ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มีการพัฒนาที่ก้าวกระโดด ทำให้หลายธุรกิจนำ AI เข้ามาปรับใช้ ช่วยให้ชีวิตประจำวันและชีวิตการทำงานของเราสะดวกรวมเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จากสถิติของ SnapLogic ปี 2021 พนักงานกว่า 61% บอกว่า AI สามารถช่วยเพิ่ม Productivity ให้กับการทำงานได้ และ 62% ของแรงงานไทยใช้ Generative AI ในชีวิตประจำวัน ทั้งในบริบทการทำงานและส่วนตัว จากสำรวจในรายงาน Decoding Global Talent 2024: AI Edition ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธฺิภาพ และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ Techsauce จึงรวบรวม 14 แอปพลิเคชั่นที่ใช้เทคโนโลยี AI สำหรับชาวออฟฟิศ ที่จะช่วยให้การทำงานของคุณสะดวกขึ้นกว่าเดิม
AI สำหรับงานเขียน
Notion AI เป็นชุดเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มเข้ามาใน Notion ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจัดการงานและข้อมูลแบบครบวงจร โดยช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้ง่ายขึ้นผ่านฟีเจอร์ AI อัจฉริยะ เช่น การสร้างเนื้อหา การสรุปข้อมูล การช่วยเขียน และการบริหารโปรเจกต์
ฟีเจอร์เด่นของ Notion AI
1.เครื่องมือช่วยเขียน
- ตรวจสอบและแก้ไขไวยากรณ์
- ปรับปรุงข้อความ เช่น ขยายหรือย่อความ
- เปลี่ยนโทนภาษาให้เหมาะสมกับบริบท
2. เครื่องมือช่วยสร้างเนื้อหา
- ร่างการเขียนหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนอีเมล บล็อก บทกลอน หรือแม้แต่แคปชั่นอินสตาแกรมก็ได้
- ช่วยระดมสมองและคิดไอเดีย ร่างเนื้อหาแนวคิดใหม่ๆ
3. สรุปและจัดการข้อมูล
- สรุปเนื้อหายาวให้สั้นลง
- แปลงโน้ตให้เป็นแผนงานที่มีขั้นตอนปฏิบัติ
- แปลภาษา และอธิบายคำศัพท์ที่ซับซ้อน
4. การทำงานร่วมกันและการซิงค์ข้อมูล
- เชื่อมต่อกับแอปอื่นๆ เช่น Slack, Zoom, Asana
- ซิงค์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ในทุกอุปกรณ์
- แชร์เอกสารและทำงานร่วมกับทีมได้อย่างราบรื่น
สามารถใช้งานง่ายๆ เพียงสมัครใช้งาน Notion และเลือกแพ็กเกจ AI Add-on สนนราคาที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อเดือน หรือ $8 ต่อคนต่อเดือน สำหรับผู้จ่ายบิลแบบรายปี
แอปจดโน้ตที่สามารถจัดระเบียบตัวเองได้ด้วยการใช้ AI และ Natural Language Processing (NLP)
สามารถเชื่อมต่อกับแอปอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Slacks, Gmail, Google Calendar และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้ลื่นไหล มีฟังก์ชันในการจัดระเบียบไอเดียและการเขียนได้คล้าย Notion ฟังก์ชันเด่นๆ ได้แก่ Similar Mems, Smart Search, Smart Write และ Smart Edit
Mem 1.0 สามารถใช้งานได้ฟรีแบบจำกัดพื้นที่ ราคาเริ่มต้นที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือนต่อหนึ่งบัญชี ($99 หากจ่ายรายปี) และ $15 ต่อเดือนสำหรับการใช้งานแบบเป็นทีม และเวอร์ชันอัพเดท Mem 2.0 สามารถใช้งานได้ฟรีเวอร์ชันทดลอง
AI ที่จะมาช่วยงานเขียนระดับองค์กรหรือภาคธุรกิจ มีเครื่องมือหลากหลายในการสร้างเนื้อหารูปแบบต่างๆ สามารถใช้งานร่วมกันแบบเป็นทีมได้ มีวิธีการใช้งานง่ายมาก เพียงแค่เลือกรูปแบบที่ต้องการ เช่น ร่างอีเมล เขียนบทความ จากนั้นเลือกรายละเอียดที่เราต้องการ เช่น กลุ่มผู้อ่าน เสร็จแล้ว Craftly ก็จะสร้างเนื้อหาให้เราแบบอัตโนมัติและเข้ากับธีมเนื้อหาที่เราต้องการ
สามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 5 วัน โดยแพจเกจรายเดือนเริ่มต้นที่เดือนละ $35 สำหรับ 20,000 คำ และ $79/เดือน สำหรับการใช้งานแบบไม่จำกัดคำ (สามารถเลือกจ่ายรายปีเพื่อราคาที่ถูกกว่าได้)
Jasper AI คือเครื่องมือสร้างเนื้อหาอัตโนมัติ (Content Creation Tool) ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้นักการตลาด ธุรกิจ และผู้สร้างเนื้อหา สามารถสร้างเนื้อหาคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จุดเด่นของ Jasper คือความสามารถในการปรับแต่งเนื้อหาให้เข้ากับสไตล์และโทนเสียงของแบรนด์ รวมถึงการรองรับการสร้างเนื้อหาที่หลากหลาย ตั้งแต่บทความ โพสต์สำหรับโซเชียลมีเดีย คำอธิบายผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงเนื้อหาโฆษณา
ฟีเจอร์หลัก
- AI-Powered Content Generation: สร้างเนื้อหาได้อย่างรวดเร็วโดยอิงจากข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป เช่น หัวข้อ คีย์เวิร์ด หรือคำอธิบาย
- Brand Voice: ช่วยให้เนื้อหาที่สร้างขึ้นสอดคล้องกับสไตล์และโทนเสียงของแบรนด์ของคุณอย่างต่อเนื่อง
- Templates: มีเทมเพลตสำเร็จรูปมากมายสำหรับเนื้อหาประเภทต่างๆ ช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในการเริ่มต้นจากศูนย์
- SEO Optimization: ช่วยปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสมกับเครื่องมือค้นหา (SEO) เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
- Multilingual Support: รองรับการสร้างเนื้อหาในหลากหลายภาษา ทำให้เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายทั่วโลก
Jasper สามารถทดลองใช้งานฟรีได้ 7 วัน ก่อนต้องสมัครสมาชิกโดยมีสามระดับได้แก่ Creator ที่ $49 ต่อเดือน/คน Pro ที่ $69 ต่อเดือน/คน และ Business ที่ปรับราคาตามจำนวนผู้ใช้งาน
AI ช่วยบันทึกและสรุปประชุม
MeetGeekAI
MeetGeekAI สำหรับจดบันทึกและสรุปประชุม รองรับ Zoom, Google Meet, Microsoft Teams และสามารถใช้งานร่วมกับ Slack, Google Drive, Trello ฟีเจอร์หลัก:
- บันทึกวิดีโอประชุมอัตโนมัติ
- ถอดเสียงแบบเรียลไทม์
- สรุปใจความสำคัญ
- ตั้งค่าการเข้าร่วมประชุมอัตโนมัติ
MeetGeekAI สามารถใช้งานได้แบบฟรี จำกัดฟีเจอร์ และแบบเสียเงิน Basic (ฟรี), Pro ($15/เดือน), Business ($29/เดือน) และแพ็คเกจ Enterprise ($59/เดือน)
Otter.ai เป็นตัวช่วยถอดเสียงการประชุม การบรรยาย หรือบทสัมภาษณ์ได้แบบเรียลไทม์ หรือจะนำเข้าไฟล์เสียง ไฟล์วิดิโอ แล้วให้โปรแกรมช่วยถอดออกมาเป็นสคริปต์ก็ได้ และช่วยระบุด้วยว่า นาทีไหน ตอนไหน ใครเป็นคนพูด นาย A หรือ B นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์ Custom Vocabulary ก็คือการตั้งค่าภาษา หรือ คำศัพท์เฉพาะที่เราใช้กันในอุตสาหกรรม ป้องกัน Otter จะถอดเสียงผิดพลาด หลังจากถอดเสียงได้แล้ว ตัว Otter ยังช่วยสรุปประเด็นการประชุมได้ด้วย
ฟีเจอร์เด่น:
- ถอดเสียงได้แบบเรียลไทม์
- ระบุผู้พูดในบทสนทนา
- ไฮไลต์คำสำคัญในบันทึกเสียง
- รองรับการใช้งานร่วมกับ Zoom, Microsoft Teams และ Google Meet
Otter.ai สามารถใช้งานฟรีแต่จำกัดจำนวนการถอดเสียง หากต้องการใช้งานแบบเต็มรูปแบบด้วยการสมัครสมาชิกเริ่มต้นที่ $8.33 ต่อเดือน
AI ช่วยสร้างรูปภาพ (text-to-image)
DALL-E 3 เป็นโมเดลสร้างภาพจากข้อความรุ่นใหม่ของ OpenAI เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2023 โดยมีการผสานการทำงานกับ ChatGPT เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างและปรับแต่งภาพผ่านบทสนทนาได้ง่ายขึ้น
คุณสมบัติเด่น
- สร้างภาพจากข้อความขั้นสูง สามารถตีความคำอธิบายที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ
- ทำงานร่วมกับ ChatGPT ให้ผู้ใช้ปรับแต่งภาพได้โดยใช้ข้อความสั่ง
- มาตรการความปลอดภัยสูง ป้องกันการสร้างเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและเคารพสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา
- รายละเอียดภาพที่คมชัด สร้างใบหน้า มือ และตัวอักษรได้สมจริงขึ้น
- แก้ไขภาพผ่านข้อความ ปรับแต่งภาพได้โดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
ปัจจุบัน DALL-E 3 ไม่เปิดใช้งานแยก แต่จะสามารถใช้งานได้สำหรับสมาชิก ChatGPT Pro และ ChatGPT Enterprise
AI สร้างรูปภาพจากบริษัทสตาร์ทอัพ Stability AI ที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้ DALL-E ของ OpenAI ด้วยพลังของ Stable Diffusion XL สุดล้ำ เปลี่ยนข้อความที่คุณพิมพ์ให้กลายเป็นรูปภาพสวยๆ ได้ภายในพริบตา ไม่ต้องโหลดแอปให้ยุ่งยาก ไม่ต้องมีความรู้เรื่อง AI ก็ใช้ได้
Stable Diffusion เป็นโปรเจคแบบ open-source สามารถใช้งานได้ฟรีแบบไม่ต้องลอคอินหรือสมัครสมาชิกใดๆ และมี prompt database และยังเป็นฐานข้อมูลให้เราได้ศึกษาการใช้งาน prompt ด้วย
Stable Diffusion สามารถใช้งานได้ในเวอร์ชันฟรี เวอร์ชั่น Pro ที่ $10 และ เวอร์ชั่น Max ที่ $20 ให้เลือกตามปริมาณการใช้งาน
AI สำหรับ Media Creator
Murf AI คือ AI Voice Generator ที่เปลี่ยนตัวอักษรให้เป็นเสียงคนด้วย AI สร้างเสียงพากย์คุณภาพสูงคล้ายเสียงมนุษย์ ปรับแต่งเสียงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพากย์เสียงสำหรับ ธุรกิจ เกม การนำเสนอ พอตแคสต์ และอื่นๆ รวมถึงเพศและอายุของเสียงที่เราต้องการด้วย โดยเป็นเสียงที่สังเคราะห์ขึ้นมาจากเสียงจริงๆ อีกทั้งยังรองรับกว่า 20 ภาษา ทำให้การพากยืเสียงไม่ใช่เรื่องยาก
Murf AI สามารถใช้งานได้แบบฟรี แต่อาจจะมีข้อจำกัดการใช้งาน ราคาแบบสมัครสมาชิกหลายแบบตามการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Starter ที่ $5/เดือน Creator ที่ $11/เดือน Pro ที่ $99/เดือน สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปจนถึงมืออาชีพตามปริมาณการใช้งาน
Supercreator แอปพลิเคชั่นที่ใช้ AI มาช่วยเราสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอสั้นๆ อย่าง Reels หรือ TikTok ด้วย อินเทอร์เฟซออกแบบมาให้เข้าใจง่าย ไม่ต้องมีทักษะด้านเทคโนโลยีก็ใช้งานได้ง่ายๆ
โดยให้ AI เขียนสคริปต์ในเรื่องนี่เราสนใจ พร้อมสร้างวิดีโอพื้นหลัง แคปชั่น ซับไตเติล แฮชแทก และตัดต่อให้เราอัตโนมัติ Supercreator เคลมว่าสามารถช่วยให้เราสร้างคอนเทนท์ได้เร็วขึ้น 10 เท่าเลยทีเดียว เหมาะกับผู้ที่ต้องการเนื้อหาคุณภาพสูงในเวลาจำกัด
อย่างไรก็ตาม Supercreator ไม่มีให้ใช้งานแบบฟรี โดยสามารถใช้งานได้แบบสมาชิก เริ่มต้นที่ $9.99 ต่อเดือน ปัจจุบันสามารถใช้ได้เพียงบน IOS เท่านั้น
