CK - CEO Fastwork ร่วมขึ้นพูดในงาน The eCloudvalley Forum 2026 กับหัวข้อ “Betting the Company on AI: Fastwork กับการทิ้งระบบเดิมทั้งหมดเพื่อสร้างองค์กร AI Native”

Fastwork กับการตัดสินใจรื้อระบบเดิม เพื่อสร้างองค์กร AI Native

ในงาน The eCloudvalley Forum 2026 – From Cloud to Intelligence เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา คุณซีเค CEO ของ Fastwork ขึ้นเวทีในหัวข้อ 'Betting the Company on AI - A Conversation with a CEO' เพื่อเล่าถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของบริษัทในการรื้อระบบเดิมทั้งหมด แล้วสร้างแพลตฟอร์ม fastwork.com ขึ้นใหม่ให้เป็น AI Native ตั้งแต่ต้น พร้อมแบ่งปันมุมมองว่าองค์กรไทยควรเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อย่างไร

งานแบบไหนกำลังลดลงและงานแบบไหนมีโอกาสเติบโต

คุณซีเคเล่าว่า จากข้อมูลที่เห็นบนแพลตฟอร์ม Fastwork งานที่มีมูลค่าต่อชิ้นไม่สูง เช่น การออกแบบกราฟิกหรือโลโก้แบบง่าย การแปลภาษา และการเขียนบทความ กำลังค่อย ๆ ลดลง เนื่องจากเป็นงานที่ AI สามารถทำได้โดยตรง ขณะที่งานที่มีความซับซ้อนและมูลค่าสูงกว่า เช่น งานด้าน Generative AI และ automation กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม เขามองว่า Fastwork ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ แต่เป็นพื้นที่สำหรับค้นหา 'คน' ที่จะเข้ามาช่วยให้งานบางอย่างสำเร็จ ตราบใดที่โลกยังต้องการมนุษย์ แพลตฟอร์มก็ยังมีบทบาท เพียงแต่ต้องปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง และคนทำงานแต่ละสายอาชีพจำเป็นต้องพัฒนาความเชี่ยวชาญของตัวเองให้ลึกขึ้น เพื่อสร้างคุณค่าที่แตกต่างจากสิ่งที่ AI ทำได้

เมื่อคนในองค์กรสร้างงานได้ด้วยตัวเอง

หนึ่งในตัวอย่างที่คุณซีเคยกขึ้นมาคืออาชีพวิศวกรซอฟต์แวร์ ซึ่งเขามองว่างานเขียนโค้ดจะถูกส่งต่อให้ AI ทำมากขึ้นเรื่อย ๆ บทบาทของวิศวกรจึงไม่ใช่แค่การลงมือเขียนโค้ด แต่ต้องขยับไปสู่การออกแบบสถาปัตยกรรมระบบที่เปิดให้คนในทุกฝ่ายสามารถสร้างงานของตัวเองได้

แนวทางนี้เริ่มเกิดขึ้นแล้วภายใน Fastwork โดยแต่ละทีมใช้ AI เข้ามาช่วยเปลี่ยนวิธีทำงาน เช่น

  • ทีมบริการลูกค้า ไม่จำเป็นต้องรับสายและตอบลูกค้าทุกเรื่องด้วยตัวเอง แต่ดูแลให้ AI agent เป็นผู้ตอบคำถาม พร้อมตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพคำตอบอยู่เบื้องหลัง
  • ทีมดีไซน์ ใช้เครื่องมืออย่าง Cursor และ Claude Code สร้าง prototype หรือเขียนโค้ดที่พร้อมใช้งานจริงได้ โดยไม่ต้องออกแบบทีละหน้าแล้วส่งต่อให้ทีมอื่นทำงานต่อ 
  • ทีมการเงิน ใช้ agent ช่วยคัดกรองเอกสาร แยกว่างานใดเร่งด่วนและงานใดสามารถรอได้

แม้แต่ตัวคุณซีเคเองก็ใช้ agent ช่วยสรุปอีเมลและข้อความจากระบบงานต่าง ๆ ทุกวัน เพื่อให้เห็นว่ามีเรื่องใดที่ต้องจัดการบ้าง

ทำไม Fastwork ถึงเลือกทิ้งระบบเดิมแล้วสร้างใหม่

เมื่อพิธีกรถามถึงการเปลี่ยนจากโดเมน .co.th มาเป็น .com คุณซีเคอธิบายว่า การตัดสินใจนี้มีสองเหตุผล

