สกาย ไอซีที ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Smart Security ผนึก SenseTime ยักษ์ใหญ่ด้าน AI ติดอันดับ Top 3 ของโลก และแสนสิริ ผู้นำด้าน Digital Real Estate Developer ตัวจริงรายแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ยืนหนึ่งในการสร้างนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยและการพัฒนาอสังหาฯ ไทย ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ครอบคลุม 3 ด้าน การรักษาความปลอดภัย การก่อสร้าง และการให้บริการแห่งแรกของวงการอสังหาฯ ไทย ภายใต้แนวคิด “Think-Tool-Do” เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบผ่านเทคโนโลยี และร่วมยกระดับความก้าวล้ำในการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาฯ ไทยแบบองค์รวม

 นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ผู้นำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัย ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับประเทศ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับบริษัท SenseTime จากประเทศจีนซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของโลก และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้นำของวงการอสังหาฯไทย ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี AI โดยครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการรักษาความปลอดภัย (Smart Security) ด้านการก่อสร้าง (Smart Construction) และด้านการให้บริการ (Smart Service) เพื่อยกระดับศักยภาพในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยและการอยู่อาศัยให้สมบูรณ์แบบผ่านเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด “Think-Tool-Do”          

 “ด้วยความแข็งแกร่งในด้าน Smart Security ของสกาย ไอซีที ผสานกับความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ SenseTime และความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของแสนสิริ เราจะร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นการพลิกมิติใหม่ให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะสร้างความสมบูรณ์แบบในการพัฒนาโครงการ และบริการให้มีคุณภาพผ่านเทคโนโลยี” นายสิทธิเดช กล่าว


สำหรับการร่วมพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยนั้น สกาย ไอซีที ได้เตรียมนำเทคโนโลยี AI ที่สามารถนำมาใช้กับธุรกิจอสังหาฯ อาทิ Facial Recognition ระบบจดจำใบหน้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถระบุและตรวจสอบบุคคลจากภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวผ่านการประมวลผลด้วย AI โดยสามารถจำแนกบุคคลที่อาจเป็นอันตรายที่เข้ามาภายในโครงการเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกบ้านและทรัพย์สิน รวมไปถึงสามารถจำแนกลูกค้า VIP เพื่อยกระดับการบริการ รวมถึงสามารถจำแนกบุคคลสำหรับ Sales Gallery ของโครงการเพื่อแจ้งเตือนลูกค้าที่มีความสนใจ   Visitor Management ระบบมาบริหารจัดการดูแลผู้มาติดต่ออาคาร โดยผ่านการเชื่อมต่อเทคโนโลยีความปลอดภัยคุณภาพสูง เช่น ระบบจดจำใบหน้า (facial recognition), การตรวจสอบและการแจ้งเตือนต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกบ้าน ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการบริหารจัดการของนิติบุคคล, License Plate Recognition ระบบบริหารจัดการการเข้าออกของรถยนต์ภายในโครงการ ด้วยการนำเทคโนโลยีการจดจำทะเบียนรถยนต์ (LPR) มาใช้ โดยระบบนี้จะทำการตรวจสอบและจดจำทะเบียนรถยนต์ของผู้อยู่อาศัยและผู้มาติดต่อ เพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัยให้แก่โครงการ CCTV ระบบกล้องรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่โครงการเสริมด้วยระบบ AI จะทำให้การรักษาความปลอดภัยภายในโครงการมีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น  

Dr. Xu Li ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท SenseTime กล่าวว่า เทคโนโลยี AI มีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม บริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ 2 พาร์ทเนอร์ยักษ์ใหญ่ SKY ICT ผู้นำด้าน “Smart Security” และ SANSIRI ผู้นำด้าน “Digital Real Estate Developer” ในการร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่ และพลิกโฉมวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย ทั้งนี้บริษัทจะไม่เพียงแต่จะนำเสนอโซลูชั่น AI Cloud ที่ล้ำสมัยสำหรับลูกค้าของบริษัทในภูมิภาคนี้ แต่จะใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพสำหรับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในประเทศจีนหลายแห่ง เช่น Vanke Group และ Shimao Group เป็นต้น มาร่วมกันพัฒนาและต่อยอดให้เกิดโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย  

ดร.ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำด้าน “Digital Real Estate Developer” ที่พร้อมก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2020 แสนสิริเดินหน้าค้นหาและพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบของลูกบ้าน โดยจับมือกับสกาย ไอซีที และ SenseTime เพื่อร่วมพัฒนาเทคโนโลยี AI สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ขึ้นเกิดจากวิสัยทัศน์ที่ตรงกัน และความต้องการนำเทคโนโลยีมาสร้างความแตกต่าง อันนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ เพิ่มความปลอดภัยและเสริมสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้อยู่อาศัย ตลอดจนยกระดับความก้าวล้ำในการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาฯ ไทยแบบองค์รวม โดยที่ผ่านมา แสนสิริ ร่วมกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้พัฒนา LIV-24 บริการดูแลความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง

RELATED ARTICLE

Responsive image

แสนสิริเปิดตัวคอนโดใหม่ ปฏิวัติไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย ชู 6 นวัตกรรม SIRI LIFETECH เพื่อชีวิตยุคดิจิทัล

แสนสิริประกาศจัดงานใหญ่แห่งปี “Sansiri Life Comes Home 2017” ภายใต้แนวคิด “Living Reimagined” สะท้อนความเป็นผู้นำของแสนสิริในการปฏิวัติสู่ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยยุคดิจิทัล พร้อมเปิดต...

Responsive image

SIRI VENTURES ปั้นพนักงานสู่การเป็น PropTech Startup ผ่านโปรเจค THE FOUNDER มอบเงินทุนกว่า 36 ล้านบาท

Sansiri และ SIRI VENTURES ลุย “THE FOUNDER, Everyone Can Be” โปรเจคปั้นพนักงานสู่ Startup พร้อมเสริมแกร่ง Entrepreneurial Mindset ภายในองค์กร และปลุกพลังสร้างสรรค์ของพนักงานในการคิ...

Responsive image

แสนสิริปล่อยของต่อ ชูฟีเจอร์ใหม่ 'สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย' ในแอป Home Service

แสนสิริอัปเดทแอปพลิเคชัน Home Service สู่เวอร์ชั่น 2018 ประเดิมครั้งแรกของวงการ PropTech ด้วยการเพิ่มระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ใช้งานได้แล้ววันนี้ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ E-Wallet ในไต...