U CITY ประกาศความพร้อมดันธุรกิจโรงแรมในยุโรปเติบโตต่อเนื่อง รุกคืบขยายพอร์ต “เวียนนา เฮ้าส์” เพิ่มโรงแรมในเครือ 19 แห่ง จากการเข้าซื้อสองแบรนด์ซิตี้โฮเทลในเยอรมนีและสวิสเซอร์แลนด์เมื่อกลางปี เตรียมเผยโฉมโรงแรมทั้งหมดในปีหน้าภายใต้แบรนด์ “เวียนนา เฮ้าส์” “เวียนนา เฮ้าส์ อีซี่” และ “เวียนนา ทาวน์เฮ้าส์” เจาะตลาดนักเดินทางธุรกิจและนักท่องเที่ยว ชิงเค้กก้อนใหญ่ในภูมิภาค ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรีย ก่อนนำแบรนด์ปักธงสู่เอเชียในอนาคต

นางสาวปิยพร พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  “การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ U CITY ได้ใช้เงินลงทุนกว่า 890 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อกิจการโรงแรมรวมทั้งสิ้น 19 แห่ง ผ่านทาง บริษัท เวียนนา เฮ้าส์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ U CITY ในประเทศเยอรมนี โดยมี 17 แห่งเป็นโรงแรมที่เปิดดำเนินการอยู่ใจกลางเมือง และอีกสองแห่งเป็นโครงการที่อยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง  ซึ่งโรงแรมทั้ง 17 แห่งนั้นประกอบไปด้วยโรงแรมแบบบูทีคโฮเต็ลรวมทั้งสิ้น 12 แห่งที่เดิมเป็นแบรนด์อาร์โคน่า และอีก 5 แห่งเป็นโรงแรมที่ปัจจุบันยังดำเนินการอยู่ภายใต้แบรนด์ “สไตเกนเบอร์เกอร์” (Steigenberger) โดยตั้งอยู่ในใจกลางเมืองที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก้ และโรงแรมทั้งหมดนี้จะถูกดำเนินการในลักษณะเช่าบริหารภายใต้แบรนด์ของเวียนนา เฮ้าส์ ซึ่งทำให้ U CITY เป็นเจ้าของโรมแรมจำนวน 57 แห่ง มีห้องพักรวม 9,210 ห้อง ทั้งนี้  U CITY ยังมี ธุรกิจบริหารโรงแรม ภายใต้สี่แบรนด์ได้แก่ “เวียนนา เฮ้าส์” “ยู” “อีสติน” และ “เทรฟลอดจ์” โดยมีโรงแรมในเครือรวมทั้งสิ้น 117 โรงแรม หรือ มากกว่า 30,000 ห้อง ซึ่งในจำนวนนี้มีจำนวนโรงแรมที่เปิดดำเนินการทั้งหมด 78 โรงแรม หรือ 11,720 ห้อง”

สำหรับการขยายธุรกิจในประเทศเยอรมนีในครั้งนี้ “เวียนนา เฮ้าส์” เล็งเห็นโอกาสในการแข่งขันเนื่องจากตลาดของนักเดินทางเพื่อธุรกิจ ถือเป็นตลาดกลุ่มใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคยุโรป ขณะเดียวกันยังเน้นจุดเด่นของแบรนด์ด้วยการลงทุนในโรงแรมซึ่งล้วนมีลักษณะเฉพาะตัวที่เป็นสเน่ห์ไม่เหมือนใคร ทั้งโครงสร้างภายนอกและที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางเมืองของอาคาร ไปจนถึงการออกแบบห้องพักที่มีรูปแบบไม่ซ้ำกัน

นายรูเพิร์ท ซิมอนเนอร์ ประธานคณะผู้บริหารของเวียนนา เฮ้าส์ กล่าวว่า เหตุผลหลักในการตัดสินใจของ เวียนนา เฮ้าส์ ในครั้งนี้ประกอบไปด้วยที่ตั้งของโรงแรม ลักษณะของโรงแรมเอง รวมถึงบุคลากรที่มีอยู่แล้วของโรงแรมเหล่านั้น  “ตลาดท่องเที่ยวเยอรมันทั้งที่เป็นอินบาวด์ และเอาท์บาวด์ นับว่าเป็นตลาดที่สำคัญมากสำหรับเรา โดยตัวของโรงแรมเองรวมไปถึงดีไซน์นั้นก็สามารถเข้ากันกับแบรนด์ของเวียนนาเฮ้าส์ ได้อย่างดี และเราก็มองว่าบุคลากรที่ให้บริการอยู่ ณ โรงแรมเหล่านี้ล้วนมีหัวใจการบริการในแบบอย่างที่เราต้องการด้วยเช่นกัน  

ทั้งนี้ โรงแรมในเครืออาร์โคน่ามีการดูแลให้อยู่ในสภาพที่ดี และผลประกอบการที่มั่นคงทำให้เราเห็นศักยภาพในเชิงบวก ซึ่งสิ่งที่เรามุ่งเน้นคือการเพิ่มยอดขาย โดยเราคาดว่าจะได้เห็นการเติบโตขึ้นที่ 3% ในช่วง 18 เดือนแรกที่เราเข้าไปบริหาร ซึ่งโรงแรมใหม่ทั้งหมดที่เข้ามาอยู่ภายใต้เครือเวียนนา เฮ้าส์ นี้จะตอบโจทย์ความต้องการของทั้งกลุ่มนักเดินทางเพื่อธุรกิจ และกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยวางตำแหน่งทางการตลาดไว้เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่เป็นแนวบูทีคไลฟ์สไตล์

ปัจจุบัน เราอาจให้นิยามคำว่าความหรูสบาย หรือลักชัวรี่ แตกต่างไปจากเดิมที่ดูจากการวัดจำนวนดาวของแต่ละโรงแรม เพราะนักเดินทางยุคนี้จะนิยมการบริการที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และสะดวกสบาย ซึ่งหากจะพูดถึงปรัชญาของแบรนด์เราเพียงหนึ่งคำ เราคิดว่ามันคือ ความเป็นตัวของตัวเอง (Individualistic)” นายรูเพิร์ท กล่าว

ในปี 2563 แบรนด์เวียนนา เฮ้าส์จะปรากฎอยู่ในหลายเมืองทั่วออสเตรีย เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ ไม่ว่าจะเป็น สตุทการ์ท, เว็ตสลาร์, ออสนาบรุค, มิวนิค, เบรเมน, ชาฟเฮาเซ่น, ไลป์ซิก, บาเดน-บาเดน, พ็อตส์ดัม, เบอร์ลิน, สตราลซุนด์, โรสต็อค, บราวน์ชวิค, วิสมาร์ และไอเซอนัค โดยโรงแรมเหล่านี้จะถูกรีแบรนด์ใหม่ภายใต้ 3 แบรนด์ของเวียนนา เฮ้าส์ ได้แก่ “เวียนนา เฮ้าส์” “เวียนนา เฮ้าส์ อีซี่” และ “เวียนนา ทาวน์เฮ้าส์” ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป

สำหรับแผนขยายธุรกิจของเวียนนา เฮ้าส์ นั้น โดยปกติจะมีอัตราการเติบโต 7-9% ต่อปี หรือจะมีการซื้อโรงแรมใหม่ ๆ เข้าเครืออยู่แล้ว เฉลี่ยปีละ 5 โรงแรม “ทวีปเอเชียนั้นเป็นตลาดที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และด้วยพันธมิตรของเราอย่าง “U CITY” ปัจจุบันเรามีออฟฟิศอยู่ทั่วเอเชีย ดังนั้น จะต้องมีชื่อของเวียนนา เฮ้าส์ ในการเริ่มต้นลงหลักปักฐานในเมืองหลวงของเอเชียไม่หนึ่งก็สองแห่งอย่างแน่นอน” นายรูเพิร์ท กล่าวเสริม

“ในส่วนของผู้ถือหุ้น เรามีความยินดีที่ เวียนนา เฮ้าส์ ได้บรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ซึ่งนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น รูปแบบของโรงแรมที่มีความสนุกสนานและความคิดสร้างสรรค์ จะเป็นส่วนสำคัญที่เติมเข้ามาให้นักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจและนักท่องเที่ยวทั่วไป ด้วยความร่วมมือของเรา “U CITY” มุ่งมั่นที่จะส่งเสริม และผลักดันให้แบรนด์ในเครือมีการพัฒนาต่อยอดออกไปอยู่เสมอ” นางสาวปิยพร กล่าว

RELATED ARTICLE

Responsive image

Huawei เผย 4 เทรนด์ 5G Ecosystem ในไทย หนุนใช้ฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

Huawei เผย 5G อีโคซิสเต็มจะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจจากคุณภาพและรูปแบบของบริการใหม่ๆ มากขึ้น ที่สำคัญ 5G ยังช่วยให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19 ได้ดีขึ้น...

Responsive image

Agoda เผยนักเดินทาง 68% เคยไปเยือนประเทศต่างๆ มาแล้วสูงสุด 10 ประเทศ

Agoda พบว่า ชาวอังกฤษเดินทางไปประเทศต่าง ๆ มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉลี่ยคือเคยเดินทางไปต่างประเทศมาแล้ว 12 ประเทศ...

Responsive image

Airbnb เปิดมุมมองวัฒนธรรมผ่านการกินจัดทริป 'คลาสทำอาหาร' กับครอบครัวท้องถิ่นกว่า 75 ประเทศ

การร่วมรับประทานอาหารเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยปลดล็อกวัฒนธรรมและเสริมสร้างสัมพันธภาพของนักเดินทาง Airbnb จึงต้องการนำขนบธรรมเนียมแบบดั้งเดิมกลับมาเพื่อให้ผู้คนมาทำอาหาร และรับประทานอาห...