XPENG เปิดตัว Robotaxi ผลิตจริงคันแรกในจีน เตรียมเดินหน้า Mass Production ดันเทคโนโลยีไร้คนขับสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์

XPENG บริษัทเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะจากจีน ประกาศเปิดตัว Robotaxi รุ่นผลิตจริงคันแรก อย่างเป็นทางการที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน นับเป็นครั้งแรกในจีนที่ผู้ผลิตรถยนต์สามารถเข้าสู่การผลิต Robotaxi แบบ Mass Production ได้สำเร็จ ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีแบบ Full-stack ภายในบริษัทเอง

Robotaxi รุ่นใหม่นี้ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม XPENG GX และถือเป็น Robotaxi รุ่น Production-ready แบบประกอบสำเร็จจากโรงงานรุ่นแรกของจีน ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีภายในทั้งหมด พร้อมออกแบบให้รองรับมาตรฐานการขับขี่อัตโนมัติระดับ L4

จุดเด่นสำคัญคือการใช้ชิป AI Turing ที่ XPENG พัฒนาขึ้นเองจำนวน 4 ตัว ทำให้มีพลังประมวลผลบนตัวรถสูงถึง 3,000 TOPS ซึ่งบริษัทระบุว่าอยู่ในระดับแถวหน้าของอุตสาหกรรม

ไม่ใช้ LiDAR ไม่พึ่งแผนที่ HD

ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม XPENG Robotaxi ได้รับใบอนุญาตทดสอบบนถนนสาธารณะสำหรับรถอัจฉริยะเชื่อมต่อเครือข่ายในเมืองกว่างโจว และเข้าสู่ช่วงทดสอบ L4 บนถนนสาธารณะตามปกติ ต่อมาในเดือนมีนาคม บริษัทได้จัดตั้งหน่วยธุรกิจ Robotaxi โดยเฉพาะ เพื่อดูแลทั้งการกำหนดผลิตภัณฑ์ การวิจัยและทดสอบ รวมถึงการดำเนินงาน เพื่อเร่งแผนเชิงพาณิชย์

สิ่งที่น่าสนใจคือ Robotaxi ของ XPENG ไม่ใช้ LiDAR และไม่พึ่งพาแผนที่ความละเอียดสูง แต่ใช้แนวทาง Pure Vision หรือการมองเห็นด้วยกล้องเป็นหลัก โดยขับเคลื่อนการตัดสินใจด้วยโมเดลขนาดใหญ่แบบ End-to-end ที่ชื่อว่า VLA 2.0

XPENG ระบุว่า VLA 2.0 ช่วยตัดขั้นตอนการแปลภาษาที่มักเกิดขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบ Vision-Language-Action สามขั้นตอนเดิม ทำให้ระบบตอบสนองได้เร็วขึ้น โดยมี Latency ต่ำกว่า 80 มิลลิวินาที พร้อมเพิ่มความสามารถในการปรับตัวกับเมืองต่าง ๆ รองรับการใช้งานข้ามเมือง หรือแม้แต่ข้ามประเทศในอนาคต

ห้องโดยสารพรีเมียมสำหรับบริการ Robotaxi

ด้านประสบการณ์ผู้โดยสาร Robotaxi รุ่นผลิตจริงนี้ถูกออกแบบให้เน้นความพรีเมียม ความปลอดภัย ความหรูหรา และความอัจฉริยะ

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกระจก Privacy Glass เบาะนั่งแบบ Comfort Gravity Seat และหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ผู้โดยสารสามารถรับชมคอนเทนต์ ปรับตั้งค่าภายในรถ และสั่งงานระบบต่าง ๆ ผ่านผู้ช่วยเสียงในตัวรถได้ระหว่างการเดินทาง

เตรียมให้บริการนำร่องครึ่งหลังปีนี้

XPENG วางแผนเริ่มให้บริการ Robotaxi แบบนำร่องในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เพื่อทดสอบทั้งความพร้อมทางเทคนิค การยอมรับของผู้ใช้งาน และโมเดลธุรกิจแบบครบวงจร

บริษัทตั้งเป้าว่าจะสามารถให้บริการแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำรถ ภายในช่วงต้นปี 2027

ในด้านระบบนิเวศ XPENG ยังเตรียมเปิด Robotaxi SDK ให้พันธมิตรภายนอกเข้ามาเชื่อมต่อ โดยมี Amap เป็นพันธมิตรระบบนิเวศระดับโลกเจ้าแรก

จากการทดสอบเทคโนโลยี สู่เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

XPENG ระบุว่าอุตสาหกรรม Robotaxi กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากช่วงพิสูจน์เทคโนโลยีไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง

ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์แบบ Full-stack ที่มีความสามารถภายในตั้งแต่ซอฟต์แวร์ ชิป ไปจนถึงตัวรถทั้งคัน บริษัทเชื่อว่าตนเองสามารถเดินหน้าสู่การส่งมอบในระดับใหญ่ได้ทันทีหลังผ่านการตรวจสอบความพร้อมทางเทคนิค ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาจากการวิจัยและพัฒนาไปสู่การดำเนินธุรกิจจริง

Robotaxi รุ่นผลิตจริงนี้ยังถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เรือธงของระบบนิเวศ Physical AI ของ XPENG โดยใช้พื้นฐานโมเดลขนาดใหญ่ VLA 2.0 ร่วมกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ IRON และรถบินได้ของบริษัท

การเปิดตัวครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญของ XPENG จากการวิจัยและพัฒนา Physical AI ไปสู่การใช้งานจริงในระดับ Mass Deployment

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เนสท์เล่ ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน สร้างโรงงานใหม่ ปั้นไทยเป็นฐานผลิตกาแฟ พร้อมรับซื้อวัตถุดิบปีละ 4,300 ล้านจากเกษตรกรไทย

บีโอไอ อนุมัติให้ เนสท์เล่ ยักษ์ใหญ่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ทุ่มลงทุน 23,000 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมศูนย์กระจายสินค้า ปั้นไทยให้เ...

Responsive image

ไทยเนื้อหอมสายดิจิทัล! บอร์ดบีโอไออนุมัติ 9 โครงการ ครอบคลุมทั้งอาหาร การบิน PCB Data Center และ พลังงานลม

บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุน 9 โครงการ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท ครอบคลุมอาหาร การบิน วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ Data Hosting และพลังงานลม พร้อมตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ Data...

Responsive image

Visa เลือกไทยเปิดตัว Visa Destinations ระดับประเทศเป็นแห่งแรกของโลก เชื่อมนักท่องเที่ยว ร้านค้า และชุมชนผ่าน Digital Payment

Visa เปิดตัว Visa Destinations Thailand ดันไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่นำโปรแกรมนี้มาใช้ระดับประเทศ เชื่อมนักท่องเที่ยว ร้านค้า และชุมชนท้องถิ่นผ่านดิจิทัลเพย์เมนต์ พร้อมต่อยอดประสบกา...