5 วิธีพัฒนาทักษะอาชีพป้องกันการแทนที่ของ AI | Techsauce

5 วิธีพัฒนาทักษะอาชีพป้องกันการแทนที่ของ AI

ในปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะ ChatGPT และ GPT-4 ที่พึ่งเปิดตัวไป ซึ่งเป็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงธุรกิจ การทำงาน และการเรียน 

โดย ChatGPT เป็นแอปพลิเคชั่นที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ แซงหน้า Instagram และ TikTok ไปแล้วเรียบร้อย นอกจากนี้แล้ว Google ก็เสียมูลค่าตลาดไป 100,000 ล้านดอลลาร์หลังจาก AI ที่พึ่งเปิดตัวไปทำงานผิดพลาด ทำให้เกิดคำถามมากมากถึงความสามารถที่จะเอาชนะ ChatGPT

AI ในปัจจุบันมีการเดิมพันที่สูง ไม่ใช่แค่เฉพาะสำหรับบริษัทเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนธรรมดาที่หวังว่า AI เหล่านี้จะช่วยทำให้การงานอาชีพของตนเองนั้นดีขึ้นได้ ซึ่งเหล่าผู้เชี่ยวชาญต่างบอกว่าสิ่งสำคัญที่จะทำให้อยู่รอดจากการพัฒนาของ AI คือ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์และทักษะเฉพาะตัวที่โดดเด่น 

แต่อย่างไรก็ตาม AI ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการคิดคำนวณตัวเลขและข้อมูลต่าง ๆ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนี้แล้วยังสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ออกแบบ เขียนบทความและเขียนคำโฆษณาได้  ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้สามารถใช้งานได้แทนนักข่าวและนักการตลาดได้อย่างง่ายดาย

ไม่มีประโยชน์อีกต่อไปที่จะถกเถียงกันว่าเครื่องมือนี้ "ฉลาดกว่า" หรือ "ดีกว่า" มนุษย์ เพราะเครื่องมือเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาและพร้อมใช้งานแล้ว ทางเดียวที่มนุษย์ทำได้ในตอนนี้คือใช้งาน AI ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

แน่นอนว่า AI มีความสามารถที่ชาญฉลาดหลายอย่าง เช่น ช่วยให้สามารถร่นระยะเวลาการทำงานของเราได้โดยใช้ GPT-4 หรือเครื่องมืออื่น ๆ เป็นตัวช่วยในการรวบรวมข้อมูล ร่างอีเมล เป็นต้น แต่นอกจากการใช้งานตามจุดประสงค์เหล่านั้นแล้ว เราได้สนใจในการหาคำตอบที่ว่าจะสามารถใช้กลยุทธ์อะไรที่จะสามารถทำให้เราแตกต่างและ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้ ถึงแม้ว่า AI มีอิทธิพลที่มากขึ้นแล้วก็ตาม กล่าวคือ ในยุคที่ AI มีอำนาจมากขึ้น เราจะพัฒนาตัวเองอย่างไรเพื่อไม่ให้ AI แย่งงานไป ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ข้อสำสัญ ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการคาดการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่า AI ไม่ได้สร้างข้อมูลเชิงลึกใหม่ เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้คาดเดาคำถัดไปที่เป็นไปได้มากที่สุด เช่น "thank" ก็มักจะตามด้วย "you" หรือการคาดเดาคำให้มีระดับเดียวกัน ซึ่งคำแนะนำจาก AI มักจะเป็นไปในทางเดียวกัน และมันก็เทียบเท่ากับความคิดของคนส่วนใหญ่ และมักจะตรงกันข้ามกับหลักปัญญาที่แท้จริง 

ดั่งคำพูดอันโด่งดังของ Oscar Wilde ผู้ที่ไม่เคยได้ใช้งาน ChatGPT ว่า “Everything popular is wrong” คือการที่เราต่างดำรงชีวิตขึ้นอยู่กับความคิด และกระแสของสังคม จนทำให้ความคิดเป็นไปแค่ทางเดียว ซึ่งก็อาจจะไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องเสมอไป 

ถึงอย่างนั้น AI ก็จะเป็นเครื่องมือที่ดีมากหากคุณใช้อย่างถูกวิธี เช่น หากอยากรู้ความคิด ทัศนคติ ความรู้สึกของคนอื่นต่ออะไรบางอย่าง ก็สามารถใช้ GPT-4 ช่วยในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ แต่หากเราใช้งานอย่างไม่ระมัดระวัง อัลกอริทึมเหล่านี้ของ AI ก็จะทำให้เรากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกคาดเดาได้ง่าย และมีความคิดเหมือนกันไปหมด

ลองคิดดูว่าหากเราปล่อยให้ Gmail ค้นหาหรือเขียนอีเมลอัตโนมัติ เอกลักษณ์ภาษาในการเขียนอีเมลของเราก็จะเริ่มลดหายไป กลายเป็นว่า AI จะสร้างและคาดเดาความคิดของเราได้เก่งขึ้น แม้ว่า GPT-4 จะเป็นเครื่องมือที่ฉลาด 

แต่ถ้าต้องการคงจุดเด่นของตัวเองไว้ ก็ควรที่จะเขียนเองบ้างในบางครั้งโดยการทำตรงข้ามกับคำแนะนำของระบบก็จะไปขัดกับหลักการคาดเดาเดิมของได้ เช่นเดียวกับการทำงาน เราอาจจะเจอข้อดีของการเป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความคิด บุคลิก การคาดเดาไม่ได้ซึ่งแตกต่างไปจากการใช้ AI

2. ฝึกฝนทักษะที่ AI พยายามเลียนแบบ

GPT-4 ถูกพัฒนามาให้มีความเคารพและสุภาพ จะทำการตอบข้อความกลับมาด้วยความเข้าอกเข้าใจ (ฉันขอโทษที่คำตอบของฉันทำให้คุณไม่พอใจ) และมีความตระหนักในตัวเอง (ฉันเป็นเพียงแค่โมเดล AI และคำตอบของฉันอ้างอิงจากข้อมูลที่ให้มา)  ซึ่งการตอบสนองเหล่านั้นขึ้นอยู่กับการคาดคะเนข้อความ และ AI ก็ไม่สามารถสัมผัสหรือแสดงทักษะที่อ่อนโยนเหล่านี้ในมนุษย์ได้ ดังนั้น การใส่ใจและนึกถึงคนอื่นด้วยตัวเราเอง จะเป็นสิ่งที่เครื่องมือเหล่านี้ไม่สามรถเลียนแบบได้ เป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้มนุษย์และ AI มีความแตกต่างกัน

3. มุ่งมั่นอยู่กับโลกแห่งความจริง

GPT-4 หรือ AI โดยทั่ว ๆ ไปแล้วถูกจำกัดอยู่แค่บนโลกดิจิตอล อาศัยอยู่ในโลกเสมือนจริงเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ในชีวิตจริงที่ AI ทำไมได้อย่างมนุษย์ จึงต้องตระหนักไว้เสมอว่า AI จะไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงบนโลกอนาลอกระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ได้ เราจึงต้องให้ความสำคัญในการปกป้องสิ่งเหล่านี้ไว้ 

Arthur C. Brooks ศาสตราจารย์จากฮาร์วาร์ด กล่าวว่า เทคโนโลยีที่เข้ามาเบียดเบียนปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ในชีวิตจริงจะทำให้มนุษย์มีความเป็นอยู่ที่แย่ลง ดังนั้นจึงต้องจัดการและดูแลชีวิตของเราอย่างระมัดระวัง 

การใช้ชีวิตในช่วงก่อนโรคระบาด เช่น การรับประทานอาหารกับเพื่อนร่วมงาน การประชุม หรือการเริ่มการสนทนากับคนแปลกนหน้า อาจจะดูอึดอัดน้อยลงเมื่อเราใช้ชีวิตโดยไม่ได้พบปะกับคนอื่นเป็นเวลานาน สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมต่อที่ไม่สามารถทำได้โดย AI เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ยังมีข้อได้เปรียบอยู่

4. พัฒนาทักษะจุดเด่นของตนเอง 

เครื่องมือของ AI นั้นมีคุณภาพที่เพียงพอที่จะบุกตลาดขนาดเล็กและกลางในหลาย ๆ อาชีพ เช่น นักเขียน นักออกแบบ ในบางกรณี AI อาจจะมีคุณสมบัติเทียบกับอาชีพอื่นในระดับสูงได้ แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่คนเหล่านั้นจะถูกแทนที่ เพราะจุดเด่นของพวกเขานั่นเอง เช่นเดียวกับผู้ที่ซื้อผลงานด้านศิลปะต่างยอมจ่ายในราคาที่แพงกว่ามากเพื่อซื้อผลงานจริงของ Rembrandt แทนที่จะเป็นผลงานของศิลปินท่านอื่นในยุคเดียวกันที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก 

ผู้นำองค์กรมีแนวโน้มที่จะให้ค่าตอบแทนในระดับที่สูง ให้กับคนที่มีความสามารถโดดเด่นในสายงานของพวกเขา ส่วนหนึ่งเป็นการแสดงถึงคุณภาพ และอีกส่วนหนึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าขององค์กรและแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เขาให้ความสำคัญ ดังนั้นการที่ AI มีอิทธิพลเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่เชื่อมโยงกับมนุษย์ในเรื่องเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละคน

5. ฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ

GPT-4 และเทคโนโลยี AI อื่น ๆ เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เก่งกาจสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เท็จจริงมากมายได้ทันที แต่ข้อเท็จจริงบางอย่างก็อาจจะไม่เป็นความจริง แม้ว่า AI จะเป็นเครื่องมือที่เก่ง รวดเร็ว และมีผลลัพธ์ที่แม่นยำ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป 

ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลให้ต้องฝึกฝนทักษะที่คุณมีอยู่ให้เชี่ยวชาญให้ได้รับการยอมรับในสายงานอาชีพ เพราะ AI จะทำหน้าที่เป็นเพียง "ร่างแรก" เท่านั้น ยังต้องได้รับการตรวจสอบอีกครั้งโดยแหล่งข้อมูลและบุคคลที่เชื่อถือได้ หากคุณมีคุณสมบัติเช่นนั้น คุณก็จะยังมีอำนาจมากกว่า AI อยู่ 

แม้ว่าเทคโนโลยี AI จะมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงชีวิตการทำงานของมนุษย์ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ แต่หากทำตามเคล็ดลับ 5 ข้อข้างต้นที่กล่าวมา ก็เชื่อว่าทุกคนจะเจอทางที่เหมาะสมสำหรับตัวเองที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ไม่ว่า GPT-4 หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ จะก้าวหน้าไปมากแค่ไหนก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะเป็นหลักประกันในเส้นทางการทำงานของคุณเอง


อ้างอิง: hbr 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Banpu แต่งตั้ง 'สินนท์ ว่องกุศลกิจ' เป็นซีอีโอคนใหม่ มีผล 2 เมษายน

ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท บ้านปู จํากัด (มหาชน) หรือ BANPU มีมติให้ นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยมีผล 2 เมษายน 2567...

Responsive image

รู้จัก Gold-collar worker อาชีพระดับทองคำ ที่ AI แทนไม่ได้

มารู้จัก Gold-collar Worker แรงงานระดับทองคำหายากที่ทุกอุตสาหกรรมต้องการตัว...

Responsive image

เหมียวจด (MeowJot) แอปจดรายจ่ายอัตโนมัติจากสลิป สรุป Data ไว ไม่ต้องบันทึกรายจ่ายเอง

เหมียวจด (MeowJot) แอปใหม่จาก KBTG ที่มาช่วยมนุษย์จดรายจ่ายอัตโนมัติจากสลิป โดยตอนนี้เจ้าเหมียวนักจดสามารถอ่านสลิปที่มาจาก 9 ธนาคาร รวม 12 แอปได้แล้ว ข้อดีคือ มนุษย์แค่เปิดแอป เหมี...