5 เทรนด์ Go Green 2022 รักษ์โลกได้ แค่กล้าเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ | Techsauce /* */ /* */

5 เทรนด์ Go Green 2022 รักษ์โลกได้ แค่กล้าเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

ไฟป่าใหญ่ในออสเตรเลียและป่าแอมะซอน น้ำท่วมใหญ่ทั่วยุโรป ฝนตกหนักที่สุดในรอบพันปีที่ตามมาด้วยน้ำท่วมใหญ่ในจีน และอีกหลายภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ประชากรโลกกำลังต่อสู้กับโรคระบาด เรายังต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ สร้างความเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ ชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล ไม่เพียงแต่ในปัจจุบัน แต่ยังรวมถึงอนาคตด้วย โดยพวกเราทุกคนต่างเป็นผู้ที่มีส่วนทั้งเป็นต้นเหตุและเป็นผู้รับผล


ปัจจุบันค่าเฉลี่ยของการสร้าง Carbon Footprint (ปริมาณร่องรอยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก) ของคนทั่วโลกอยู่ที่ 4 ตันต่อ 1 คนต่อปี วันนี้เรามีประชากรโลกราว 7.9 พันล้านคน นั่นหมายความว่ามนุษย์กำลังสร้างก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาล จึงพาโลกใกล้ถึงจุดวิกฤต

และเพื่อไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยโลกเพิ่มขึ้นอีก 2 องศาเซลเซียส เราจำเป็นต้องลด Carbon Footprint นี้ให้ต่ำกว่า 2 ตัน ภายในปี 2050 ให้ได้ ไม่ใช่ ‘แค่จะ’ แต่ ‘ต้องลงมือทำทันที’

พูดมันง่าย แต่ทำยาก เพราะต้องอาศัยความร่วมมือและความกล้าจากพวกเราทุกคน ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องจับมือกันเพื่ออนาคตของโลกของเรา และของคนรุ่นต่อไป

ในบทความนี้ Techsauce จะชวนผู้อ่านทุกท่านมารู้จักกับ 5 เทรนด์ Go Green 2022 ใช้ชีวิตแบบรักษ์โลกมากขึ้น แค่กล้าเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ไปกับเรา

5 เทรนด์ Go Green 2022 รักษ์โลกได้แค่กล้าเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

Go Green

  1. ลองอาหาร Plant-Based 

แค่เปลี่ยนอาหารที่กินก็ช่วยโลกได้ ! ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกจากฝีมือมนุษย์มากถึง 35%  โดยเฉพาะการผลิตอาหารจากสัตว์ และการทำฟาร์มปศุสัตว์ ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าการผลิตอาหาร Plant-Based ถึงสองเท่า

ด้วยความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้น และนวัตกรรมอาหารที่ทำให้อาหารจากพืชทดแทนการกินเนื้อสัตว์ได้ ทำให้เทรนด์การกินอาหาร Plant-Based เป็นที่นิยม โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าในตลาดนี้จะเพิ่มสูงถึง 44,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2022

  1. ปฏิเสธ Fast Fashion 

Fast Fashion หรือกระบวนการผลิตเสื้อผ้าที่เน้นความรวดเร็ว ใช้ต้นทุนต่ำ ทั้งต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรง เสื้อผ้าที่ออกมาจึงราคาถูก เข้าถึงคนได้ทุกระดับ แต่ต้องแลกมาด้วยการทำลายสิ่งแวดล้อม และการริดรอนความเป็นมนุษย์ของแรงงานที่ถูกเอาเปรียบ

อุตสาหกรรมแฟชั่นนอกจากจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรน้ำเป็นอันดับสองของโลก การผลิตเสื้อผ้าฝ้ายหนึ่งตัวต้องใช้ปริมาณน้ำมากถึง 3,000 ลิตร นอกจากนั้นสีที่ใช้ย้อมเสื้อผ้ายังก่อให้เกิดมลพิษในน้ำอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้บริโภคในยุคใหม่ที่มีความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนจึงเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อและส่งเสียงไปยังแบรนด์ผู้ผลิตให้เปลี่ยนแปลงมากขึ้นเรื่อย ๆ 

  1. ลงทุนใน Green Investment 

การลงทุนก็ช่วยโลกได้ ปัจจุบันเทรนด์การลงทุน ESG (Environmental Social และ Governance) หรือการลงทุนที่คำนึงถึงการสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาลกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ที่พิจารณาปัจจัยด้าน ESG เป็นส่วนสำคัญในพอร์ตการลงทุนระยะยาว 

