทุกบริการรัฐผ่านสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องใช้เอกสารกระดาษ
    • เปิดข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทั้งหมด และใช้ AI เข้ามาช่วยตรวจสอบความพิรุธในการใช้งบประมาณ
    • กฎหมายแม่บทฉบับเดียวที่นำเทคโนโลยีมาช่วยในการยกเลิกและทับซ้อนกฎหมายที่ล้าสมัย เพื่อความคล่องตัวในการบริหาร
  • Tech for Disaster Management
    • ศูนย์จัดการภัยพิบัติแบบรวมศูนย์ที่ใช้ระบบ L-Alert ในการส่งสัญญาณเตือนภัยดิจิทัลตรงถึงระดับหมู่บ้านทั่วประเทศ

พรรคพลังประชารัฐ

พรรคพลังประชารัฐมุ่งเน้นใช้ 5G และระบบนิเวศนวัตกรรม เป็นฐานหลักในการ "กระจายโอกาส" จากกรุงเทพฯ ไปสู่ภูมิภาค (Regional 4.0) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศ

  • Digital Infrastructure & Connectivity: 5G ขับเคลื่อนเมือง
    • เน้นการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โดยเฉพาะเทคโนโลยี 5G เพื่อลดอุปสรรคและเพิ่มโอกาสในการดำเนินธุรกิจ
    • พัฒนาพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่สมบูรณ์ด้วยเครือข่ายคมนาคมผ่านเทคโนโลยี 5G พร้อมผุด "9 ย่านนวัตกรรม" เพื่อสร้างพื้นที่เศรษฐกิจใหม่
    • ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์เพื่อสร้างเมืองที่คนอยู่กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุข
  • Smart Economy: ปั้น 1 ล้าน Smart SMEs และ Startup
    • ตั้งเป้าสร้าง Smart SMEs 1 ล้านราย, Startups 1 ล้านราย และ Makers อีก 1 ล้านราย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก
    • ส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-economy) อุตสาหกรรมหมุนเวียน และนวัตกรรมสีเขียว ในกลุ่มการแพทย์และสุขภาพ พลังงาน และการท่องเที่ยว
    • ชูจุดแข็งด้านความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรมการแบ่งปันมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
  • เกษตรประชารัฐ 4.0: นวัตกรรมนำการผลิต
    • เปลี่ยนเกษตรกรดั้งเดิมให้เป็นเกษตรกรอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการ
    • ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวหลักในการ "เพิ่มรายได้-เพิ่มทางเลือก" และ "ลดความเสี่ยง-ลดต้นทุน" ให้กับภาคเกษตร
  • Digital Transformation & Education: เตรียมคนสู่ศตวรรษที่ 21
    • พัฒนาคนให้พร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 ผ่านระบบการศึกษาที่เน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม
    • ต่อยอดแนวคิด Isan 4.0, Lanna 4.0 และด้ามขวาน 4.0 เพื่อให้แต่ละภาคมีศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลของตนเอง
    • ปรับปรุงระบบราชการให้มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ลดขั้นตอนด้วยเทคโนโลยีเพื่อให้ภาคธุรกิจทำงานได้คล่องตัวขึ้น

พรรคไทยสร้างไทย

พรรคไทยสร้างไทยนำเสนอแนวคิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเน้นความสะดวกสบายผ่านระบบโมบายแอปพลิเคชันและการวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่

  • 30 บาท พลัส: ระบบสาธารณสุขในมือถือ
    • ยกระดับการรักษาพยาบาลผ่านแอปพลิเคชันที่ช่วยให้คนไข้สามารถเลือกโรงพยาบาล นัดหมาย และปรึกษาหมอออนไลน์ (Telemedicine) ได้โดยไม่ต้องไปเข้าคิว
    • ระบบบันทึกพิกัดตำแหน่งของผู้ป่วยโรคร้ายแรงไว้ในแอป เพื่อให้รถพยาบาลเข้าถึงตัวในกรณีฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
    • พัฒนาระบบจัดส่งยาตรงถึงบ้านเพื่อให้การรักษามีความต่อเนื่องและลดภาระการเดินทาง
  • ศูนย์กลาง Digital Economy และการศึกษา
    • ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีด้านการศึกษา (EdTech) และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Tech) เพื่อสร้างรายได้ใหม่ในยุคดิจิทัล
    • นำนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในงานสร้างสรรค์ และส่งเสริมการสร้างรายได้จากการขาย Carbon Credit
  • FinTech เพื่อการออม: ‘หวยบำเหน็จ’
    • เปลี่ยนการซื้อหวยให้เป็นการออมเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยระบบจะบันทึกยอดสะสมอัตโนมัติและคืนเงินต้นให้เมื่อถึงอายุที่กำหนด (60, 70 หรือ 80 ปี)
    • ระบบตรวจสอบรางวัลและโอนเงินเข้าบัญชีที่ผูกไว้โดยอัตโนมัติ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบยอดเงินสะสมได้ตลอดเวลาผ่านแอป
  • Digital One Stop Service และการดึงการลงทุน
    • สร้างทีมเชิงรุกเพื่อดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยใช้ระบบ One Stop Service ที่รวมทุกบริการจบในจุดเดียวเพื่อความคล่องตัวของนักลงทุน

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

LinkedIn จัดอันดับ 25 งานโตเร็วในปี 2026 สะท้อนทิศทางตลาดแรงงานยุค AI ใครได้ไปต่อ ใครเริ่มชะลอ และงานแบบไหนที่ตลาดต้องการสูงสุด

รายงาน Jobs on the Rise 2026 จาก LinkedIn เผย 25 งานที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐฯ ชี้ชัดว่า AI ครองอันดับ แต่งานโลกจริงยังจำเป็น สายที่ปรึกษาโตแรง และตลาดแรงงานกำลังให้รางวัลกับคนที่...

Responsive image

NIA เผย 3 เทรนด์นวัตกรรม 9 อุตสาหกรรมน่าจับตา ปี 69 พร้อม 4 นโยบายพัฒนาศักยภาพธุรกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

เผย 3 เทรนด์นวัตกรรมแห่งปี รวม 9 อุตสาหกรรมน่าจับตา โดย NIA อาทิ Agentic AI, Carbon Accounting, Pet Economy, Silver Solution พร้อมด้วยนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในปี 2569...

Responsive image

ไทย-อินเดีย จับมือเปิดตลาดส่งออกสินค้าบริการรักษ์โลก วัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จับมือองค์กรธุรกิจอินเดีย ลงนามความตกลงการยอมรับร่วม (MRA) ด้านฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม ผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่ตลาดอินเดีย ภายใต้นโยบาย SDG Toget...