ทรัมป์รู้ตัว ‘แพ้จีนทุกเรื่อง’ 11 มิติ ชนะแค่ AI เปิดเหตุผลที่ยอมบินมาจีนในรอบ 10 ปี เพื่อยื่นไพ่ตายใบสุดท้าย

วันที่ 14 พฤษภาคม 2026 Donald Trump เหยียบกรุงปักกิ่งในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี

ก่อนจะถึงวันนั้น ตลาดและสื่อทั่วโลกตั้งความหวังเอาไว้สูง บางสำนักคาดว่าจะมีข้อตกลงแร่หายากเป็นทางการ บางคนหวังว่าจะเห็น Boeing เซ็นสัญญาขาย 500 ลำ บางคนคาดว่าจะเห็นภาษีนำเข้าลดเป็นแพ็กเกจ

แต่เมื่อการประชุมสุดยอดจบลงในวันที่ 15 พฤษภาคม สิ่งที่ออกมาคือคำว่า 'เสถียรภาพมากกว่าความก้าวหน้า' ฟังดูเหมือนงานนี้เปล่าประโยชน์ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครคาดว่าจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้


ในวันแรกของการประชุม Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกรายการ CNBC แล้วทิ้งประโยคที่กลายเป็นพาดหัวทั่วโลกทันที ใจความคือ สหรัฐฯ และจีนกำลังคุยกันเรื่อง 'กรอบควบคุม AI' เพื่อตั้งแนวปฏิบัติป้องกันไม่ให้กลุ่มที่ไม่ใช่รัฐซึ่งมีเจตนาร้ายเข้าถึงโมเดล AI ขั้นแนวหน้า แล้วพูดต่อด้วยประโยคหนึ่งที่บอกทุกอย่างเกี่ยวกับสมการอำนาจในห้องประชุม "ถ้าจีนนำ AI Race ก็คงไม่มีการคุยกัน"

'Mythos' ตัวเร่งที่ทำให้ AI กลายเป็นวาระเร่งด่วน

แล้วทำไมเรื่อง AI ถึงเร่งด่วนขนาดนี้ คำตอบมีชื่อว่า Mythos

เมษายน 2026 หนึ่งเดือนก่อนการประชุมสุดยอด Anthropic เปิดเผย 'Mythos Preview' โมเดล AI ขั้นแนวหน้าที่บริษัทตัดสินใจไม่ปล่อยให้ใช้งานทั่วไปเพราะอันตรายเกินไป Mythos สามารถหาช่องโหว่ใน OS และเว็บเบราว์เซอร์ชั้นนำทุกตัวได้ด้วยตัวเอง พบข้อบกพร่องอายุ 27 ปีใน OpenBSD ที่ไม่เคยมีใครเจอมาก่อน สามารถโยงการโจมตีหลายขั้นตอนได้แบบอัตโนมัติ และที่น่ากลัวที่สุด พบช่องโหว่ขนาดใหญ่ในระบบธนาคารของสหรัฐฯ

Anthropic จึงเปิด 'Project Glasswing' ให้บริษัทใหญ่ราว 40 แห่ง ทั้ง AWS, Apple, Cisco, CrowdStrike, Google, JPMorgan, Microsoft, Nvidia เข้าถึง Mythos เพื่อสแกนระบบของตัวเองเชิงป้องกัน Jerome Powell และ Bessent ประชุมกับ CEO ธนาคารใหญ่อย่างเร่งด่วน กระทรวงการคลังทำงานร่วมกับ 11 ธนาคารใหญ่บวกธนาคารระดับภูมิภาคและชุมชนทั่วประเทศ

ลองคิดดูว่าถ้าโมเดลระดับนี้รั่วไปอยู่ในมือกลุ่มอาชญากรหรือองค์กรก่อการร้าย ความเสี่ยงเชิงระบบที่ตามมาสามารถทำลายตลาดทุนและระบบการเงินโลกได้จริงในวันเดียว

นี่คือเหตุผลที่กรอบควบคุม AI ถูกยกขึ้นเป็นวาระร้อนบนโต๊ะ และเป็นเหตุผลที่ Bessent บอกว่ารัฐบาลกำลังปรึกษากับ Anthropic, Google, OpenAI ในฐานะ 'พันธมิตรที่ดีมาก'

11 มิติที่อธิบายว่าทำไมการประชุมสุดยอดถึงเป็นแบบนี้

แต่ก่อนจะเข้าใจได้ว่าทำไม AI ถึงเป็นไพ่ใบเดียวที่สหรัฐฯ ยังกล้าเปิดเจรจา ต้องมองภาพ 11 มิติเปรียบเทียบที่อธิบายว่าสองชาตินี้ถือไพ่ใบไหนอยู่

  • การค้าโลก 25 ปีก่อน สหรัฐฯ ส่งออก 7.29 แสนล้านดอลลาร์ จีนแค่ 2.66 แสนล้าน วันนี้ตัวเลขกลับด้านสิ้นเชิง จีนส่งออก 3.59 ล้านล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ 1.9 ล้านล้าน และ 145 ประเทศมีจีนเป็นคู่ค้าใหญ่กว่าสหรัฐฯ เทียบกับเพียง 30 ประเทศเมื่อ 25 ปีก่อน นี่คือเหตุผลที่ Trump พยายามใช้ภาษีนำเข้าบีบประเทศที่สามให้เลือกข้าง แต่คณิตศาสตร์ของห่วงโซ่อุปทานมันยากกว่าที่คิด
  • การค้าทวิภาคี ปี 2024 สหรัฐฯ ซื้อจากจีน 4.53 แสนล้านดอลลาร์ จีนซื้อจากสหรัฐฯ แค่ 1.45 แสนล้าน สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเฉลี่ย 31.6% จีนตอบโต้ด้วยภาษีแบบรวม 10% บวกค่าธรรมเนียมเพิ่ม 11-77% ในหมวดต่างๆ ดูจากตัวเลขแล้ว การลดการขาดดุลเป็นเรื่องยากมากในระยะสั้น
  • หนี้สาธารณะ สหรัฐฯ มีหนี้ 115% ของ GDP หรือกว่า 39 ล้านล้านดอลลาร์ ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ จีนอยู่ที่ 94% ของ GDP แม้ตัวเลขจริงเชื่อว่าสูงกว่านี้เพราะหนี้รัฐบาลท้องถิ่นและหนี้นอกระบบ ทั้งสองพุ่งขึ้นในช่วงวิกฤตการเงินโลก 2008 และโควิด-19
  • กลาโหม ปี 2025 สหรัฐฯ ใช้งบ 9.54 แสนล้านดอลลาร์ (3.1% ของ GDP) มากกว่าจีนที่ 3.36 แสนล้าน (1.7% ของ GDP) ประมาณ 3 เท่า สหรัฐฯ ครองความเหนือกว่าด้านกำลังทางอากาศและคุณภาพกองเรือ แต่จีนกำลังปิดช่องว่างนี้เร็วผิดปกติ
  • พลังงาน จีนบริโภคพลังงานอันดับหนึ่งของโลกที่ 48,477 เทระวัตต์ชั่วโมง สหรัฐฯ ตามมาที่ 26,349 เทระวัตต์ชั่วโมง ทั้งสองพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลราว 80% แต่ด้านพลังงานสะอาด จีนลงทุน 2.9 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2024 เกือบ 3 เท่าของสหรัฐฯ ที่ 9.7 หมื่นล้าน จีนเลือกใช้ถ่านหินในวันนี้ เพื่อสร้างอุตสาหกรรม Solar, Wind และแบตเตอรี่ที่จะส่งออกไปทั้งโลกในวันพรุ่งนี้
  • EV ปี 2024 ยอดขาย EV คิดเป็น 48% ของรถใหม่ทั้งหมดในจีน เทียบกับสหรัฐฯ ที่ 10% จีนอุดหนุนอุตสาหกรรมนี้ไปแล้ว 2.3 แสนล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2009 จนทำให้ BYD, Geely, XPENG ครองตลาดทั่วโลก รวมถึงเมืองไทย
  • AI ปี 2024 สหรัฐฯ ลงทุน AI 1.09 แสนล้านดอลลาร์ มากกว่าทุกประเทศในโลกรวมกัน มีโมเดล AI ระดับสำคัญมากกว่าจีน 2 เท่า ทั้ง ChatGPT, Gemini, Llama, Claude เทียบกับ DeepSeek และ Nvidia CUDA ครองโครงสร้างพื้นฐาน GPU ของโลก นี่คือมิติเดียวที่สหรัฐฯ ยังกล้าบอกว่า 'เรานำ' แบบไม่มีข้อสงสัย และเป็นเหตุผลตรงๆ ที่ Bessent กล้าพูดว่า 'ถ้าจีนนำเราคงไม่คุย'
  • แร่หายาก จีนมีปริมาณสำรอง 44 ล้านตัน เกือบครึ่งของโลก สหรัฐฯ มีแค่ 1.9 ล้านตัน น้อยกว่าจีน 23 เท่า ที่สำคัญกว่าคือ 'การกลั่น' จีนครอง 91% ของกำลังการกลั่นทั่วโลก ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีล้ำ แต่เพราะรัฐบาลรับต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมในระดับที่ประเทศประชาธิปไตยรับไม่ไหว นี่คือเหตุผลที่ Trump กลับมาจากปักกิ่งโดยไม่มีข้อตกลงแร่หายาก เพราะจีนไม่มีเหตุผลต้องยอม
  • องค์การระหว่างประเทศ ทั้งคู่ร่วม UN Security Council, WTO, IMF, G20, APEC ด้วยกัน แต่จีนกำลังสร้าง 'ระบบคู่ขนาน' ของตัวเอง ทั้ง AIIB, SCO, BRICS+ มันคือการไม่พยายามชนะในเกมเก่า แต่สร้างเกมใหม่ขึ้นมา ส่วนสหรัฐฯ ยังคุม NATO, OECD, G7, Five Eyes, AUKUS
  • โมเดลเศรษฐกิจ จีนขับเคลื่อนโดยรัฐ เน้นการส่งออก วางแผนระยะยาวแบบแผน 5 ปี สหรัฐฯ ภายใต้ Trump คือ America First ภาษีนำเข้า ลดภาษี ยกเลิกกฎระเบียบ เน้นการเจรจาทวิภาคีมากกว่าพหุภาคี สองปรัชญาที่ออกแบบมาคนละโลก จีนวางแผน 30 ปี สหรัฐฯ วางแผน 30 วัน

