
ในวันที่ทั่วโลกแข่งขันกันด้าน AI อย่างเข้มข้น ประเทศไทยเลือกเส้นทางที่ชัดเจน นายกร เธียรนุกุล รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอกลยุทธ์นี้บนเวที Global Stage ของงาน SWITCH 2026 ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ภายใต้วิสัยทัศน์ “ASEAN’s No.1 Application Layer Nation”
นายกรอธิบายผ่านแนวคิดของ Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ที่เปรียบ AI เหมือนเค้ก 5 ชั้น ได้แก่ พลังงาน ชิป โครงสร้างพื้นฐาน โมเดล และ Application “ทุกชั้นสำคัญและพึ่งพากัน แต่ชั้นบนสุดคือจุดที่ AI ได้ทำงานในเศรษฐกิจจริง ในโรงงาน ในโรงพยาบาล และในมือของลูกค้า เป็นชั้นที่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากที่สุดและจับต้องได้มากที่สุด ประเทศไทยจึงเลือกเป็นผู้นำในชั้นนี้”
นายกรชี้ว่า ไทยมีความพร้อมสี่ด้าน ด้านแรกคืออุตสาหกรรมจริงที่พร้อมนำ AI ไปใช้ โดยสมาชิก ส.อ.ท. ครอบคลุม 47 กลุ่มอุตสาหกรรม ด้านที่สองคือโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ในปี 2568 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนด้านดิจิทัลสูงเป็นอันดับหนึ่งของทุกอุตสาหกรรม ด้านที่สามคือความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ศูนย์ข้อมูลระดับโลกเลือกมาลงทุนในไทย และด้านที่สี่คือจุดแข็งของคนไทยแบบ High Tech, High Touch ที่ทำให้เทคโนโลยีใช้งานได้จริงกับผู้คน
หัวใจของกลยุทธ์คือ Vertical Expertise หรือการพัฒนา AI เฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์ของแต่ละอุตสาหกรรม เช่น การผลิต การแพทย์ การเกษตร การเงิน และความปลอดภัยไซเบอร์ สอดคล้องกับแนวคิด “Small AI” ที่นายอเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก กล่าวถึงในการประชุมประจำปี IMF–ธนาคารโลก ที่กรุงเทพฯ เมื่อต้นเดือนตุลาคม ทั้งนี้ ส.อ.ท. อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเปิดให้เข้าถึงข้อมูลภาครัฐสำหรับพัฒนา AI เฉพาะทางเหล่านี้
เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนักพัฒนา AI 300,000 คนภายในปี 2030 ส.อ.ท. จะทำงานร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการคลัง ขณะเดียวกันได้เสนอแนวคิดจัดตั้ง Digital and AI PPP Fund กองทุนร่วมรัฐและเอกชน ที่จะชวนกองทุนชั้นนำจากสิงคโปร์มาร่วม เพื่อเติมเงินทุนช่วงเริ่มต้นที่ยังขาดแคลน และช่วยสตาร์ทอัพที่พิสูจน์ผลิตภัณฑ์แล้วให้ขยายสู่ต่างประเทศ
นายกรมองว่า ความท้าทายสำคัญของไทยคือภาครัฐและเอกชนมักทำงานแยกกัน ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าไทยจะไปทางไหน จึงเสนอให้ต่อยอดแนวทาง “Team Thailand” ของกระทรวงการต่างประเทศ ให้ภาคเอกชนร่วมสื่อสารทิศทางเดียวกัน โครงการ Thai Digital and AI Go Global ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการภายใต้นโยบาย 4 GOs ของ ส.อ.ท. ได้แก่ Go Digital and AI, Go Innovation, Go Global และ Go Green คือตัวอย่างของความร่วมมือนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ NIA และพันธมิตรระดับโลกอย่าง AWS, Alibaba Cloud และ Microsoft
“เป้าหมายที่ชัดเจนทำให้ทุกฝ่ายเดินไปทางเดียวกัน และเราขอเชิญพันธมิตรที่อยากเติบโตไปกับประเทศไทย ให้มาช่วยกันสร้างตัวเลขเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง” นายกรกล่าวทิ้งท้าย
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด