สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า (depa) ร่วมกับ บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จํากัด (Visa) ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงในการร่วมกันพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) มุ่งผลักดันสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน

ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa เผยว่าการลงนาม หนังสือแสดงเจตจำนงในการร่วมกันพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยมุ่งเน้นในด้าน เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) สำหรับเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จํากัด (Visa) ในครั้งนี้ จะเป็นการช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาสังคมไร้เงินสด ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่เมืองอัจฉริยะที่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการโดยสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย และร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบที่นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเจริญเติบโตให้กับผู้ประกอบการไทยแล้ว ยังจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวมได้อย่างยั่งยืน

ด้าน คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการ Visa ประจำประเทศไทย เผยว่า Visa มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับดีป้าในการผลักดันพัฒนาให้เกิดเมืองอัจฉริยะขึ้นในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยพร้อมนำความเชี่ยวชาญในด้านการชำระเงินรูปแบบดิจิตอล และเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วโลกมาประยุกต์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการนำเทคโนโลยีคอนแทคเลส (Contactless) ผนวกเข้ากับ IoT เพื่อยกระดับการชำระเงินในระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่เชื่อมโยง ไร้รอยต่อ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งสำหรับผู้ให้บริการและผู้บริโภคในหัวเมืองใหญ่ทั่วโลก อาทิ ลอนดอน ซิดนีย์ นิวยอร์ค และสิงคโปร์ นอกจากนั้นในฐานะผู้นำด้านการชำระเงินรูปแบบดิจิตอลระดับโลก Visa ยังพร้อมนำนวัตกรรมล่าสุดมาต่อยอดเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การวิเคราะห์ข้อมูล และอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับการค้าข้ามพรมแดน ทั้งในรูปแบบโมบายคอมเมิร์ซ (eCommerce) และเอ็มคอมเมิร์ซ (Mobile Commerce) สำหรับผู้บริโภคชาวไทย ธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างยั่งยืนในยุคดิจิตอล

ให้ความสำคัญกับการพัฒนารูปแบบการใช้จ่ายอย่างยั่งยืนด้วยการออกแบบแนวทางที่สร้างความสะดวกสบายให้แก่ประชาชน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีมีบทบาทเป็นอย่างมากในการยกระดับการใช้จ่ายได้ดียิ่งขึ้น และสิ่งที่ Visa คำนึงเสมอก็คือ ความปลอดภัยทางด้านการเงิน เพราะการใช้จ่ายที่สะดวกขึ้นย่อมต้องปลอดภัยขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ depa เป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทย การร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่ประโยชน์ทั้งการยกระดับการใช้จ่าย และคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ตรงตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

RELATED ARTICLE

Responsive image

เคล็ดลับเพิ่มยอดขายด้วย Facebook และ Instagram ในช่วงช้อปปิ้งปลายปีของไทย

จากรายงานของ Facebook IQ ของ Facebook ในหัวข้อ “Facebook 2019 Holiday Study” พบว่า 70% ของคนไทยจากจำนวน 1,506 คนที่ร่วมตอบแบบสำรวจกล่าวว่า พวกเขาจะเริ่มช้อปปิ้งในช่วงปลายปีในเดือนธ...

Responsive image

Ericsson คาดยอดผู้ใช้ 5G ทั่วโลกแตะ 2,600 ล้านรายภายในสิ้นปี 2025

สัดส่วนผู้ใช้งาน 5G คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 21% ภายในปี 2025 ผู้ให้บริการและผู้ประกอบการ ICT จะมีบทบาทมากขึ้นในการใช้งานระบบและแอปพลิเคชันในเครือข่าย 5G ซึ่งจะเห็นได้จากจำนวนผู้ใช้ง...

Responsive image

iPrice เผยดีกรีความร้อนแรงของสงคราม E-commerce ใน SEA Q3 2019

ดูจะเป็นเรื่องปกติที่สงครามอีคอมเมิร์ซระหว่างไตรมาสที่ 2 และ 3 ของทุก ๆ ปี มักแข่งขันไม่ร้อนแรงเท่าที่ควร ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) อ้างอิงจากงานวิจัยสงครามอีคอมเมิร์ซข...