AI คือไพ่ใบสุดท้ายที่ Washington ยังถืออยู่

ถ้าเอา 11 มิตินี้มาเรียงใหม่ ภาพที่เห็นชัดคือ จีนนำในมิติ 'โลกกายภาพ' ทั้งการค้า พลังงาน EV แร่หายาก และตำแหน่งในห่วงโซ่อุปทาน ส่วนสหรัฐฯ ยังนำในมิติ 'เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า' โดยเฉพาะ AI และในมิติอื่นๆ สหรัฐฯ เริ่มอยู่ในตำแหน่ง 'กำลังตามจีน' มากกว่า 'กำลังนำจีน'

นี่จึงเป็นเหตุผลตรงๆ ที่ Trump เลือกบินไปปักกิ่ง เพราะถ้ารอเร็วกว่านี้ก็ไม่ได้ ช้ากว่านี้ก็เสียเปรียบ และเป็นเหตุผลที่สหรัฐฯ เลือกเปิดเรื่อง AI มากกว่าจะกดดันเรื่องการค้า เพราะ AI คือไพ่เดียวที่ถืออยู่และจีนยังตามอยู่จริงๆ

ประวัติศาสตร์สอนเราว่า มหาอำนาจที่ฉลาดไม่รอให้ผู้อื่นตามทัน แต่เร่งวาง 'กติกา' ตั้งแต่ยังนำ สหรัฐฯ ตั้ง Bretton Woods ในวันที่สหรัฐฯ เป็นมหาอำนาจ ตั้ง WTO ในวันที่โลกาภิวัตน์เป็นข้างของสหรัฐฯ ตั้งระบบ SWIFT ในวันที่ดอลลาร์คือเงินสากล วันนี้ สหรัฐฯ พยายามตั้ง 'กรอบควบคุม AI' ในวันที่ยังเป็นเจ้าของโมเดลขั้นแนวหน้า เพื่อให้แนวทางของสหรัฐฯ กลายเป็น 'แนวทางของโลก' ก่อนที่จีนจะแซง จีนรู้เกมนี้ดี และเลือกนั่งฟังไม่ใช่เซ็นในวันนี้

