
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศผนึกพลังขับเคลื่อนโครงการ “การพัฒนาย่านนวัตกรรมสนับสนุนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ผ่านการเรียนรู้โมเดลระดับโลก” ดึงศักยภาพด้านงานวิจัยโดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ นักลงทุน และองค์กรธุรกิจทั้งในและต่างประเทศภายใต้ระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่สมบูรณ์แบบครบวงจร เสริมด้วยองค์ความรู้ระดับสากลจากพันธมิตรองค์กรชั้นนำใน 3 ประเทศ คือ เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และ สิงคโปร์ เปิดฉากทัศน์ใหม่ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ การพัฒนาโครงการร่วม และการเชื่อมโยงตลาดและแหล่งทุนระดับภูมิภาคและระดับโลก มุ่งศึกษา 3 เทคโนโลยียุทธศาสตร์ ได้แก่ อาหารแห่งอนาคต (Future Food) สุขภาพ (Health Tech) และ สิ่งแวดล้อม (Green Innovation) ตั้งเป้าเปลี่ยนงานวิจัยเชิงลึก สู่การสร้างพื้นที่เศรษฐกิจนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง
ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนความตั้งใจในการพัฒนาระบบนิเวศสนับสนุนสตาร์ทอัพไทย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมที่จะช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการผนึกกำลังของภาคการศึกษา ภาคเอกชน และพันธมิตรนานาชาติ ที่จะต่อยอดองค์ความรู้เชิงลึกสู่การใช้งานจริงและสร้างการเติบโตได้ในเชิงพาณิชย์ อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการศึกษาช่องว่างและปัจจัยความสำเร็จจาก 3 ประเทศต้นแบบ ได้แก่
โดยจะมีการจัดทำ Whitepaper ข้อเสนอเชิงนโยบายและทิศทางระยะยาว เพื่อเป็นกรอบสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยอย่างเป็นระบบ สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย
ภายใต้ความร่วมมือนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะทำหน้าที่เป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการและการวิจัยเชิงลึก ไปสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจและสังคม จุฬาฯ มุ่งเน้นการออกแบบ “ระบบนิเวศแห่งความร่วมมือ” ซึ่งเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโยงผู้คน องค์กร และนวัตกรรมเข้าด้วยกันภายใต้กลไกการมีส่วนร่วมแบบจตุภาคี (Quadruple Helix)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สรายุทธ ทรัพย์สุข คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “การออกแบบและการสร้างสรรค์พื้นที่นั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาเชิงกายภาพของเมืองเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการออกแบบระบบนิเวศของความร่วมมือที่เชื่อมโยงผู้คน องค์กร และแนวคิดใหม่ๆเข้าด้วยกัน ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายบทบาทมหาวิทยาลัย จากแหล่งความรู้สู่การเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในบริบทจริง ที่สามารถทดลอง ปรับปรุง และต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ และระดับภูมิภาค”

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร. พนิต ภู่จินดา หัวหน้าโครงการ “การพัฒนาย่านนวัตกรรมสนับสนุนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ผ่านการเรียนรู้โมเดลระดับโลก” กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของโครงการความร่วมมือว่า “ในฐานะผู้นำด้านการศึกษาวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งหวังที่จะถ่ายทอดบทเรียนจากกรณีศึกษาระดับโลกมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของไทย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้แก่สตาร์ทอัพไทย โดยเฉพาะในด้านอาหารแห่งอนาคต (Future Food) สุขภาพ (Health Tech) และสิ่งแวดล้อม (Green Innovation) โดยข้อมูลจากการศึกษาจะถูกสังเคราะห์เป็น พิมพ์เขียวนโยบาย (Policy Whitepaper) และ Roadmap ระยะ 10 ปี เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศอย่างยั่งยืน

คุณศศิธร วรัญญูวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป ทรู ดิจิทัล พาร์ค กล่าวว่า “ในฐานะพันธมิตรหลัก ทรู ดิจิทัล พาร์ค พร้อมนำความแข็งแกร่งของระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด “One Roof, All Possibilities” มาเสริมสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ นักลงทุน และองค์กรธุรกิจทั้งในและต่างประเทศภายใต้โครงการความร่วมมือนี้ ควบคู่กับการยกระดับพื้นที่ศูนย์กลางสู่พื้นที่แห่งการทดลอง (Living Lab) เพื่อขับเคลื่อนโมเดลย่านนวัตกรรม (Innovation District) อย่างเป็นรูปธรรม มุ่งวางรากฐานให้สตาร์ทอัพไทยก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการวิจัยสู่การเข้าถึงตลาดในเชิงพาณิชย์ได้จริง อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดการลงทุนและบุคลากรทักษะสูงจากทั่วโลก ผ่านเครือข่ายความร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อผลักดันนวัตกรรมไทยให้เติบโตและแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือในครั้งนี้ สอดคล้องกับความตั้งใจของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ในปี 2026 ที่มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ และเปิดพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น ปักหมุดเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของงานและกิจกรรมด้านเทคโนโลยีให้กับองค์กรชั้นนำของโลก ด้วยคอนเซ็ปต์ “HELLO: Connecting for New Possibilities” ตอกย้ำศักยภาพการเป็นศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านนวัตกรรมดิจิทัล เพียบพร้อมด้วยระบบนิเวศสตาร์ทอัพครบวงจร เชื่อมโยงทั้งสตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ บริษัทเทคโนโลยี นักลงทุน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ กว่า 6,000 ราย เพื่อหลอมรวมองค์ความรู้ สร้างแหล่งชุมชนสตาร์อัพและผู้ประกอบการเทคที่เข้มแข็ง และเสริมสร้างการเติบโตให้สตาร์ทอัพสามารถเข้าถึงแหล่งทุนและขยายธุรกิจได้อย่างแท้จริง”
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด