
บนเวทีเสวนา Digital & AI Intelligence Unleashed ในงาน CP Innovation Exposition and Symposium 2025 คุณเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ฉายภาพอนาคตของเทคโนโลยีและกลยุทธ์ที่องค์กรต้องมี เพื่อคว้าโอกาสจากคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้
คลื่นนวัตกรรมถาโถม จะอยู่รอดหรือเติบโต ?

คุณเอกราชเริ่มต้นด้วยการย้อนภาพความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีและการอยู่รอดของธุรกิจผ่านดัชนี S&P 500 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีมีผลต่อการอยู่รอดและเติบโตกันอย่างชัดเจน หลายธุรกิจในอดีตได้ล้มหายไปแล้ว ขณะที่บริษัทที่ยังคงอยู่ก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างมหาศาลด้วยพลังของนวัตกรรม
สิ่งที่น่าสนใจคือความเร็วของการเปลี่ยนแปลงในยุคหลัง ไม่ว่าจะเป็น Generative AI หรือการเดินทางสู่อวกาศเชิงพาณิชย์ สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้รวดเร็วกว่านวัตกรรมในอดีตมาก
ไม่ใช่แค่โลกธุรกิจที่เปลี่ยนไป แต่วิธีการสร้างนวัตกรรมเองก็เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีเช่นกัน ซึ่งแบ่งเป็นไทม์ไลน์สั้นๆ ดังนี้
- ยุค 90 เน้นการวิจัยและพัฒนา
- ยุค 2000 เริ่มนำหลักการ Design Thinking มาช่วยระบุถึงปัญหา ทดลองหาวิธีแก้ไข จนนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมในตอนท้าย
- ยุค 2010 เริ่มใช้แนวคิดแบบ Agile ในการจัดทีม จัดเวลาทำโปรเจกต์ด้วยหลักการ Sprint และ Squad
- ปัจจุบัน สร้างนวัตกรรมโดยใช้ AI เป็นรากฐานสำคัญ เน้นใช้ข้อมูลทุกหยดให้คุ้มค่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างทุกอย่างขึ้นบนแพลตฟอร์มเพื่อให้พร้อมต่อการเติบโตต่อไป
ส่วนนวัตกรรมที่เกิดขึ้นนั้น คุณเอกสารได้จำแนกออกมาเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ตามความใหม่ของเทคโนโลยี และผลกระทบต่อตลาด ได้แก่
- Incremental Innovation หมายถึงการต่อยอดเล็กๆ น้อยๆ เช่น รถยนต์รุ่นใหม่ หรือสินค้าที่ออกรสชาติใหม่
- Sustaining Innovation หมายถึงนวัตกรรมที่ช่วยรักษาความเป็นผู้นำตลาด เช่น การเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่
- Radical Innovation หมายถึงเทคโนโลยีที่ใหม่มาก แต่ยังไม่สร้างผลกระทบในวงกว้าง เช่น สมาร์ทโฟนจอพับในยุคแรก
- Disruptive Innovation หมายถึงนวัตกรรมที่ทรงพลังที่สุดและสามารถพลิกโฉมอุตสาหกรรมได้ เช่น บริการเรียกรถ ที่เปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของผู้คน โดยที่เจ้าของแพลตฟอร์มไม่ต้องมีรถเป็นของตัวเองแม้แต่คันเดียว
10 เทรนด์นวัตกรรม ที่จะเปลี่ยนทศวรรษหน้า

เมื่อมองไปข้างหน้าอีก 5-10 ปี คุณเอกราชได้เปิดเผยถึง 10 พลังนวัตกรรมที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญและสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล นั่นคือ
- Living Intelligence หมายถึงการหลอมรวมเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับชีวภาพ เช่น การสั่งงานคอมพิวเตอร์ผ่านสมอง (Brain-Computer Interface)
- Action Models หมายถึง AI ที่พัฒนาจาก Language Model ไปสู่การเป็น AI ที่ลงมือทำงานได้จริง ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม
- Robotics Break Free การที่หุ่นยนต์จะออกมาทำงานนอกโรงงานมากขึ้น เช่น โดรนส่งของ หรือหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ที่ทำหน้าที่เหมือนสมอง
- Agentic AI ซึ่งก็คือ AI ที่ทำงานให้เราได้เองโดยอัตโนมัติ แค่บอกเป้าหมายและความต้องการ ก็สามารถไปหาผลลัพธ์กลับมาให้เราได้
- Metamaterials หรือการสร้างวัสดุรูปแบบใหม่ที่มีโครงสร้างระดับนาโน ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น เลนส์ที่บางเฉียบ หรือไม้ที่แข็งแกร่งดุจเหล็ก
- Unlikely Alliances หมายถึงความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- Climate Innovation นวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
- Nuclear Resurgence การกลับมาของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors) ที่อาจใช้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสะอาดในระดับผู้ใช้รายย่อย
- Quantum Leap การใช้ Quantum Computing แก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์ปัจจุบันทำไม่ได้หรือใช้เวลานานเกินไป ซึ่งอาจย่นระยะเวลาจาก 5 ปี เหลือเพียง 5 นาที และหากนำมาใช้กับ AI ก็จะทลายข้อจำกัดเดิมๆ ได้ในอีกหลายมิติ
- Cislunar Economy การสร้างเศรษฐกิจจากอวกาศ รวมถึงในด้านโทรคมนาคม ซึ่งอาจรวมถึงการขยายเครือข่ายสัญญาณต่างๆ ขึ้นสู่ห้วงอวกาศและดวงจันทร์
Hyper-Convergence คือกุญแจสำคัญ
เทรนด์ทั้ง 10 นี้เป็นผลมาจากสภาวะที่เรียกว่า Hyper-Convergence หรือการหลอมรวมกันในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น
- Converging Skills คนทำงานต้องมีทักษะหลากหลาย เส้นแบ่งระหว่างสายเทคและสายธุรกิจจะเลือนหายไป
- Converging Technologies เทคโนโลยีต่างๆ จะทำงานผสานกันจนเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่
- Converging Partnerships คู่แข่งอาจหันมาจับมือกัน และเกิดความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมมากขึ้น
- Converging Data การรวมข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ เพื่อสร้างความเข้าใจและขับเคลื่อนธุรกิจอย่างแม่นยำ
องค์กรจะไปต่ออย่างไร? 3 กลไกขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จยุค AI

นอกจากธุรกิจเปลี่ยน คนเปลี่ยน คำถามต่อมาคือ องค์กรต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง ? คุณเอกราชได้ทิ้งท้าย 3 องค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ก้าวเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมที่แท้จริง
- กำหนดและวางแผนครอบคลุมทุกมิติ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทุกความเป็นไปได้ ทั้งโอกาสและความเสี่ยงรอบด้าน
- กล้าทดลอง กล้าทำสิ่งใหม่ๆ ซึ่งองค์กรอาจต้องปรับเปลี่ยนกฎระเบียบ วิถีปฏิบัติ และกระบวนการต่างๆ ให้เหมาะสม
- ออกแบบองค์กรให้ยืดหยุ่น พร้อมเรียนรู้และปรับเปลี่ยนตัวเอง ทั้งยังยอมรับได้ในความล้มเหลวที่เป็นประสบการณ์ให้ได้เรียนรู้และเติบโต