AI Search ค้นหาอะไรก็เจอ ถามอะไรก็ตอบได้
New Microsoft Edge experience ได้อัปเดตเบราว์เซอร์ Edge ด้วยความสามารถ AI ใหม่และรูปลักษณ์ใหม่ และได้เพิ่มฟังก์ชันใหม่สองฟังก์ชัน: แชทและเขียน ด้วย Edge Sidebar ยกตัวอย่างเช่น สามารถขอสรุปรายงานทางการเงินแบบยาวเพื่อรับข้อมูลสำคัญ จากนั้นใช้ฟังก์ชันแชทเพื่อขอข้อมูลเปรียบเทียบกับข้อมูลทางการเงินของบริษัทคู่แข่งและบันทึกข้อมูลในเอกสารโดยอัตโนมัติ ทั้งยังสามารถขอให้ Edge ช่วยเขียนเนื้อหา เช่น โพสต์บน LinkedIn หลังจากนั้น สามารถขอให้ช่วยอัปเดตโทน รูปแบบ และความยาวของโพสต์ได้ ซึ่ง Edge สามารถเข้าใจหน้าเว็บที่เปิดอยู่และปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้
เปิดตัวพร้อมกับ New Bing ที่มีแชทบอทและฟังก์ชันหลากหลายจากเทคโนโลยีของ ChatGPT ด้วยความร่วมมือกันของ Microsoft และ OpenAI
Brave ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยี AI บน Browser และ Search Engine ของตัวเอง “Brave Summarizer” โดยทำหน้าที่สรุปใจความสำคัญของสิ่งที่เราค้นหาผ่านการใช้ Large Language Model (LLMs) ที่ทาง Brave เทรนขึ้นมาเอง ทำให้สามารถประมวลผลคำตอบออกมาได้อย่างแม่นยำและถูกต้องมากขึ้น รวมไปถึงภาษาที่ออกมาจะมีความอ่านรู้เรื่องมากขึ้นด้วย พร้อมแนบลิ้งค์แหล่งที่มาของข้อมูลคล้ายกับ Edge หรือ Bing เพิ่มความน่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ของข้อมูล
Brave Summarizer ถูกพัฒนาและออกแบบโดยทีม Brave Search และจุดเด่นที่มีไม่เหมือน Microsoft Edge คือการที่ Brave ไม่ได้ใช้ ChatGPT หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องใดๆ แต่ใช้ LLMs ถึง 3 ตัวในการเทรนข้อมูลที่แตกต่างกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
AI ช่วยแปลภาษา (Translator)
DeepL เป็นสตาร์ทอัปที่เปิดตัวในปี 2017 ถือเป็นคู่แข่งสำคัญของ Google Translate เนื่องจากมีหลายเสียงจากผู้ใช้งานกล่าวว่ามีประสิทธิภาพที่ดีกว่าในเรื่องของการแปลภาษา ที่ผ่านการเทรนข้อมูลแปลภาษานับล้าน ที่ใช้ AI ต่างจากคู่แข่งโดยใช้ Convolutional Neural Networks (CNNs) ที่ทำให้การแปลมีความแม่นยำและตรงมากกว่า ข้อจำกัดที่มีคือยังไม่รองรับภาษาได้เยอะเท่ากับ Google Translate
การใช้งานแบบฟรีจำกัดการแปลให้แค่ 5,000 ตัวอักษร โดยราคาแบบเสียเงินที่จะทำให้ใช้งานได้เต็มรูปแบบมากขึ้นอยู่ที่ 10.49-68.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
memoQ translator pro เป็นโปรแกรมช่วยแปลซึ่งทำงานบนระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่พิเศษคือมันได้รับการออกแบบโดยนักแปล เพื่อนักแปลโดยเฉพาะ รองรับมากกว่า 100 ภาษา รวมถึงภาษาไทย (แต่ยังไม่สามารถใช้ภาษาไทยเป็นภาษาต้นทางได้) และมีเครื่องมือมากมายที่ช่วยทำงานแปลขั้นสูง ตัวอย่างเช่น
- ใช้คำแปลก่อนหน้าซ้ำ ไม่ต้องแปลคำเดิมซ้ำสอง ช่วยลดเวลาการทำงาน
- สร้างอภิธานศัพท์ (ศัพท์เฉพาะศาสตร์) พร้อมบันทึกคำแปล
- เพิ่มเอกสารอ้างอิง
- แม่นยำด้วยการรักษาการแปลตามบริบท แนะนำทิศทางภาษาที่ถูกต้อง
โดย memoQ translator pro เป็นโปรแกรมซื้อขายขาด จ่ายเพียงครั้งเดียว มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 620 ยูโร หรือราว 23,000 บาท
อ้างอิง: hrnote