3 บทเรียนจากการประชุมสุดยอดที่ปักกิ่ง

เรื่องแรก สองมหาอำนาจเลือก 'บริหารความตึงเครียด' ไม่ใช่ 'แก้ปัญหา' Strategic Stability Framework 3 ปี, การขยายการหยุดยิงจากปูซาน, H200 ที่ค่าธรรมเนียมเพิ่ม 25%, Boeing 200 ลำจาก 500 ที่พูด ทั้งหมดคือเครื่องมือ 'ลดความเสี่ยงระเบิด' มากกว่า 'ลดความขัดแย้ง' จริงๆ

เรื่องที่สอง แร่หายาก การค้า EV พลังงาน การผลิต จีนถือไพ่อยู่ในมือ และไม่มีเหตุผลต้องยอมในระยะสั้น สิ่งที่ Trump ทำได้ดีที่สุดคือ 'ไม่ให้เรื่องบานปลาย' ไม่ใช่ 'พลิกเกม'

เรื่องที่สาม สำคัญที่สุด AI กลายเป็น 'สมรภูมิเรือธง' ที่ทั้งสองชาติยอมคุยกัน ไม่ใช่เพราะอยากร่วมมือ แต่เพราะมีตัวเร่งจริงชื่อ Mythos ที่ทำให้ทั้งโลกเห็นแล้วว่าโมเดล AI ขั้นแนวหน้าสามารถสร้างความไม่มั่นคงในระบบการเงินโลกได้จริงในวันเดียว และในวันที่มิติอื่นๆ สหรัฐฯ เริ่มตามหลังจีน การเปิดโต๊ะคุยกรอบควบคุมตอนนี้คือเกมที่ฉลาด เพราะถ้ารอให้จีนตามทัน สหรัฐฯ ก็ไม่มีอำนาจกำหนดกติกาอีกแล้ว

คำถามที่ต้องถามต่อคือ ถ้ากรอบควบคุม AI กลายเป็นมาตรฐานโลกจริง ประเทศที่ไม่ใช่สหรัฐฯ หรือจีนจะมีที่ยืนตรงไหน ประเทศไทยที่พึ่งพาจีนในฐานะเจ้าของห่วงโซ่อุปทาน EV และอิเล็กทรอนิกส์ และพึ่งพาสหรัฐฯ ในฐานะตลาดส่งออกและเจ้าของเทคโนโลยี AI จะเลือกข้างไหน หรือเลือกที่จะ 'ไม่เลือก' ในเกมที่ฝ่ายกำหนดกติกาคือสองชาตินี้เท่านั้น

ที่มา: Al Jazeera, Reuters

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

อดีต CEO Google โดนโห่ หลังเชียร์ AI ในงานปริญญา สะท้อนความกังวลของ Gen Z ในยุคที่บริษัทเทคใช้ AI ลดตำแหน่งงาน

Eric Schmidt อดีต CEO Google โดนบัณฑิต University of Arizona โห่กลางพิธีรับปริญญา หลังพูดถึง AI และตลาดงาน บวกกับข้อกล่าวหาเรื่องล่วงละเมิดทางเพศจากอดีตคู่รักที่ยังค้างในศาล สะท้อน...

Responsive image

BOI อนุมัติ 3 โครงการใหญ่ PCB ทุ่มเฟสสอง 22,000 ล้านบาท จ้างงานคนไทยเพิ่ม 5,000 ตำแหน่ง เชื่อมไทยเข้าห่วงโซ่ AI–Data Center

บีโอไออนุมัติเฟสสอง 3 ยักษ์ใหญ่ PCB คอมเปค–มัลติฟายน์ไลน์–โกลด์ เซอร์คิท ทุ่มเพิ่ม 22,000 ล้านบาท จ้างงานคนไทย 5,000 ตำแหน่ง รองรับการเติบโตของ AI Server และ Data Center พร้อมดันไท...

Responsive image

INT มหิดล กางโรดแมปปลดล็อก IP นวัตกรรมไทยจากหิ้งสู่ตลาดจริง

งานวิจัยไทยมีมากพอ แต่กี่ชิ้นกันที่เดินทางออกจากห้องแล็บมาถึงมือผู้บริโภคได้จริง ? คำถามนี้คือแก่นของเวทีเสวนาที่สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ...