TODAY Bizview ในเครือสำนักข่าว TODAY จัดงาน “DECODING THAILAND 2027 เปิดเกมรุก ปลุกเศรษฐกิจไทย” เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจและธุรกิจครั้งสำคัญ รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักเศรษฐศาสตร์ และผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรม ร่วมถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2027 พร้อมสำรวจโอกาสการเติบโต ความเสี่ยง และแนวทางปรับตัวของภาคธุรกิจ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา
ภายในงานประกอบด้วย 5 หัวข้อสำคัญ ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย การสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ความมั่นคงด้านพลังงาน โอกาสจากเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy) ไปจนถึงอนาคตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย โดยมุ่งเชื่อมโยงภาพเศรษฐกิจมหภาคเข้ากับความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ปี 2027
เปิดด้วยหัวข้อ “DECODING THAILAND'S RESILIENCE: ถอดรหัสการเงินไทย ในวันโลกเปลี่ยนเร็ว” โดย สตีเฟน เอ็นเดกวา (Stephen N. Ndegwa) ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเมียนมา ธนาคารโลก ซึ่งฉายภาพโอกาสและความท้าทายของเศรษฐกิจไทย ผ่านการเปลี่ยนแปลงสำคัญของเศรษฐกิจโลก พร้อมนำเสนอแนวทางเพิ่มผลิตภาพและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สตีเฟนระบุว่า ประเทศไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค โครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ ระบบหลักประกันสุขภาพที่ครอบคลุมประชากรเกือบทั้งหมด การเปิดกว้างทางการค้า และฐานการผลิตที่มีความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตลอด 35 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับ 4 เมกะเทรนด์สำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การค้าโลก การเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและพลังงาน และการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งล้วนเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสสำหรับธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
ในด้านเทคโนโลยี แม้ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และเป็นประเทศที่มีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์สูงเป็นอันดับ 6 ของโลกในปี 2025 แต่ปัจจุบันมีบริษัทไทยเพียง 12% ที่นำ AI มาใช้งาน เทียบกับ 43% ในสหรัฐอเมริกา สะท้อนโอกาสในการเพิ่มผลิตภาพผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคธุรกิจ ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าโลกทำให้ประเทศไทยต้องยกระดับการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในอาเซียน การลดอุปสรรคทางการค้า และการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น
อีกประเด็นสำคัญคือการเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยธนาคารโลกคาดว่ากำลังแรงงานไทยจะลดลงจาก 40.2 ล้านคนในปี 2025 เหลือ 37.2 ล้านคนในปี 2040 ขณะที่การบริโภคของผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะ 3.5 ล้านล้านบาทในปี 2033 ซึ่งอาจกลายเป็นตลาดใหม่สำหรับสินค้าและบริการของผู้ประกอบการไทย
สตีเฟนเน้นย้ำว่า การเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตในระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการลดอุปสรรคในการเริ่มต้นและขยายธุรกิจ การสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม การสนับสนุน SMEs ให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ และการเปิดกว้างทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงในอนาคต
ต่อเนื่องด้วยหัวข้อ “THE FINANCIAL FORTRESS: ถอดรหัสเสถียรภาพการเงินไทย ในวันที่โลกผันผวน” ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) และ รตินันทน์ วงศ์วัชรานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบการเงินไทย
หัวข้อนี้มุ่งสำรวจโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกยังเป็นปัจจัยที่ภาคธุรกิจต้องติดตาม ทั้งทิศทางเศรษฐกิจ การเงิน และความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการถอดรหัสเสถียรภาพทางการเงิน คือการพิจารณาว่าระบบการเงินไทยจะสามารถทำหน้าที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจได้อย่างไร ท่ามกลางความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยงและรักษาความมั่นคงของระบบการเงินไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของสถาบันการเงินในการสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญต่อการสร้างงานและขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปี 2027
การแลกเปลี่ยนมุมมองจากทั้งนักเศรษฐศาสตร์และตัวแทนสถาบันการเงินจึงเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของงาน ที่เชื่อมโยงภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคเข้ากับโจทย์ด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจไทย

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของงานคือหัวข้อ “ENERGY SECURITY: เกมพลังงานใหม่ ปักหมุดความมั่นคงเศรษฐกิจไทย” โดย ภาณุรัช ดำรงไทย ประธานกรรมการคณะทำงานพิจารณาแนวทางรับมือสภาวะขาดแคลนด้านพลังงาน และการปรับตัวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน กระทรวงพลังงาน
หัวข้อนี้หยิบยกโจทย์ความมั่นคงด้านพลังงานขึ้นมาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่ออนาคตเศรษฐกิจไทย เนื่องจากพลังงานไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ แต่ยังเชื่อมโยงกับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม การลงทุน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของระบบพลังงานโลก ประเทศไทยต้องเผชิญทั้งความท้าทายด้านความมั่นคงของอุปทานพลังงาน ความผันผวนของต้นทุน และความจำเป็นในการปรับตัวเข้าสู่ระบบพลังงานที่มีความยั่งยืนมากขึ้น
หัวข้อดังกล่าวจึงให้ความสำคัญกับแนวทางรับมือภาวะขาดแคลนด้านพลังงาน และการเตรียมความพร้อมของประเทศต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ควบคู่กับการพิจารณาบทบาทของพลังงานทางเลือกและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานต่อภาคเศรษฐกิจ
ความมั่นคงด้านพลังงานยังมีความเชื่อมโยงกับการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น ซึ่งจำเป็นต้องประเมินทั้งต้นทุน ความต่อเนื่องของการจัดหาพลังงาน และแนวโน้มกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเปลี่ยนแปลงไป การถอดรหัสเกมพลังงานใหม่จึงเป็นการชวนภาคธุรกิจมองไกลกว่าประเด็นราคาพลังงานในระยะสั้น ไปสู่การวางรากฐานความมั่นคงด้านพลังงานเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

“THE LONGEVITY ECONOMY: THAILAND'S NEW S-CURVE เศรษฐกิจอายุยืน ขับเคลื่อน S-Curve ใหม่ของไทย” เป็นอีกหนึ่งหัวข้อไฮไลต์สำคัญ โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและผู้นำธุรกิจ 3 ภาคส่วน ได้แก่ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด, อารีย์วรรณ ศรสงคราม Head of Brand and Marketing, Jetts Fitness Thailand และ พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี ผู้อำนวยการศูนย์ Premier Life โรงพยาบาลพญาไท 2
หัวข้อนี้ได้สำรวจโอกาสทางเศรษฐกิจจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและกระแสการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะแนวคิด Longevity ซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงการมีอายุยืนยาว แต่ยังรวมถึงการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดช่วงอายุ
การเข้าสู่สังคมสูงวัยทำให้ความต้องการสินค้าและบริการด้านสุขภาพมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป ตั้งแต่บริการทางการแพทย์เชิงป้องกัน การดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล การออกกำลังกายและฟิตเนส ไปจนถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิต
การรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญจากธุรกิจเทคโนโลยี ฟิตเนส และการแพทย์ สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของ Longevity Economy ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างหลากหลายอุตสาหกรรม และอาจเปิดโอกาสให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในอนาคต
สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีศักยภาพทั้งด้านบริการสุขภาพ การแพทย์ และธุรกิจ Wellness เศรษฐกิจอายุยืนจึงเป็นหนึ่งในประเด็นที่น่าจับตาว่าจะสามารถต่อยอดไปสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ หรือ New S-Curve ของประเทศได้อย่างไร หัวข้อนี้จึงชวนมองการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยในอีกมิติหนึ่ง จากโจทย์ด้านประชากรและแรงงาน สู่โอกาสในการพัฒนาสินค้า บริการ และนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย
ปิดท้ายด้วยหัวข้อ “THAI E-COMMERCE: STRATEGIES TO STAY IN THE GAME อีคอมเมิร์ซไทย ปรับตัวอย่างไรให้ก้าวทันเกม” โดย พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด ซึ่งร่วมถอดรหัสความท้าทายและทิศทางการปรับตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย ภายใต้การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจอีคอมเมิร์ซกลายเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้บริโภค แต่ในขณะเดียวกัน ตลาดดังกล่าวก็มีการแข่งขันที่เข้มข้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โจทย์สำคัญของผู้ประกอบการไทยจึงไม่ได้มีเพียงการเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ แต่ยังรวมถึงการสร้างความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนารูปแบบธุรกิจ และการปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคและสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เปลี่ยนไป
หัวข้อดังกล่าวยังสะท้อนความสำคัญของการสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยสามารถเติบโตในระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ที่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านทรัพยากร เทคโนโลยี และการแข่งขันจากผู้เล่นรายใหญ่
การถอดรหัสกลยุทธ์อีคอมเมิร์ซไทยจึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญสำหรับการเตรียมพร้อมเข้าสู่ปี 2027 เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินความเปลี่ยนแปลงของตลาดและค้นหาแนวทางสร้างความแตกต่างในการแข่งขันได้อย่างเหมาะสม
งาน “DECODING THAILAND 2027 เปิดเกมรุก ปลุกเศรษฐกิจไทย” สะท้อนให้เห็นว่า อนาคตเศรษฐกิจไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการปรับตัวในหลายมิติ ทั้งการเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างความเข้มแข็งของระบบการเงิน การเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน การพัฒนาเศรษฐกิจใหม่จากสังคมสูงวัย และการยกระดับธุรกิจไทยในตลาดดิจิทัล
การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นเวทีที่ TODAY Bizview มุ่งเชื่อมโยงมุมมองจากผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันมองหาโอกาสและแนวทางรับมือความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้น พร้อมกระตุ้นให้ภาคธุรกิจไทยเตรียมความพร้อมและวางกลยุทธ์เชิงรุกสำหรับปี 2027 และอนาคตที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด