โลกในยุคนี้นับว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นของคู่กาย ทุกธุรกิจล้วนตระหนักดีถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลที่กำลังเกิดขึ้นในอัตราเร่งที่มากกว่าอดีตไม่รู้กี่เท่า และไม่มีใครสามารถประสบความสำเร็จได้หากยังยึดติดกับความสำเร็จและทักษะที่มีในอดีต เพื่อเป็นการตอบรับความท้าทายของนักพัฒนาในยุคนี้ อีกทั้งหาคำตอบว่าทักษะของนักพัฒนาในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างไร Techsauce ได้มีโอกาสพูดคุยกับ Saii Joveini Shahnazi หัวหน้ากลุ่มนักพัฒนาระบบนิเวศและโฆษกประจำ ไอบีเอ็ม ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และคุณณัฐพงศ์ วงศ์อารีย์ นักสนับสนุนนักพัฒนาของไอบีเอ็ม ถึงประเด็นดังกล่าว ดังนี้

  1. ต้องเปิดกว้าง: ปัจจุบันมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งที่นักพัฒนาควรมี ก็คือการเปิดกว้าง ยอมรับ เรียนรู้ ปรับปรุงและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
  2. การทำงานแบบ flexible และ dynamic: หากทีมของคุณทำงานในลักษณะ Waterfall Model (หรือการส่งมอบงานจากทีมสู่ทีม) อาจจะเห็นได้ว่า มักจะติดปัญหาในส่วนของการดำเนินการ เป็นการรอระหว่างนักพัฒนาและทางทีม Operation โดยเฉพาะในการวางแผนงานในการติดตั้ง (Deployment Schedule) ซึ่งในขั้นตอนนี้ค่อนข้างขาดประสิทธิภาพ (ทั้งสองทีม ไม่ได้ทำงานแบบคู่ขนาน) ดังนั้นนักพัฒนาควรจะพัฒนาตัวเองให้สามารถทำงานในรูปแบบไดนามิกในทุกที่ เพราะเมื่อมีเครื่องมือใหม่ๆ เข้ามา ก็จะสามารถทำงานได้อย่างสอดคล้องกับแผนงานขององค์กร เฉกเช่น DevOps นอกจากนี้ เนื่องจากล่าสุดที่มี Container Concept เข้ามาอย่าง OpenShift, Kubernetes และ IBM Cloud Pak จึงเป็นความจำเป็นที่นักพัฒนาต้องรู้จักปรับลักษณะการทำงานอยู่เสมอ
  3. การแบ่งปันความรู้ในองค์กร: เมื่อนักพัฒนามีโอกาสได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ก็ควรที่จะแบ่งปันความรู้นั้นต่อเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งหัวหน้างานไปจนถึงผู้บริหาร นี่เป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้จากผู้อื่น และเป็นโอกาสให้ผู้เผยแพร่ได้ปรับปรุงตัวเอง นอกเหนือไปกว่านั้น ยังเป็นการสานสัมพันธ์ภายในร่วมกันในองค์กรไปในตัวอีกด้วย
  4. Robotic Process Automation (RPA): ระบบซอฟต์แวร์ที่เปรียบเสมือนเป็นหุ่นยนต์ซอฟต์แวร์ทำหน้าที่แทนมนุษย์ การใช้ robot ผสมผสานเทคโนโลยีแมชชีนเลิร์นนิง AI การกำหนดข้อบังคับต่างๆ รวมถึง image recognition เพื่อให้ robot สามารถทำงานที่เป็นกระบวนการซ้ำๆ ให้ได้อัตโนมัติ เป็นสิ่งที่นักพัฒนาควรจะให้ความสำคัญ
  5. นักพัฒนาต้องมองให้เห็นถึงการใช้งานและศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างถ่องแท้: ในปีที่ผ่านมา ได้เริ่มมีการสร้างและก่อตัวของกลุ่มคนที่มีความสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซี แต่สุดท้ายแล้ว หากเรามองถึงการใช้งานจริงๆ แล้วนั้น มันไม่ได้ใช้เฉพาะกับธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเท่านั้น นักพัฒนาต้องมองให้เห็นถึงการใช้งานและศึกษาอย่างถ่องแท้ ว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานในธุรกิจหรือไม่ ดังนั้นการเข้าร่วมสัมนาหรือกิจกรรมกับทางผู้นำด้านเทคโนโลยี ก็เป็นอีกสิ่งหนิ่งที่เปิดมุมมองของเราให้กว้างขึ้นด้วย

IBM เล็งเห็นและให้ความสำคัญในจุดนี้ และสนับสนุนโครงการ Open Source มาหลายปี ซึ่งทาง IBM ก็ได้ผลักดันโครงการ IBM Code Pattern ซึ่งเป็นการเปิด Source Code รวมถึงทั้ง Use Case และ Best Practices อธิบายการทำงานของโซลูชั่นในหลายๆ หมวดหมู่ และ Code Patterns ทั้งหมด สามารถนำไปใช้งานได้จริงบน Cloud Computing ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด Source Code เพื่อนำไปพัฒนาต่อ ได้ที่ https://developer.ibm.com/patterns/

IBM Think Thailand 2019

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้สร้างนวัตกรรม ผู้นำธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี หรือนักพัฒนา ที่กำลังมองหาคำตอบว่าโซลูชันใหม่ๆ ที่คุณมองหา ว่าจะเหมาะกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจคุณหรือไม่ ที่ IBM Think Thailand งานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทย จะพาคุณเจาะลึกความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ไม่ว่าจะเป็น Cloud, AI, Blockchain, Quantum Computing และอื่นๆ อีกมากมาย

งานนี้ไม่ได้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีและนวัตกรรมเท่านั้น ยังเป็นการแสดงถึงความสามารถในการเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลกับเทคโนโลยี รวมทั้งการบริหารจัดการ เพื่อการส่งมอบคุณค่าให้กับผู้บริโภคในอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมโอกาสในการพบปะพูดคุยกับกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม อีกทั้งโอกาสในการเข้าร่วม Showcase พร้อมทั้งยังมี Hands-on Lab สำหรับเหล่านักพัฒนาโดยเฉพาะ ที่จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เพิ่มพูนทักษะและความรู้ใหม่ๆ ด้วยการนำเสนอการศึกษาเฉพาะทางเทคโนโลยีห้องปฏิบัติการที่มีผู้สอนผู้เชี่ยวชาญ และการสอบเพื่อรับรองในหัวข้อต่างๆ หลายหัวข้อ เพื่อโอกาสก้าวหน้าในวิชาชีพ ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการช่วยพาธุรกิจและองค์กรของคุณเข้าสู่ก้าวย่างต่อไปของ Digital Transformation ได้อย่างสำเร็จ

รูปแบบของงาน

ช่วงเช้า  – เป็นช่วงเวลาสำหรับ Keynote Session โดยเหล่าผู้บริหารระดับสูงของ IBM, ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของ IBM และเหล่าผู้บริหารในธุรกิจชั้นนำของเมืองไทยจะร่วมกันแบ่งปันวิสัยทัศน์และประสบการณ์ในแง่มุมที่หลากหลายบนเวที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับนำ AI มาใช้งานจริงในธุรกิจ, เรื่องราวการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง Blockchain, Cloud, AI, Quantum Computing มาใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ ไปจนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตด้านเทคโนโลยีและธุรกิจสำหรับเมืองไทย

ช่วงเที่ยง  – Think Playground Showcase Zones จะเป็นเวลาที่ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านจะได้เดินทัวร์ในบูธจัดแสดงเทคโนโลยีที่ได้มีการจองเอาไว้ในตอนลงทะเบียน ซึ่งถือเป็นอีกกิจกรรมไฮไลท์สำคัญที่ก่อนหน้านี้มีให้เข้าร่วมได้เฉพาะในงานสัมมนาใหญ่ของ IBM ในต่างประเทศเท่านั้น โดยเนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 6 บูธ แต่ละบูธใช้เวลา 30 นาทีในการร่วมชม

ช่วงบ่าย  – จะเป็นการแบ่ง Session ที่แยกออกเป็น 6 หัวข้อตามบูธในโซนเทคโนโลยี นอกจากนี้ สำหรับเหล่า Software Developer, Architects และ Data Developer ยังมี Journey to Hybrid Cloud Workshop โดยคุณณัฐพงศ์ วงศ์อารีย์ นักสนับสนุนนักพัฒนาของไอบีเอ็ม เป็นผู้ดำเนินเวิร์คช็อปในครั้งนี้

Journey to Hybrid Cloud Workshop

โดยภายในเวิร์คช็อปผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้แนวทางในการนำเทคโนโลยีไปใช้งาน และการนำไปออกแบบระบบต่างๆ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางผู้เชี่ยวชาญจะพาไปทำความเข้าใจเบื้องลึก เรียนรู้ข้อดีของการสเกลแอปพลิเคชันผ่านเครื่องมือที่ใช้กันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น

  • เรียนรู้การทำงานของ IBM Watson ที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง
  • DevOps toolchains เรียนรู้การทำงานแบบ DevOps แสดงการอินทิเกรตการทำงานร่วมกัน โดยหลักๆ จะเน้นไปที่การ automate ทั้ง infrastructure workflow และการ testing ต่างๆ ซึ่งทาง IBM จะมีการ automate workflow ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าร่วมสามารถที่จะทำงานบน IBM Cloud ได้ทันที
  • ฝึกฝนการพัฒนาและปรับใช้ container-based apps ผ่าน Red Hat OpenShift
  • ทำความรู้จัก IBM Code pattern ซึ่งทาง IBM ได้เปิดให้กับบุคคลทั่วไป หรือคนที่สนใจสามารถเข้ามาใช้งานได้
  • รวมไปถึงคอร์สออนไลน์หรือ https://cognitiveclass.ai/ ที่ทาง IBM เป็นพาร์ทเนอร์ โดยจะมี promo code เป็นเครดิตมูลค่าสูงสุดถึง 1,200 เหรียญ มอบให้กับทุกท่านที่สนใจเรียนคอร์สฟรีกับทาง IBM ทั้งยังได้รับ Digital Badge จากทาง IBM อีกด้วย

การเตรียมตัวก่อนเข้าร่วมเวิร์คช็อป

ผู้ที่เข้าร่วมเวิร์คช็อปจะต้องสร้างบัญชีบนแพลตฟอร์มของ IBM Cloud ก่อน หลังจากนั้นเมื่อมีการใช้งานเกิดขึ้น ก็สามารถทำการ activate บัญชี IBM Cloud จากแบบ Life Plan ไปเป็นแบบ Trial ได้ นอกจากนี้ ทาง IBM ยังจะมีการมอบเครดิตให้แก่ผู้เข้าร่วมเป็นมูลค่ากว่า 200 เหรียญอีกด้วย

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน 'ฟรี' หมดเขต 20 สิงหาคม นี้เท่านั้น

IBM Think Thailand จัดขึ้นในวันที่ 28 สิงหาคม 2019 เวลา 8.00 – 17.00 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ที่ https://ibm.biz/BdzK6X

ไอบีเอ็มขอสงวนสิทธิ์ให้กับผู้ที่ได้รับอีเมล์ยืนยันตอบกลับจากไอบีเอ็มเท่านั้น

บทความนี้เป็น Advertorial

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำไมต้องไปงาน Tech Conference? คุยกับ System Stone เตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปงานใหญ่ในต่างประเทศ

คุยกับ คุณบาส สิทธิกร นวลรอด CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง System Stone หนึ่งใน startup โครงการ True Incube ร่วมแชร์เทคนิคการเตรียมตัวสำหรับ startup ว่าควรจะเตรียมตัวอย่างไรเวลาไปร่วมงาน T...

Responsive image

ทำไมโรงงานอุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีหุ่นยนต์ 'Cobot' ?

เมื่อไม่นานมานี้บริษัท Universal Robots ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหุ่นยนต์โรงงานอุตสาหกรรมจากประเทศเดนมาร์กได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดคือ Cobot รุ่น UR3 หุ่นยนต์แขนกลที่ใช้ในงานบรรจุภัณฑ์แ...

Responsive image

พาฟังประเด็นนวัตกรรมอาหารเพื่อมนุษยชาติ งาน Food Innopolis 2019 พาครัวไทยสู่ครัวโลก

TMA จัดงานประชุมนานาชาติ Food Innopolis International Symposium 2019 ตอกย้ำความสําคัญของนวัตกรรมอาหาร กระบวนการการเกษตรอุตสาหกรรม และกระบวนการการผลิตอาหารที่ยั่งยืน...