  1. EV Car บุกตลาดไทย 

รถยนต์พลังงานไฟฟ้ากำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคน้ำมันแพง ทำให้ผู้บริโภคต้องการหาทางเลือกใหม่ ๆ สอดรับกับนโยบายจากภาครัฐในการสนับสนุนให้ใช้รถ EV ลดภาษีขาเข้า ภาษีสรรพสามิต พร้อมให้เงินหนุนเพิ่มอีกด้วย ภาคธุรกิจพลังงานก็พากันกระโดดเข้ามาลงทุนในพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานของผู้บริโภค  

นอกจากนั้นยังมีสถาบันการเงินที่เข้ามาร่วมวงด้วย เช่น ธนาคารกสิกรไทย ที่เพิ่งจะเปิดตัวโปรเจกต์ GO GREEN Together ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ การปล่อยแคมเปญสินเชื่อ GREEN ZERO ให้สินเชื่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมโปรโมชันขับฟรี ผ่อน 0 บาท ในระยะเวลา 90 วัน 

  1. เปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน 

ในปี 2022 นี้ มีการคาดการณ์ว่าในไทยจะมีการติดตั้ง Solar Rooftop หรือหลังคาโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบ้านที่อยู่อาศัยและโรงงาน เนื่องจากมีราคาถูกลงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นจากเทคโนโลยีการพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับการใช้ในเชิงพาณิชย์ 

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย อาหาร Plant-based ก็มีราคาสูงกว่าอาหารทั่วไป เสื้อผ้า Fast Fashion ก็จับต้องเข้าถึงได้ง่ายกว่าแบรนด์เสื้อผ้าอื่น ๆ รถยนต์ไฟฟ้า หลังคาโซลาร์เซลล์ ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย และไม่ใช่ด้วยมือใครคนใดคนหนึ่ง แต่พวกเราต้องร่วมด้วยช่วยกัน เพราะหากทุกส่วนร่วมกันจริงจัง สินค้าและบริการเหล่านี้ก็จะถูกลงไปด้วย

GO GREEN Together ทุกภาคส่วน แม้คนไม่ได้นึกถึง

คำว่าทุกส่วนต้องร่วมมือกัน เราอาจจะเห็นภาพว่า ต้องเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ต้องบำบัดน้ำเสียไม่ปล่อยมลพิษ ภาคการผลิตที่เราคิดว่าต้องเลือก Packaging ที่เหมาะสม ย่อยสลายได้ ภาคการขนส่งที่ต้องลดการปล่อยควันจากท่อไอเสีย แต่จริง ๆ แล้วการลงทุนทำสิ่งดังกล่าว มีต้นทุนที่ทุกคนต้องลงทุนเพื่อโลกของเรา นั่นแปลว่าภาคธนาคารและสถาบันการเงินก็จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ในภาคธนาคารนั้น แต่เดิมธนาคารกสิกรไทย (KBank สีเขียวที่เรารู้จักกัน) เองก็ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ด้วยความเชื่อว่าการดำเนินงานตามหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืน จะทำให้ธนาคาร ลูกค้า ผู้มีส่วนได้เสีย และประเทศอยู่รอดและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

โดยได้เปิดตัวโครงการ GO GREEN Together เพราะต้องการจะเป็นหนึ่งแรกผลักดัน ให้ลูกค้ามีชีวิตแบบ Green Lifestyle และเชื่อมโยง ผลักดันให้เกิด Green Ecosystem จริงในไทย โดยได้เริ่มผลักดัน Green DNA ตั้งแต่ภายในองค์กร ผู้บริหาร และบุคลากรทุกคน  ไม่ว่าจะเป็นการทำอาคารประหยัดพลังงาน หรือการกล้าออกมาประกาศ Net Zero Commitment จากการดำเนินงานของธนาคารภายในปี 2030 และในพอร์ตโฟลิโอของธนาคารตามเป้าหมายของประเทศไทย

แนวคิดสีเขียวนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะในองค์กรเท่านั้น แต่ยังได้ผลักดันให้ขยายไปถึงการให้บริการลูกค้าในรูปแบบของการให้สินเชื่อและการลงทุนที่เราเรียกกันว่า Green Finance หรือการเงินสีเขียว เช่น การปล่อยสินเชื่อสีเขียว การออกหุ้นกู้สีเขียว และกองทุนรวมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ลูกค้าของธนาคาร ทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้าทั่วไป ได้มีส่วนร่วมกับการรักษ์โลกได้ผ่านการลงทุน 

หรือในโครงการใหม่อย่างการให้สินเชื่อแก่ลูกค้าทั่วไปและลูกค้าธุรกิจ ที่สามารถขอสินเชื่อเพื่อติดตั้งแผงโซลาร์โดยไม่คิดดอกเบี้ยสามเดือน ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการของภาครัฐในโครงการ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ที่ส่งเสริมให้ครัวเรือนติดตั้งหลังคาโซลาร์กันมากขึ้น

กสิกรเริ่มแล้ว แล้วเราล่ะ?

แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไปนึกถึงภาคพลังงาน ภาคอุตสาหกรรม หรือผู้บริโภคอย่างเรา ๆ มากกว่า แต่การที่ทุกคนได้รับผลกระทบจากภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศด้วยกันหมด การออกมามีส่วนในการแก้ไขปัญหาร่วมกันของธนาคารกสิกรในครั้งนี้ถือว่าต้องใช้วิสัยทัศน์และความกล้าหาญ

“ทุกเรื่องต้องมีผู้นำ และผู้นำต้องมีความกล้า เราเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน แทนที่เราจะรอภาครัฐ รอลูกค้ามาขอ รอราคาถูกลง ก็จะได้แต่รอ ฉะนั้นเราเลยขอกระโดดเข้ามาเชิญชวนคนไทยในวงกว้าง ในระบบนิเวศนี้ ไม่ใช่แค่บอกว่า เราตั้งใจทำ แต่เราไม่ได้ทำสักที”

ข้อความสำคัญในการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ จากคุณกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย แสดงให้เราเห็นถึงความกล้าของกสิกรไทย ที่กล้าจะเป็นสถาบันการเงินแห่งแรก ในการออกสินเชื่อให้ลูกค้าที่ต้องการใช้ชีวิตรักษ์โลก มา Go Green ไปพร้อมกันกับธนาคาร

เปิดแคมเปญสินเชื่อ Green Zero สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของสายกรีน ‘ขับ EV ฟรีสามเดือน - เปลี่ยนบ้าน โรงงาน ให้ประหยัดพลังงาน ด้วยดอกเบี้ย 0%’


สินเชื่อ Green Zero

สำหรับโครงการ GO GREEN Together จะประเดิมด้วยการเปิดแคมเปญสินเชื่อ GREEN ZERO ทั้งสำหรับลูกค้ารายย่อย และลูกค้าธุรกิจ โดยธนาคารจะใช้งบสินเชื่อในช่วงเริ่มต้นโครงการทั้งหมด 3,000 ล้านบาท 

  1. สินเชื่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า สำหรับรถยนต์ทุกยี่ห้อในกลุ่ม BEV (Battery-Electric-Vehicle) วงเงินกู้สูงสุด 12 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 7 ปี โปรโมชั่นพิเศษ ขับฟรี ผ่อน 0 บาท ระยะเวลา 90 วัน 

  1. สินเชื่อบ้านเพื่อติดตั้งแผงโซลาร์ ทั้งการขอสินเชื่อเพื่อบ้านใหม่ รีไฟแนนซ์ สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้ และสินเชื่อบ้านช่วยได้ โปรโมชั่นพิเศษ ฟรีดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน 

  1. สินเชื่อธุรกิจเพื่อติดตั้งแผงโซลาร์ วงเงินกู้สูงสุด 100% ของมูลค่าโครงการ ระยะเวลากู้สูงสุด 8 ปี และสินเชื่อรับประกันการประหยัดพลังงาน วงเงินกู้สูงสุด 100% ของเงินลงทุน ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี โปรโมชั่นพิเศษ ฟรีดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน 

สำหรับลูกค้าที่สนใจร่วมแคมเปญสินเชื่อ GREEN ZERO สามารถสมัครได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาหรือผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2565 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ K Contact Center 02 8888888  


บทความนี้เป็น Advertorial 

RELATED ARTICLE

Responsive image

ปลดล็อกศักยภาพของ HR ด้วย People Innovation Hackathon

People Innovation Hackathon เป็น Public Hackathon ที่เจาะปัญหาของ HR ครั้งแรกในประเทศไทย โดย Hackathon นี้มุ่งเน้นในการแก้ปัญหาภายใต้โจทย์ “People Analytics and Data Management”...

Responsive image

4 ทริค โน้มน้าวหัวหน้าให้สนับสนุนคุณมางาน Techsauce Global Summit 2022

4 วิธีง่ายๆ เพื่อโน้มน้าวหัวหน้าของคุณให้สนับสนุนไปงาน Techsauce Global Summit 2022...

Responsive image

NFT ไม่ได้เป็นแค่งานศิลปะดิจิทัล! แต่ต่อยอดธุรกิจได้

NFT ไม่ได้เป็นแค่งานศิลปะดิจิทัล! แต่ต่อยอดธุรกิจได้ ในครั้งนี้จึงจะนำผู้อ่านไปทำความรู้จักในอีกมุมที่เป็นมุมของ NFT ที่เชื่อมสู่ภาคธุรกิจ จากงาน NFT for Business: The Future of M...