เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการจัดงานสัมนาวิชาการนานาชาติครั้งสำคัญภายใต้หัวข้อ Navigating Global Trade Shifts: Insights from the UNCTAD Trade and Development Report and Strategic Implications for Thailand
เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจโลกจากรายงาน Trade and Development Report 2025 (TDR 2025) และเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การค้าของไทยให้สอดรับกับบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ
งานนี้เป็นการร่วมมือกันของ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) ITD ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ UN Trade and Development (UNCTAD) และสมาคมนักเรียนเก่าฮาร์วาร์ดแห่งประเทศไทย
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ศุภชัย พาณิชยภักดิ์ อดีตเลขาธิการ UNCTAD และอดีตผู้อำนวยการใหญ่ WTO รวมถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึง นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการ ITD โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ระบุว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความซับซ้อนและแตกกระจายมากขึ้น แม้การค้ายังเป็นกลไกสำคัญ แต่บริบทแวดล้อมเปลี่ยนไปสู่การปรับจัดระบบการค้าใหม่ ซึ่งสร้างทั้งความท้าทายและโอกาส
ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องบูรณาการนโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจเข้าด้วยกันผ่าน "การทูตเศรษฐกิจ" เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายความร่วมมือกับภูมิภาคต่าง ๆ ภายใต้รูปแบบ “Team Thailand” เพื่อให้การดำเนินนโยบายสอดประสานกันอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมสนับสนุนระบบการค้าแบบพหุภาคีและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้การค้าและการพัฒนายังคงเป็นกลไกสำคัญ
คุณสีหศักดิ์ บอกว่า สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่ Deglobalization แต่คือ Reglobalization หรือการปรับจัดระบบการค้า กรผลิต และการเงินเชิงยุทธศาสตร์ใหม่
ในสภาวะนี้ การค้ายังเป็นกลไกหลักของความเติมโต แต่บริบทแวดล้อมมีความเปราะบางและแตกกระจายมากขึ้น ปรเทศไทยจึงต้องให้ความสำคัญกับการทูตเศรษฐกิจ โดยนโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจจะต้องเดินทางไปในทางเดียวกันเพื่อสร้างความเชื่อมั่น เสริมขีดความสามารถ ผ่านอุตสาหกรรมอนาคตอย่างหุ่นยนต์และไบโอเทค

คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รุบว่า ว่าท่ามกลางความผันผวนสูง ไทยยังคงยึดมั่นในหลักการ “Ally to All” หรือการเป็นพันธมิตรทางการค้ากับทุกประเทศบนพื้นฐานความเคารพซึ่งกันและกัน โดยได้ถอดบทเรียนจาก TDR 2025 สู่ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่
คุณศุภจี ย้ำว่า โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว ภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลโดยตรงต่อภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geo-economics) และเทคโนโลยีกลายเป็นทั้งความท้าทายและตัวช่วยให้ไทยก้าวกระโดดได้หากใช้เป็น ดังนั้น การทำงานร่วมกันเป็น Team Thailand ระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศจึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ในการสร้างเอกภาพเชิงนโยบาย
จุดยืนของไทยคือการเป็น Heart of Asia หรือศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของเอเชีย คุณศุภจีเสนอแนวคิดการค้าแบบใหม่ว่า "ไม่ใช่แค่ Sell To (ขายให้) แต่ต้อง Sell With (ขายร่วมกับ) และ Sell Through (ขายผ่านพันธมิตร)" เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
คุณศุภจีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันไทยกำลังเร่งเครื่องความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับคู่ค้าสำคัญ โดยเป้าหมายใหญ่อยู่ที่การสรุปดีลกับ EU, เกาหลีใต้ และแคนาดา ในขณะที่ FTA กับ EFTA จะกลายเป็นบันไดขั้นแรกที่นำสินค้าไทยสู่ยุโรปได้สะดวกขึ้น
นอกจากนี้ ไทยยังเป็นหัวหอกในกรอบ DEFA (Digital Economy Framework Agreement) ของอาเซียน ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% โดยตั้งเป้าจะสรุปเนื้อหาทั้งหมดภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อปลดล็อกโอกาสให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถเข้าถึงตลาดดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม
ผู้แทนจาก UNCTAD (ดร. Anastasia Nesvetailova และ ดร. Nicolas Maystre) ชี้ว่าเศรษฐกิจโลกปี 2568 คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 2.6% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนโควิด-19 ที่ร้อยละ 3.4% นอกจากนี้ มาตรการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า และบทบาทของบริษัทค้าสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ที่เน้นทำกำไรจากกิจกรรมทางการเงินถึง 75% กำลังทำให้ราคาอาหารโลกผันผวนและกระทบความมั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง
ในช่วงท้ายของการสัมมนา ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา, Asian Development Bank (ADB) และ World Bank ได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางการสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและการบูรณาการระบบ Green Finance เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยกระทรวงพาณิชย์จะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย เพื่อให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด