Online Dashboard เครื่องมือติดตามสถานการณ์ 'ไวรัสโคโรน่า' ในเอเชีย สหรัฐอเมริกาและยุโรปแบบเรียลไทม์

การเเพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า นี้มีการรายงานครั้งแรกต่อองค์การอนามัยโลกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2019 จากนักวิทยาศาสตร์จีนโดยเชื่อมโยงโรคนี้กับตระกูลไวรัส  ทำให้เรารู้จักเชื้อไวรัสนี้ในชื่อ coronaviruses ซึ่งรวมถึงโรคซาร์สและโรคทางเดินหายใจในตะวันออกกลาง (MERS) ที่เคยระบาดมาก่อนหน้านี้  

Credit : gisanddata.maps.arcgis.com

โดยรายงานสถานการณ์ครั้งเเรกที่เกี่ยวกับ 'ไวรัสโคโรน่า' เกิดจากพบคนที่มีเชื้อจากเขตเมือง Wuhan ประเทศจีน ซึ่งในช่วงเวลาไม่นานก็มีการรายงานผู้เสียชีวิตจำนวน 41 รายและติดเชื้อเกือบ 1,000 ราย ซึ่งกรณีนี้ได้รับการยืนยันจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป  ซึ่งอาการณ์ของ 'ไวรัสโคโรน่า' ที่แสดงออกจะคล้ายโรคปอดบวม 

จากสถานการณ์ 'ไวรัสโคโรน่า' ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก Online Dashboard สามารถช่วยให้คุณติดตามข่าวสารได้ เครื่องมือนี้ได้รับการพัฒนาโดยศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเทคโนโลยีได้สร้างระบบที่สามารถรวบรวมและดึงข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกได้ เช่นเดียวกับศูนย์ควบคุมโรคในสหรัฐอเมริกาจีนและยุโรป ที่สามารถแสดงให้เห็นว่า 'ไวรัสโคโรน่า' ทั้งหมดได้รับการยืนยันผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อกี่รายและหายจากโรคแล้วเท่าไร รวมถึงอัตราการเสียชีวิตแบบเรียลไทม์

ขอบคุณข้อมูลจาก: cnet.com

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

XPENG เปิดตัว Robotaxi ผลิตจริงคันแรกในจีน เตรียมเดินหน้า Mass Production ดันเทคโนโลยีไร้คนขับสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์

XPENG เปิดตัว Robotaxi รุ่น Mass Production คันแรกในกว่างโจว พัฒนาแบบ Full-stack ด้วยเทคโนโลยีภายในทั้งหมด ไม่ใช้ LiDAR หรือแผนที่ HD พร้อมวางแผนเริ่มให้บริการนำร่องในครึ่งหลังปี 2...

Responsive image

NIA พร้อมปั้นยูนิคอร์นตัวใหม่ ติดอันดับสตาร์ตอัปโลก ชี้ใกล้เห็น ‘พ.ร.บ. สตาร์ตอัป’ เป็นจริง ปลดล็อกการระดมทุนและระบบนิเวศนวัตกรรม

ระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยผงาดติด Top 50 โลกในรอบ 6 ปี เติบโตพุ่ง 62.6%! เจาะลึกร่าง พ.ร.บ. สตาร์ตอัป ปลดล็อกทุนต่างชาติ ดันไทยสู่ New Growth Engine...

Responsive image

SpaceX ยื่น IPO ครั้งประวัติศาสตร์แล้ว ! คาดมูลค่าแตะ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ใหญ่กว่า Tesla ใหญ่กว่าบริษัทส่วนใหญ่ใน S&P 500

ว่ากันว่าหาก SpaceX เข้าตลาดหุ้นเมื่อไหร่ อาจมีมูลค่ามากกว่า Meta มากกว่า Tesla และใหญ่กว่าทุกบริษัทใน S&P 500 (ยกเว้น Nvidia, Apple, Alphabet, Microsoft และ Amazon) เพราะบริษัท...