เหตุผลแรกคือการเข้าถึงตลาดทั่วโลก โดยโดเมน .com ช่วยให้ผู้คนจากหลายประเทศค้นหาแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้นผ่านภาษาของตัวเอง ทั้งจากเสิร์ชเอนจินและระบบค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI

แต่เหตุผลที่สำคัญกว่าคือการสร้างระบบเทคโนโลยีขึ้นใหม่ทั้งหมด หรือ tech stack เพื่อให้ AI เข้าถึงโค้ดและข้อมูลในทุกส่วนของระบบได้ เป้าหมายคือทำให้ Fastwork พัฒนาฟีเจอร์ใหม่และส่งถึงผู้ใช้ได้ภายในไม่กี่วัน จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน

คุณซีเคมองว่า องค์กรที่ใช้ระบบเก่ามานานมักสะสมปัญหาทางเทคนิคจนโครงสร้างหลังบ้านซับซ้อน การแก้ไขทีละจุดจึงกลายเป็นการปะผุที่ทำให้การพัฒนาสิ่งใหม่ยิ่งยากขึ้น

ในยุคที่ AI สามารถช่วยเขียนโค้ดได้จำนวนมากภายในเวลาไม่กี่เดือน การสร้างระบบใหม่ทั้งหมดจึงอาจเร็วกว่าการพยายามแก้ระบบเดิม แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ระบบใหม่ต้องเชื่อมโยงกันทั้งระบบ และมีข้อมูลชุดเดียวที่ทุกฝ่ายใช้อ้างอิงร่วมกัน หรือ single source of truth เพื่อให้ AI ทำงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มันต้องถอยหลัง 9 ก้าว พอเราถอย 9 ก้าว การสร้างใหม่มันน่ากลัว แต่ว่าถ้าทำได้ มันจะเร็วกว่าทุกคนเลย - คุณซีเคกล่าว

องค์กรใหญ่จำเป็นต้องทิ้งระบบเดิมหรือไม่

คำถามหนึ่งจากผู้ฟังคือ องค์กรขนาดใหญ่ที่ลงทุนกับระบบเดิมไปมากแล้ว ควรตัดสินใจทิ้งแล้วเริ่มต้นใหม่จริงหรือไม่

คุณซีเคมองว่า สิ่งที่น่าเสียดายยิ่งกว่าการรื้อระบบคือการไม่ลงมือเปลี่ยนแปลง เพราะหัวใจของการพัฒนาซอฟต์แวร์อยู่ที่วงจรการส่งมอบงาน รับ feedback แล้วนำกลับมาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง องค์กรที่ทำวงจรนี้ได้ภายในไม่กี่วันย่อมมีโอกาสพัฒนาได้เร็วกว่าคู่แข่งที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนต่อรอบ และความแตกต่างนี้จะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนคำถามว่าจะทำให้การใช้ AI สร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริงอย่างไร เขาชี้ว่า การซื้อเครื่องมือ AI ให้พนักงานทุกคนใช้ไม่ได้หมายความว่าองค์กรกลายเป็นบริษัท AI แล้ว สิ่งสำคัญคือการสร้างระบบที่เปิดให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลและสร้างงานได้ด้วยตัวเอง

ตัวอย่างเช่น หากทีมการตลาดต้องการรู้ว่าสัปดาห์ก่อนขายสินค้าในจังหวัดขอนแก่นได้เท่าไร พนักงานควรพิมพ์ถามในระบบแล้วได้คำตอบทันที โดยไม่ต้องส่งคำขอไปให้ทีมอื่นดึงข้อมูลมาให้ นี่คือการเปลี่ยนจากองค์กรที่ต้องรอให้คนอื่นทำงานต่อเป็นทอด ๆ ไปสู่ระบบที่แต่ละคนสามารถทำงานได้ด้วยตัวเองมากขึ้น

อนาคตที่ AI agent อาจเป็นผู้ซื้อสินค้าและบริการ

คุณซีเคมองว่า ในอนาคตผู้คนจะมอบหมายให้ AI agent ช่วยซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบราคาจากหลายร้าน หรือค้นหาร้านอาหารที่มีรีวิวดีที่สุดในบริเวณใกล้เคียง แต่การที่ agent จะเลือกสิ่งที่เหมาะสมได้ จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ครบถ้วน

นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญของ fastwork.com ที่ต้องทำให้ข้อมูลของคนรับงานอยู่บนโลกออนไลน์ในรูปแบบที่ AI agent สามารถค้นหาและนำไปใช้เลือกจ้างได้ ไม่ว่าจะเป็นผลงาน รีวิว คิวว่าง หรือรายละเอียดบริการ

ในอนาคต ผู้ใช้อาจเลือกคนทำงานจากการดูผลงานก่อน คล้ายกับการเลื่อนดูภาพบน Pinterest แทนที่จะต้องเริ่มจากการรู้ว่าตัวเองต้องค้นหาฟรีแลนซ์อาชีพใด

นอกจากนี้ ลูกค้าอาจไม่จำเป็นต้องระบุด้วยซ้ำว่าต้องจ้างใครบ้าง เพียงบอกปัญหาหรือเป้าหมาย เช่น 'อยากจัดงานแต่งงาน' ระบบก็สามารถแนะนำทีมงานที่จำเป็นให้ได้ ตั้งแต่ช่างภาพ พิธีกร สไตลิสต์ ไปจนถึงร้านดอกไม้

ผู้บริหารควรเริ่มเปลี่ยนองค์กรสู่ AI First จากตรงไหน

ในช่วงท้ายของการสนทนา คุณซีเคได้รับคำถามว่า ผู้บริหารที่ต้องการเปลี่ยนองค์กรให้เป็น AI First ควรเริ่มต้นจากอะไร

คำตอบของเขาคือ ให้กลับมาพิจารณาก่อนว่างานที่ทีมทำกันอยู่ทุกวันช่วยให้สินค้าและบริการดีขึ้นสำหรับลูกค้าจริงหรือไม่ หากพนักงานต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องประชุมเพียงเพื่อให้ผู้บริหารติดตามความคืบหน้าของงาน นั่นคือปัญหาที่ควรจัดการก่อนจะเริ่มพูดถึงการนำ AI มาใช้

หน้าที่ของผู้นำคือ เราต้องเปลืองเวลาของตัวเองเพื่อประหยัดเวลาของคนทำงาน - คุณซีเคกล่าว

เขาเสนอว่าองค์กรควรให้ความสำคัญกับการลงมือทำเป็นหลัก และใช้เวลาให้น้อยลงกับการตัดสินใจที่ยืดเยื้อ หน้าที่ของผู้นำคือช่วยให้ทีมได้ข้อสรุปเร็วที่สุด เพราะการตัดสินใจให้เร็วแล้วปรับแก้ภายหลัง ยังดีกว่าการรอจนตัดสินใจได้ช้าเกินไป

สำหรับหลายองค์กร อุปสรรคสำคัญที่ทำให้งานล่าช้าอาจไม่ใช่การเขียนโค้ดอีกต่อไป แต่เป็นการประชุมและกระบวนการทำงานภายในที่กินเวลาเกินจำเป็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องเร่งปรับเปลี่ยน หากต้องการให้องค์กรใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มที่

เกี่ยวกับ eCloudvalleye

Cloudvalley ผู้ให้บริการคลาวด์ครบวงจรระดับภูมิภาค เป็น AWS Partner ที่ได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจาก Anthropic ให้จำหน่ายโมเดล Claude บน Amazon Bedrock , และ Open AI ครอบคลุมภูมิภาค APJ รวมถึงประเทศไทย พร้อมบริการให้คำปรึกษาและติดตั้งโซลูชัน Generative AI และ AI Agent แบบครบวงจร

Contact Us

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทีทีบี เปิดตัว ttb superior บริการวางแผนการเงิน สำหรับคนมีเงินล้านแรก

ทีทีบี เปิดตัว “ttb superior” เอกสิทธิ์และประสบการณ์ทางการเงินรูปแบบใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่มเริ่มสร้างความมั่งคั่ง Mass Affluent (MAF) ที่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินรวมกับธนาคารตั้งแต่ 1 ล้...

Responsive image

TMA จัดเวที Inside the AI Frontier รวมผู้นำ OpenAI, AWS, BCG และ SCG คุยกลยุทธ์ AI ให้องค์กรไทย

TMA ชวนผู้บริหารไทยร่วมเวทีเสวนา Closed-Door ฟังมุมมองจาก OpenAI, AWS, BCG และ SCG วันที่ 11 พฤศจิกายน 2026 ที่ Oriental Residence Bangkok...

Responsive image

eCloudvalley จัดงาน The eCloudvalley Forum 2026 ชวนองค์กรไทยวางก้าวถัดไป จาก Cloud สู่การขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI

eCloudvalley จัดงาน The eCloudvalley Forum 2026 ภายใต้แนวคิด From Cloud to Intelligence รวมผู้บริหาร ลูกค้า พาร์ทเนอร์ และผู้เชี่ยวชาญ แลกมุมมองการต่อยอดรากฐาน Cloud สู่การใช้ข้อมู...