CARRO ยกระดับตลาดรถยนต์มือสอง ชู AI ตรวจสภาพรถอย่างแม่นยำ

คาร์โร (CARRO) ผู้นำด้านการซื้อ-ขายรถยนต์มือสองบนแพลตฟอร์มออนไลน์ “ยูนิคอร์น” รายแรกของตลาดยานยนต์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการตรวจสภาพรถยนต์อัจฉริยะ หรือ AI Car Inspection Analysis Platform เพื่อการตรวจสภาพรถยนต์มือสองทั้งภายนอกและภายใน อย่างรวดเร็วและแม่นยำในตลาดรถยนต์มือสองของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยยกระดับระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมรถยนต์มือสอง หรือ Healthy ecosystem ของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำอย่างแท้จริง

CARRO ยกระดับตลาดรถยนต์มือสอง ชู AI ตรวจสภาพรถอย่างแม่นยำ

AI Car Inspection Analysis Platform จะทำหน้าที่ในการตรวจสภาพรถยนต์ที่ผสานเทคโนโลยี Big Data และ Imaging Technology

โดย AI Car Inspection Analysis Platform จะทำหน้าที่ในการตรวจสภาพรถยนต์ที่ผสานเทคโนโลยี Big Data และ Imaging Technology ที่ใช้ในการตรวจจับสภาพรถยนต์ผ่านภาพถ่ายที่สามารถอัปโหลดเข้าสู่ระบบ Big Data ของคาร์โร ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์มือสองในทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ โดยระบบจะทำการประมวลและแสดงผลจุดตำหนิได้แบบทันที (Real time) ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการวิเคราะห์สภาพรถยนต์ให้กับ
ช่างผู้เชี่ยวชาญ เสมือนมีดวงตาอัจฉริยะอีกคู่นึง เพื่อการวิเคราะห์ราคารถยนต์แต่ละคันที่แม่นยำและรวดเร็วมากกว่าเจ้าอื่น ๆ ในตลาด

คุณ อรรณพ เกษตระทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์มือสองในไทยครั้งนี้ว่า “สิ่งที่คาร์โรต้องการคือการพัฒนาHealthy ecosystem ของอุตสาหกรรมรถยนต์มือสองในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เคยมีบริษัทฯ ไหนสามารถทำได้มาก่อน ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศโดยองค์รวม 

CARRO ยกระดับตลาดรถยนต์มือสอง ชู AI ตรวจสภาพรถอย่างแม่นยำ

โดยเฉพาะส่วนสำคัญอย่างการตรวจเช็กสภาพรถยนต์มือสอง ผ่านแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมในองค์รวมให้สามารถประเมินรถยนต์มือสองอย่างแม่นยำ รวดเร็ว และมอบประสบการณ์การซื้อ-ขายรถยนต์มือสองที่มีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจในการประเมินและตรวจเช็กสภาพรถยนต์ที่ยุติธรรมและแม่นยำ จนนำไปสู่การประเมินราคาที่โปร่งใสมากที่สุด รวมถึงทำให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสองจากคาร์โรสามารถมั่นใจในคุณภาพของรถทุกคันอีกด้วย”

สามารถเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจเช็กสภาพรถยนต์มากยิ่งขึ้นกว่า 40%

“คาดว่าแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้คาร์โรสามารถประเมินรถยนต์มือสองได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นกว่า 40% และจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานของพาร์ทเนอร์ที่ร่วมมือกับเราในการรับบริการตรวจสภาพรถยนต์มือสอง อาทิ ค็อกพิท (COCKPIT) ให้มีมาตรฐานในการตรวจเช็กทั้งคุณภาพความแม่นยำ และความรวดเร็วได้ในระดับเดียวกันทั่วประเทศ” คุณอรรณพ กล่าวเสริม

สำหรับ AI Car Inspection Analysis Platform พัฒนาขึ้นโดยทีมเทคโนโลยีและทีมวิจัยของคาร์โรจากประเทศสิงคโปร์ โดยเริ่มต้นพัฒนามากว่า 1 ปี ซึ่งประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งความแม่นยำและความรวดเร็วในการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ของทีมช่างผู้เชี่ยวชาญในประเทศสิงคโปร์ โดยพบว่าสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจเช็กสภาพรถยนต์มากยิ่งขึ้นกว่า 40%

สำหรับการพัฒนาขั้นตอนถัดไป คือการผสานเทคโนโลยี Pricing Algorithm หรือเทคโนโลยีการวิเคราะห์ราคาในถังข้อมูลขนาดใหญ่ของคาร์โร (Big Data) เพื่อการกำหนดราคาที่เป็นไปได้อย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาค นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังเป็นประโยชน์กับพาร์ทเนอร์ของคาร์โร ที่จะร่วมมือกันในการเป็นศูนย์ตรวจเช็กสภาพรถยนต์มือสองให้กับลูกค้าในอนาคตอีกด้วย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

12 ขุนพลนวัตกรรมร่วมเปิดยุทธศาสตร์ธุรกิจไทย ยุค AI Realism ย้ำธรรมาภิบาลข้อมูล คือทางรอดระยะยาว

งานสัมมนาประจำปีครบรอบ 6 ปี The Story Thailand Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ "The Future of AI: When Intelligence Meets Reality" ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน ประสบความสำเร็จอย่างย...

Responsive image

ClouDee ONE กับโจทย์ใหม่ ของ Customer Experience แพลตฟอร์มที่รวม Voice, AI และ Omnichannel ไว้บนโครงสร้างข้อมูลเดียวกัน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่หลายองค์กรเร่งนำมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience: CX) ไม่ว่าจะเป็น Chatbot, Voicebot หรือระบบวิเคราะห์ข้อมูล อย...

Responsive image

AIS ผนึกบางกอกแลนด์ ดันเมืองทองธานีสู่ Smart City อัปเกรด 5G-Advanced ทั่วเมือง คอนเสิร์ตคนเป็นหมื่น เน็ตก็ไม่ล่ม

เมืองทองธานีจะเป็น Smart City แล้ว! ส่องความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่าง AIS และบางกอกแลนด์ ที่จะมาแก้ทุก Pain Point ของสายอีเวนต์และคอนเสิร์ต ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งอนาคต...