Sam Altman ฟาดกลับดราม่า AI กินพลังงาน ชี้มนุษย์ใช้พลังงานเยอะกว่า กว่าจะฉลาดเท่า ChatGPT

ในงาน Express Adda ที่จัดโดย The Indian Express เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Sam Altman ซีอีโอแห่ง OpenAI ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แวดวงเทคโนโลยีอีกครั้ง ด้วยการออกมาเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของปัญญาประดิษฐ์

โดยเขามองว่าหลายตัวเลขที่ถูกแชร์บนโลกโซเชียลนั้น ไร้ความเชื่อมโยงกับความจริงและขาดความเข้าใจในเชิงลึกเกี่ยวกับวิวัฒนาการของระบบประมวลผล

ล้างกระแส Water Consumption ชี้ยุคแห่งการระเหยน้ำสิ้นสุดแล้ว

ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคือตัวเลขการใช้น้ำโดย Altman ระบุว่าความกังวลนี้มีที่มาจากข้อมูลเก่าในช่วงที่ Data Centers ยังใช้ระบบ Evaporative Cooling (การระบายความร้อนด้วยการระเหยน้ำ) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ปัจจุบัน OpenAI และผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำไม่ได้ใช้ในลักษณะเดิมแล้ว

Altman เผยว่า ข้อมูลที่บอกว่าการถาม ChatGPT 1 ครั้งต้องใช้น้ำถึง 17 แกลลอน เป็นเรื่องที่บ้าบอมาก มันไม่มีความเกี่ยวข้องกับความจริงเลย ปัจจุบันมีการเปลี่ยนผ่านไปใช้ระบบหล่อเย็นแบบปิดที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้น้ำไม่ใช่ Resource หลักที่เป็นปัญหาในการ Query อีกต่อไป

แม้จะปฏิเสธเรื่องน้ำ แต่ Altman ยอมรับว่า Energy Consumption ในภาพรวมคือสิ่งที่น่ากังวล แต่เขาไม่ได้มองว่าเป็นความผิดของ AI แต่เป็นโอกาสในการเร่งเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของโลก

เขาเน้นย้ำว่าโลกต้องมุ่งหน้าสู่ Nuclear, Wind และ Solar Power อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับ Computing Power มหาศาลที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

 Altman ยังได้ปฏิเสธข้ออ้างที่ว่าการ Query หนึ่งครั้งใช้พลังงานเท่ากับการชาร์จ iPhone 1.5 รอบ โดยย้ำว่าตัวเลขจริงนั้นห่างไกลจากสิ่งที่กล่าวอ้างมาก

สวนดราม่า เมื่อการเทรนมนุษย์ใช้พลังงานสูงกว่า

นี่คือส่วนที่น่าสนใจที่สุดของบทสัมภาษณ์ เมื่อ Altman มองว่าสังคมกำลังใช้ไม้บรรทัดที่ไม่ยุติธรรมในการวัดค่าพลังงาน เขาได้เปรียบเทียบในมุมมองเชิงชีวภาพและวิวัฒนาการ เช่น 

  • มนุษย์ต้องใช้เวลา 20 ปีในการเติบโต เรียนรู้ และบริโภคทรัพยากรอาหารมหาศาลกว่าจะฉลาดพอที่จะตอบคำถามยาก ๆ ได้ เบื้องหลังสติปัญญาของมนุษย์ 1 คน คือวิวัฒนาการของประชากรกว่าแสนล้านคนที่ผ่านการลองผิดลองถูกมาหลายพันปี
  • Altman เชื่อว่าหากวัดกันที่ความคุ้มค่าของพลังงานต่อการทำ Inference (การประมวลผลคำตอบ) หลังจากที่ Model ถูกฝึกฝนเสร็จแล้ว ปัจจุบัน AI มีประสิทธิภาพด้านพลังงานแซงหน้ามนุษย์ไปแล้วด้วยซ้ำ

พูดง่ายๆ คือ เขากำลังจะบอกว่า ที่เรากำลังกล่าวหาว่า AI สิ้นเปลือง ถ้าเรามองกันดี ๆ กว่ามนุษย์จะฉลาดได้ขนาดนี้ มนุษย์ก็ผลาญทรัพยากรโลกไปไม่น้อยเหมือนกัน เพราะกว่าคนคนหนึ่งจะฉลาดจนตอบคำถามยาก ๆ ได้ ต้องกินข้าวไปกี่จาน ต้องใช้เวลาเลี้ยงดู 20 ปี (กิน ขับถ่าย ใช้ทรัพยากรโลก)

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจาะเบื้องหลัง AgriTech ของ AXONS ใช้ AI แก้โจทย์การเกษตรอย่างไร ตั้งแต่การทำฟาร์มถึง Food Supply Chain

ในปี 2050 ที่ประชากรโลกอาจพุ่งทะลุ 10,000 ล้านคน เราจะเอาอาหารที่ไหนมาเลี้ยงคนทั้งโลก ?...

Responsive image

เปลี่ยนขยะพลาสติก ให้เป็นคุกกี้โปรตีนสูง นวัตกรรมสุดล้ำฉบับ NASA ที่ฟังดูแปลก แต่นี่อาจเป็นอาหารแห่งอนาคต

นักวิจัยเปิดตัว µBites คุกกี้โปรตีนสูงที่เปลี่ยนขยะพลาสติกและซังข้าวโพดให้เป็นอาหาร ผ่านเทคโนโลยียีสต์ดัดแปลงพันธุกรรม ทางรอดใหม่ของ NASA และอาหารแห่งอนาคต...

Responsive image

MIT ดัดแปลงพันธุกรรมแบคทีเรีย ทำหน้าที่สวิตช์รับส่งข้อมูล ปูทางสู่การสร้างเซนเซอร์อัจฉริยะ ที่ช่วยเคลือบใบพืชหน้าแล้ง และ สู้ศัตรูพืช

ทีมวิจัย MIT ดัดแปลงแบคทีเรีย Pantoea agglomerans 5 สายพันธุ์ให้ทำหน้าที่เป็นทรานซิสเตอร์และตัวส่งต่อสัญญาณ พิมพ์ลงบนวุ้นเลี้ยงเชื้อเป็นแผงวงจรมีชีวิตที่คำนวณตรรกะและบวกเลขได้ วงจร...