
สมาคมธุรกิจไมซ์และท่องเที่ยวยั่งยืนภาคอีสาน (I-MSTA) เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 พร้อมประกาศภารกิจที่ชัดเจนว่าจะใช้อุตสาหกรรมไมซ์ (Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions: MICE) ซึ่งครอบคลุมการจัดประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล งานประชุมนานาชาติ และงานแสดงสินค้า เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งภูมิภาคไปสู่การจัดงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Events
การเปิดตัวเกิดขึ้นภายในงาน 'การขับเคลื่อนอีสานไมซ์ยั่งยืน สู่ Net Zero Events' ภายใต้แนวคิด ISAN MICE Sustainability & Net Zero Partnershipโดย I-MSTA จับมือกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB (Thailand Convention & Exhibition Bureau) และเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเมืองไมซ์ทั่วภาคอีสาน รวมกว่า 30 องค์กร ร่วมประกาศเจตนารมณ์ 'ISAN MICE Commitment Toward Net Zero Events' เพื่อปักหมุดให้ไมซ์อีสานกลายเป็นต้นแบบการจัดงานคาร์บอนต่ำและ Net Zero Events ของประเทศไทย
จุดที่ทำให้การประกาศครั้งนี้น่าจับตา คือมันไม่ได้หยุดอยู่แค่คำมั่นกว้าง ๆ แต่มาพร้อมตัวเลขที่วัดผลได้ ทั้งเป้าลดคาร์บอนจากกิจกรรมไมซ์กว่า 1,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂eq) และการเพิ่มจำนวนงานแบบ Carbon Neutral และ Net Zero Events ให้ได้ไม่น้อยกว่า 30% ภายในปี 2570

ที่ผ่านมาภาพของไมซ์ในประเทศไทยมักผูกอยู่กับเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต หรือพัทยา การที่ภาคอีสานตั้งสมาคมของตัวเองขึ้นมาโดยเฉพาะ จึงเป็นการประกาศว่าภูมิภาคนี้พร้อมเล่นเกมไมซ์ด้วยตัวเอง และเลือกใช้ความยั่งยืนเป็นจุดต่างที่จะดึงงานเข้าพื้นที่
บทบาทของ I-MSTA คือการทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมเครือข่ายผู้ประกอบการทั่วภูมิภาค ตั้งแต่โรงแรม สถานที่จัดงาน ผู้จัดงาน ไปจนถึงบริษัทบริหารจัดการจุดหมายปลายทาง (Destination Management Company: DMC) เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการจัดประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล งานแสดงสินค้า และงานนิทรรศการ ให้คำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวที่ทำให้อีสานเปลี่ยนผ่านจากการจัดงานแบบ Low Carbon Event ไปสู่ Net Zero Event ได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการรวมพลังของกว่า 30 องค์กรในคราวเดียว
หัวใจของงานอยู่ที่พิธีประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเครือข่ายอีสานไมซ์ยั่งยืน หรือ ISAN MICE Commitment Toward Net Zero Events ที่มีพันธมิตรจากภาคธุรกิจไมซ์ การท่องเที่ยว โรงแรม สภาอุตสาหกรรม หอการค้า สถาบันการศึกษา และหน่วยงานพันธมิตรกว่า 30 องค์กรทั่วอีสาน ร่วมลงนามแสดงเจตจำนง
สิ่งที่ทำให้พันธสัญญานี้มีน้ำหนัก คือการกำหนดเป้าหมายที่จับต้องได้ นอกจากเป้าลดคาร์บอนกว่า 1,000 ตัน และการเพิ่มสัดส่วนงานสีเขียว 30% ภายในปี 2570 แล้ว เครือข่ายยังตั้งใจเปลี่ยนเจตนารมณ์ให้กลายเป็นการลงมือทำจริง โดยเริ่มจากสิ่งที่แต่ละองค์กรทำได้ตามบทบาท ความพร้อม และบริบทของพื้นที่ตัวเอง เป้าหมายปลายทางคือการดันภาคตะวันออกเฉียงเหนือขึ้นเป็น ISAN Sustainable MICE Destination ที่เติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลในระยะยาว
ภายในงานยังมีเวทีเสวนาพิเศษหัวข้อ 'พันธสัญญาไมซ์อีสานสู่ Net Zero Events' ที่รวมผู้แทนจาก TCEB สมาคม I-MSTA ผู้แทนเมืองไมซ์ และภาคการศึกษาของอีสาน มาสะท้อนบทบาทของแต่ละพื้นที่ในการขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกัน
ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB กล่าวบนเวทีถึงทิศทางการส่งเสริมไมซ์ไทยสู่ Net Zero Events ว่า การขับเคลื่อนไมซ์ในวันนี้ไม่ได้มุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน โดย TCEB พร้อมทำหน้าที่เป็นผู้ประสานความร่วมมือ สนับสนุนองค์ความรู้ และสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้ทุกภาคส่วนก้าวไปสู่ Net Zero Events ร่วมกัน
ดร.ศุภวรรณ ย้ำว่าเป้าหมายสำคัญไม่ใช่แค่การจัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือการลดคาร์บอน แต่คือ 'การเปลี่ยนความยั่งยืนให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างความสามารถในการแข่งขัน และนำประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Net Zero Events ของภูมิภาค' ซึ่งสอดรับกับความต้องการของผู้จัดงานทั่วโลกที่ให้น้ำหนักกับเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) และการลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ (Carbon Footprint) มากขึ้นเรื่อย ๆ

ด้านเจ้าภาพอย่างสมาคมน้องใหม่ คุณวสุมน เนตรกิจเจริญ นายกสมาคม I-MSTA กางแผนการขับเคลื่อนนับจากปี 2569 เป็นต้นไป โดยตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกจากการจัดประชุมและแพ็คเกจท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Meetings & Incentives: MI) และการจัดงานประชุมและนิทรรศการ (Convention & Exhibition: CE) อย่างเป็นรูปธรรม
ตัวเลขที่คุณวสุมนวางไว้ค่อนข้างชัด ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดงานของสมาคมและเครือข่ายในภาพรวม พร้อมชดเชยคาร์บอนเครดิตรวมกันไม่น้อยกว่า 10,000 tCO₂eq เพื่อก้าวสู่สถานะ Carbon Neutral และ Net Zero รวมถึงตั้งเป้าให้สมาชิกและเครือข่ายที่ได้รับการรับรองด้าน Sustainable Event, Carbon Neutral หรือ Net Zero เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30% และจำนวนครั้งของการจัดงานแบบ Carbon Neutral Event หรือ Net Zero Event เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30% เช่นกัน โดยจะจับมือกับ TCEB ISAN ส่งเสริมให้สมาชิกและพันธมิตรที่ร่วมประกาศเจตนารมณ์เดินหน้าตามแนวทาง Carbon Neutral Event, Sustainable Event และ Net Zero Event อย่างต่อเนื่อง
จุดที่ทำให้โมเดลอีสานน่าสนใจ คือแต่ละเมืองไม่ได้เดินตามสูตรเดียวกัน แต่เลือกจุดยืนตามความถนัดของตัวเอง บนเวทีเสวนาเดียวกัน ผู้แทนของแต่ละเมืองได้สะท้อนทิศทางที่ชัดเจน ทั้งขอนแก่นที่มุ่งสู่การเป็น Carbon Conscious Events โคราชที่ปักธง Green Convention City และอุดรธานีที่วางตัวเป็น Sustainable Destination
อีกแรงหนุนสำคัญมาจากภาคการศึกษา ที่เข้ามาช่วยด้านข้อมูล งานวิจัย และการผลักดันมาตรฐานดัชนีความยั่งยืนของจุดหมายปลายทางระดับโลก (Global Destination Sustainability Index: GDS-Index) ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ผู้จัดงานระดับสากลใช้พิจารณาเลือกปลายทาง การมีฐานข้อมูลและงานวิจัยรองรับจึงเป็นกุญแจที่ทำให้เป้าหมาย Net Zero ของเมืองไมซ์อีสานไม่ใช่แค่คำพูด แต่ตรวจวัดและเทียบเคียงกับมาตรฐานโลกได้จริง

นอกจากมิติสิ่งแวดล้อม กิจกรรมครั้งนี้ยังออกแบบมาเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจโดยตรง ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ โรงแรม สถานที่จัดงาน ผู้จัดงาน บริษัท DMC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสดึงงานประชุม สัมมนา กิจกรรมองค์กร และงานไมซ์เข้าสู่พื้นที่ภาคอีสานในอนาคต พร้อมปั้นภาพลักษณ์ของภูมิภาคในฐานะ ISAN Sustainable MICE Destination และพื้นที่ต้นแบบด้านการจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืนของประเทศไทย
การจัดงาน 'การขับเคลื่อนอีสานไมซ์ยั่งยืน สู่ Net Zero Events' จึงเป็นหมุดหมายที่ทำให้ไมซ์อีสานขยับจากการประกาศเจตนารมณ์ไปสู่การลงมือทำจริง โดยเริ่มจากสิ่งที่แต่ละองค์กรทำได้ตามบทบาทและบริบทของพื้นที่ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตใหม่ของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยที่เติบโตอย่างรับผิดชอบ มีมาตรฐาน และแข่งขันได้ในระดับสากล
ตอนนี้สมาคม I-MSTA เปิดตัวและประกาศเจตนารมณ์เรียบร้อยแล้ว ก้าวต่อไปที่ต้องจับตาคือการแปลงเป้าหมายบนกระดาษให้กลายเป็นจำนวนงานคาร์บอนต่ำที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด