Asia IoT เปิดผลสำรวจ Service และ Retail ไทยยังตามหลังด้านการวางแผนดิจิทัลในอาเซียน

Asia IoT Business Platform (AIBP) ผู้นำด้านการพัฒนาโปรแกรมธุรกิจชั้นนำของเอเชีย เผยผลการสำรวจจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ 1,624 คนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้เทคโนโลยีดิจิทัลมาแรงทั่วภูมิภาคและถูกนำเอามาใช้เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันอย่างเข้มข้น โดย 79.8% ยอมรับว่า องค์กรของพวกเขาเชื่อมต่อกัน ใช้ระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และเครื่องมือดิจิทัลอื่น ๆ สำหรับการปรับปรุงกระบวนการและการดำเนินงาน มีเพียง 8.4% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่า การปฏิรูปโดยใช้ดิจิทัล (Digital Transformation) ยังไม่ได้เกิดขึ้นในองค์กรของพวกเขา

ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้มีความแตกต่างกันไปในแต่ละอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดย 80.3% ของผู้ตอบแบบสอบถามในอุตสาหกรรมการผลิต เชื่อว่า องค์กรของพวกเขาใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะ 68.2% ของผู้ตอบแบบสอบถามในอุตสาหกรรมค้าปลีกรู้สึกเช่นนั้น และจากการเปรียบเทียบ ผู้ค้าปลีกในส่วนที่เหลือของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้เคลื่อนไหวรายแรก ๆ ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้

ทั้งนี้ ในประเทศไทย ภาคที่ตื่นตัวใช้งาน Digital มากที่สุดคือภาคการเงิน ส่วนภาคบริการและค้าปลีกนั้นมีการตื่นตัวเพียง 68 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ยังถือว่าตามหลังอยู่พอสมควร โดยผลสำรวจระบุว่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย ให้ความสำคัญในภาคอุตสาหกรรมนี้มากกว่าไทย

คุณเออร์ซ่า สุปรับโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Asia IoT Business Platform กล่าวว่า “ภาคการผลิตยังคงเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของประเทศไทย โดยการสำรวจแสดงให้เห็นว่า ธุรกิจในท้องถิ่นในภาคอุตสาหกรรมการผลิตมีการแข่งขันอย่างสูสีในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อยกระดับการดำเนินงาน ในขณะที่ธุรกิจในภาคบริการในประเทศไทยดูเหมือนจะช้ากว่าธุรกิจอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการก้าวสู่ดิจิทัล ซึ่งอาจขัดขวางความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย”

นอกจากนี้ อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ (Ananda Development) และ กรุงศรี คอนซูเมอร์ (Krungsri Consumer) 2 บริษัทในภาคส่วนบริการของเศรษฐกิจไทย ผู้ชนะรางวัล “Enterprise Innovation Awards” ในปี 2561 ที่ผ่านมา ได้แนะว่า Big Data และ AI สุดยอดเทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยดำเนินธุรกิจ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการปฏิรูประบบดิจิทัลภายในองค์กร

ในส่วนของภาครัฐประเทศไทย ยังได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งโปรแกรมและเครื่องมือ เพื่อให้แน่ใจว่าประเทศพร้อมสำหรับยุคใหม่ของดิจิทัลอย่างแท้จริง โดยคุณอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยว่า ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานดิจิทัลในอุตสาหกรรม ซึ่งมีทั้งเป้าหมายระยะสั้น การส่งเสริมการรวมระบบดิจิทัลในระดับชาติ และให้โอกาสที่เท่าเทียมกันสำหรับคนไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายแผนการพัฒนาระยะเวลา 20 ปี

ด้านหน่วยงานภาครัฐอย่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ยังได้เปิดตัวโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยให้บริษัทขนาดเล็กก้าวกระโดดในการนำกลยุทธ์ดิจิทัลมาใช้ เช่น:

  1. บัตรกำนัล Mini-transformation สำหรับบริษัทที่ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการเทคโนโลยีจากผู้ให้บริการโซลูชันที่ลงทะเบียนโดย depa
  2. การจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อสนับสนุนบริษัทและหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
  3. จัดอบรมหลักสูตรต่าง ๆ เป็นประจำ อาทิ Digital CEO, Digital Community Boot Camp, UPSKILL SME เพื่อให้ความรู้แก่บริษัทในการกำหนดกลยุทธ์ดิจิทัล

ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของเราคือการส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรท้องถิ่นในอุตสาหกรรมของพวกเขาและเพื่อช่วยให้พวกเขาพัฒนานวัตกรรมใหม่ ในช่วงปีที่ผ่านมาที่เราได้ร่วมงานกับ AIBP เราได้เห็นผู้ประกอบการไทยในท้องถิ่นได้รับโอกาสในการแบ่งปันโครงการที่พวกเขาดำเนินการอยู่และความท้าทายของพวกเขา และเปิดตัวเองให้รู้จักกับกลยุทธ์ดิจิทัลของผู้เล่นต่างชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนภารกิจและการฝึกอบรมในตลาดภายในอาเซียน”

RELATED ARTICLE

Responsive image

depa จับมือ Tellscore เปิดตัวโปรเจกต์ deINFLUENCER ชวนคนไทยเรียนทักษะดิจิทัล เตรียมพร้อมเป็นอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่

ดีป้า (depa) และ Tellscore เปิดตัวโครงการ deINFLUENCER ชวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปร่วมเรียนรู้ทักษะดิจิทัลที่จำเป็นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เตรียมความพร้อมต่อยอดสู่การเป็นอินฟล...

Responsive image

โครงการต้องรอด โดยกลุ่ม Up for Thai รวมภาคเอกชนและประชาชน ช่วยเหลือผู้รับผลกระทบจากโควิด-19

โครงการ “ต้องรอด” โดยกลุ่ม Up for Thai เป็นความร่วมมือกันของกลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชนและภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ประชาชนจากความเดือดร้อนในภาวะการระบาดของ ไวรัส COVID-19...

Responsive image

เปิดตัว Jitasa.care แพลตฟอร์มตัวกลาง ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดแบบครบวงจร ตั้งแต่เคสฉีดวัคซีน ถึงเคสเสียชีวิต

กลุ่มวิศวกรอาสา ThaiFightCovid และ Developers อาสา ได้จัดทำ Digital map platform ภายใต้ชื่อ จิตอาสาดูแลไทย Jitasa.care เป็นตัวกลางช่วยเหลือสังคมในการรายงานสถานการณ์โควิด-19 แบบเรีย...