อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย หรือ อวท. ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เปิดตัว TSP Scale X Landing Program อย่างเป็นทางการ เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยและต่างประเทศให้สามารถขยายธุรกิจข้ามพรมแดน ผ่านการเชื่อมโยงงานวิจัย ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และพันธมิตรระดับนานาชาติไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน
โครงการมีเป้าหมายช่วยให้สตาร์ทอัพต่างประเทศเข้าถึงตลาดไทยและใช้ประเทศไทยเป็นจุดเชื่อมต่อสู่ภูมิภาคอาเซียน ขณะเดียวกันสตาร์ทอัพไทยจะได้รับโอกาสในการเชื่อมโยงกับตลาด พันธมิตร และเครือข่ายธุรกิจระดับโลก โดยมีกำหนดเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569
ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อวท. ได้นำ TSP Scale X Landing Program ไปเปิดตัวในรูปแบบ Soft Launch ภายในงาน SITE 2026 ซึ่งจัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ระหว่างวันที่ 25–27 มิถุนายน 2569 เพื่อแนะนำโครงการต่อสตาร์ทอัพ นักลงทุน ภาคอุตสาหกรรม และผู้เล่นในระบบนิเวศนวัตกรรม
ตลอดสามวันของการจัดงาน โครงการได้รับความสนใจจากสตาร์ทอัพไทยและต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนและพันธมิตรที่เข้ามาสอบถามรายละเอียดและแสดงความสนใจเข้าร่วม สะท้อนความต้องการของผู้ประกอบการที่กำลังมองหาแพลตฟอร์มสนับสนุนการเข้าสู่ตลาดใหม่และการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ

หัวใจของ TSP Scale X Landing Program อยู่ภายใต้แนวคิด “Two Journeys, One Ecosystem” หรือ “สองเส้นทาง หนึ่งระบบนิเวศ” ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับเส้นทางการเติบโตของสตาร์ทอัพสองกลุ่ม
สำหรับสตาร์ทอัพต่างประเทศ โครงการจะสนับสนุนการเข้าสู่ตลาดไทยและอาเซียน ตั้งแต่การทำความเข้าใจตลาด การเชื่อมต่อกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านงานวิจัยและการทดสอบ การพัฒนาโครงการนำร่อง ไปจนถึงการต่อยอดเทคโนโลยีสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์
ส่วนสตาร์ทอัพไทยจะได้รับการเชื่อมโยงกับพันธมิตรระดับนานาชาติ นักลงทุน ตลาดใหม่ เครือข่ายธุรกิจระดับโลก และโอกาสในการเข้าร่วมโครงการ Soft Landing กับองค์กรพันธมิตรในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความพร้อมในการขยายธุรกิจสู่ระดับสากล
ผู้บริหารอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยระบุว่า สตาร์ทอัพที่ต้องการเติบโตจำเป็นต้องเข้าถึงพันธมิตร ความเชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐาน และโอกาสทางธุรกิจที่เหมาะสม การประสานทรัพยากรเหล่านี้เข้าด้วยกันจะช่วยให้สตาร์ทอัพเดินหน้าได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยง และนำเทคโนโลยีเข้าสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
TSP Scale X Landing Program ถูกพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา นักลงทุน ผู้ให้บริการด้านวิชาชีพ และพันธมิตรด้านนวัตกรรมทั้งในและต่างประเทศ
โครงการจึงครอบคลุมมากกว่าการช่วยสตาร์ทอัพตั้งต้นธุรกิจในประเทศใหม่ เพราะยังเชื่อมผู้ประกอบการเข้ากับองค์ประกอบสำคัญต่อการเติบโต ได้แก่
การสนับสนุนทั้งหมดจะดำเนินการอย่างเชื่อมโยงกัน เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาด เพิ่มโอกาสในการทดลองใช้งานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม และสร้างความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดเป้าหมาย
ในช่วงเริ่มต้น โครงการให้ความสำคัญกับสตาร์ทอัพและบริษัทเทคโนโลยีในกลุ่ม AI, Bioscience และ FoodTech ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพด้านงานวิจัย โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยก่อตั้งขึ้นในปี 2002 โดย สวทช. และถือเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งแรกของประเทศไทย มีบทบาทเป็นพื้นที่เชื่อมงานวิจัยเข้ากับภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันนวัตกรรมไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์
ภายในพื้นที่เป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยแห่งชาติ 4 แห่ง ได้แก่
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอกชนมากกว่า 100 แห่งอยู่ภายในระบบนิเวศ ร่วมกับเครือข่ายนักวิจัย มหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการ และพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม
ด้วยโครงสร้างดังกล่าว Thailand Science Park จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อม “คน องค์กร และทรัพยากร” ที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยี ตั้งแต่การวิจัย การสร้างต้นแบบ การทดสอบ ไปจนถึงการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับภาคธุรกิจ
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญของโครงการคือกรอบ Build, Land และ Scale ซึ่งสะท้อนเส้นทางการพัฒนาสตาร์ทอัพตั้งแต่การเตรียมความพร้อม ไปจนถึงการขยายตลาด
แนวทางดังกล่าวยังช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถเตรียมความพร้อมขององค์กรล่วงหน้า ตั้งแต่โครงสร้างธุรกิจ บุคลากร ไปจนถึงกระบวนการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจได้ทันทีเมื่อเข้าสู่ตลาดใหม่
ภายในระบบนิเวศของ TSP Scale X Landing Program ยังมีหน่วยงานพันธมิตรเข้ามาเสริมการสนับสนุนในแต่ละด้าน หนึ่งในนั้นคือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA ซึ่งมีบทบาทด้านการพัฒนาดิจิทัลสตาร์ทอัพ การสนับสนุนเงินทุน การพัฒนาบุคลากร และการเข้าถึงตลาด
DEPA มีมาตรการสนับสนุนสตาร์ทอัพในหลายระดับ โดยมีทั้งเงินสนับสนุนสำหรับธุรกิจระยะเริ่มต้นสูงสุด 1 ล้านบาท และระยะเติบโตสูงสุด 5 ล้านบาท รวมถึงการช่วยเชื่อมสตาร์ทอัพต่างประเทศกับบริษัทไทย เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจหรือจัดตั้ง Joint Venture ในประเทศไทย
อีกหนึ่งเครื่องมือคือ Thailand Digital Catalog ซึ่งเปิดให้บริษัทนำผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลที่ผ่านคุณสมบัติเข้ามาขึ้นทะเบียน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า ตลาดภาครัฐ และสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ข้อมูลภายในงานระบุว่า Thailand Digital Catalog มีบริการเกือบ 1,500 รายการ จากบริษัทประมาณ 300 แห่ง ช่วยให้องค์กรสามารถค้นหาและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่ผ่านการรับรองได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ DEPA ยังมีเครือข่ายสาขาในภูมิภาค รวมถึง Thailand Digital Valley จังหวัดชลบุรี ซึ่งพัฒนาเป็นพื้นที่รองรับสตาร์ทอัพ บริษัทเทคโนโลยี นักลงทุน หน่วยงานรัฐ และพันธมิตรระดับโลก ตั้งแต่การบ่มเพาะ การทดสอบผลิตภัณฑ์ การสร้างเครือข่าย ไปจนถึงการแสดงผลงานและขยายตลาด
หนึ่งในพันธมิตรภาคอุตสาหกรรมของ TSP Scale X Landing Program คือ SCG Cement and Green Solutions ซึ่งมีบทบาทในการเชื่อมเทคโนโลยีจากสตาร์ทอัพเข้ากับโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงในภาคธุรกิจ ตั้งแต่การทดสอบแนวคิด การพัฒนาโครงการนำร่อง ไปจนถึงการต่อยอดสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์
SCG มองว่า การทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย พันธมิตรด้านเทคโนโลยี และเครือข่ายนวัตกรรมระดับโลก ผ่านแนวทาง Open Innovation จะช่วยลดระยะเวลาในการนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาด และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ปัญหาของลูกค้าและภาคอุตสาหกรรมได้ตรงจุดมากขึ้น
เทคโนโลยีที่ SCG ให้ความสนใจครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อาคารอัจฉริยะ AI และโซลูชันดิจิทัล การลดการปล่อยคาร์บอน วัสดุขั้นสูง โรงงานอัจฉริยะ แพลตฟอร์มอัจฉริยะ ระบบติดตามประสิทธิภาพอาคาร ไปจนถึงการใช้ AI เพื่อบริหารจัดการพลังงาน
กระบวนการทำงานเริ่มจากการค้นหาเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรม จากนั้นจึงร่วมตรวจสอบความเป็นไปได้ในระดับห้องปฏิบัติการและ Testbed พัฒนา Proof of Concept และโครงการนำร่อง ก่อนนำเทคโนโลยีที่มีความพร้อมไปใช้งานจริงหรือขยายสู่เชิงพาณิชย์
SCG ยังมองว่าความสำเร็จของนวัตกรรมต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้านร่วมกัน ทั้งความพร้อมของเทคโนโลยี ความพร้อมทางธุรกิจ ศักยภาพของทีม และแนวคิดที่เปิดรับความร่วมมือ การเข้าร่วม TSP Scale X Landing Program จึงช่วยเติมบทบาทของภาคอุตสาหกรรมในฐานะทั้งผู้ร่วมพัฒนา พื้นที่ทดสอบ พันธมิตรทางธุรกิจ และช่องทางที่ช่วยพาเทคโนโลยีไปสู่การสร้างผลลัพธ์ในโลกจริง
TSP Scale X Landing Program เปิดรับสตาร์ทอัพไทยและสตาร์ทอัพต่างประเทศที่มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม และมีศักยภาพในการเติบโตเชิงพาณิชย์
สำหรับสตาร์ทอัพต่างประเทศ โครงการเหมาะกับบริษัทที่ต้องการเข้าสู่ตลาดไทย หรือใช้ประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายสู่ตลาดอาเซียน โดยต้องการเชื่อมต่อกับภาคอุตสาหกรรม งานวิจัย การทดสอบ บุคลากร และโอกาสทางธุรกิจในประเทศ
สำหรับสตาร์ทอัพไทย โครงการเหมาะกับบริษัทที่มีความพร้อมขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ และต้องการเชื่อมต่อกับนักลงทุน พันธมิตรอุตสาหกรรม เครือข่ายระดับโลก หรือโครงการ Soft Landing ในประเทศเป้าหมาย
ผู้สนใจสามารถศึกษาคุณสมบัติ ขั้นตอนการสมัคร และรายละเอียดของโครงการผ่านเว็บไซต์ของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย โดยเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569
การเปิดตัว TSP Scale X Landing Program ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกในการนำจุดแข็งด้านงานวิจัย บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย มาสร้างโอกาสให้กับธุรกิจเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับสตาร์ทอัพต่างประเทศ ประเทศไทยมีศักยภาพเป็นประตูเข้าสู่ตลาดอาเซียน ทั้งในแง่ของขนาดตลาด ฐานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐานด้านวิจัย และเครือข่ายพันธมิตร
ขณะที่สตาร์ทอัพไทยจะมีเส้นทางเชื่อมต่อสู่ตลาดโลกมากขึ้น ผ่านเครือข่ายระดับนานาชาติ การจับคู่ธุรกิจ นักลงทุน และโครงการ Soft Landing ในประเทศเป้าหมาย
ในระยะยาว TSP Scale X Landing Program จึงมีบทบาททั้งในด้านการผลักดันสตาร์ทอัพ การเพิ่มการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านวิจัย การเชื่อมงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม การดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการเสริมสถานะของประเทศไทยในฐานะจุดหมายสำคัญด้านนวัตกรรมของอาเซียน
เมื่อสตาร์ทอัพ นักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ และพันธมิตรระดับโลกสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ เทคโนโลยีก็จะมีโอกาสเดินทางจากห้องวิจัยไปสู่ตลาดได้เร็วขึ้น พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อสังคมในระยะยาว
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด