Car Telematics for Business พัฒนาธุรกิจทุกขนาดให้เป็น Digital เต็มรูปแบบ | Techsauce

Car Telematics for Business พัฒนาธุรกิจทุกขนาดให้เป็น Digital เต็มรูปแบบ

Photo by Kelly Lacy from Pexels

ในยุคที่ดิจิทัลขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทุกภาคธุรกิจล้วนได้รับอานิสงค์มากน้อยแตกต่างกันไป บางส่วนถึงขั้นพลิกวิธีการทำธุรกิจทั้งหมด บางส่วนได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น แม้แต่ภาคส่วนที่ดูเป็น Physical มากๆ อย่างภาคคมนาคมและขนส่งเอง ก็ได้รับอานิสงค์จากการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัลเช่นกัน

เราไม่อาจปฏิเสธความสำคัญของภาคคมนาคมและขนส่งที่มีต่อประเทศไทยได้ และยิ่งมองเห็นความสำคัญ ยิ่งต้องเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น โดยเฉพาะ Internet of Thing ที่ก้าวเข้ามามีบทบาทชัดเจนกับทุกอย่างที่เป็น Physical มากขึ้นเรื่อยๆ ในวันนี้ เราจึงอยากพาทุกท่านร่วมสำรวจโอกาสจากนวัตกรรมใหม่ของภาคธุรกิจคมนาคมและขนส่งไปพร้อมกัน

Internet of Thing กับประโยชน์ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ สำหรับภาคธุรกิจ

Internet of Things ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีผลต่อทุกส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่เริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยผลสำรวจการใข้จ่ายในเทคโนโลยี IoT ปี 2020 จาก Frost & Sullivan พบว่า มูลค่าการใช้จ่ายใน IoT กว่า 57 เปอร์เซ็นต์ มาจากภาคธุรกิจ และหากดูในรายอุตสาหกรรม จะพบว่าภาคคมนาคมและขนส่งลงทุนในเทคโนโลยีนี้รวมกันมากที่สุดเป็นสัดส่วน 29 เปอร์เซ็นต์

สาเหตุที่ภาคธุรกิจลงทุนใน Internet of Things ชัดเจนขึ้น มาจากประสิทธิภาพหลักเรื่องการลดค่าใช้จ่ายที่เห็นผลจริง โดย Gartner ระบุว่า โครงการ IoT ขององค์กรธุรกิจที่มุ่งเน้นเรื่องการลดต้ทุนค่าพลังงานและแรงงาน สามารถสร้างความคุ้มค่าเป็นตัวเงินได้อย่างชัดเจนและใช้เวลาคืนในระยะเวลาอันสั้นเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ

เมื่อมีกรณีศึกษาที่ชัดเจนเช่นนี้ การนำ IoT มาใช้ในภาคคมนาคมและขนส่งของไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว และเมื่อผสานกับการพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายที่กำลังจะก้าวสู่ยุค 5G ย่อมเพิ่มโอกาสให้องค์กรที่ใช้งาน IoT ได้ประโยชน์เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

Smart Vehicle Management เพื่อธุรกิจ Transportation และ Logistics

นอกจากบทบาทของผู้นำด้าน 5G และ Fiber Optics แล้ว IoT ยังเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ AIS พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับภาคธุรกิจที่ AIS Business เตรียม Solution ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของธุรกิจได้อย่างครอบคลุม รวมถึงบริการ Smart Vehicle Management ที่ออกแบบมาเพื่อการกำกับดูแลยานพาหนะ โดยอาศัยเทคโนโลยี Internet of Things คอยส่งข้อมูลต่างๆ ของรถไปให้ผู้ดูแลในสำนักงาน  Solution นี้จะช่วยให้ภาคธุรกิจเห็นข้อมูลการใช้งานรถอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ช่วยให้การจัดการและวางแผนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย โดยปัจจุบัน AIS ให้บริการ Smart Vehicle Management กับผู้ใช้ 2 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มผู้ใช้ในธุรกิจขนส่งตามมาตรฐานกรมการขนส่งทางบก เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกมีข้อกำหนดให้ผู้ให้บริการคมนาคมบางประเภท เช่น ผู้ให้บริการเดินรถขนส่งผู้โดยสาร ผู้ให้บริการขนส่งวัตถุอันตราย ต้องติดตั้งอุปกรณ์ติดตามรถยนต์ ซึ่ง AIS ก็มีอุปกรณ์ที่รองรับตามมาตรฐานของกรมฯ ให้บริการ
  • กลุ่มผู้ใช้แบบติดตั้งเอง กลุ่มนี้คือกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ หรือผู้ประกอบการทั่วไปที่ต้องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Internet of Things ในการเข้าถึงข้อมูลของรถ เพื่อวางแผนหรือ บริหารจัดการในเชิงธุรกิจ แบบสมัครใจ โดยในกลุ่มผู้ใช้งานนี้ AIS ได้ร่วมมือกับ V2X พัฒนานวัตกรรมบริการ Smart Vehicle Management แบบใหม่ ซึ่งช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของรถยนต์ ติดตามตำแหน่ง และเพิ่มความปลอดภัยผ่าน Smartphone และ Dashboard ได้

“Car Telematics for Business” IoT Solution ด้าน Logistics ครบวงจรเพื่อธุรกิจไทย

ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้ธุรกิจต้องเดินหน้าใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ที่มักพบข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายใหญ่ 

AIS Business เล็งเห็นโอกาสที่จะช่วยพัฒนาผู้ประกอบการด้านคมนาคและขนส่งรายย่อยในประเทศไทย ด้วยการเสนอบริการ Telematics for Business ต่อยอดอุปกรณ์ V2X ด้วยการเพิ่ม Solution สำหรับลูกค้าธุรกิจโดยเฉพาะ อาทิ ผู้ประกอบการรายย่อยทั้งผู้ให้บริการขนส่งสินค้า ธุรกิจที่ต้องส่งสินค้าเอง หรือแม้แต่ผู้ประกอบการรถเช่ารายย่อย ได้เข้าถึงนวัตกรรมการจัดการรถยนต์ด้วยฟังก์ชันแบบเดียวกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในราคาที่คุ้มทุนสำหรับ SME

Car Telematics for Business เกิดจากความร่วมมือของ AIS และ V2X ผู้พัฒนา Solution ด้าน Car Telematics ของไทย โดยมีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการได้ใช้นวัตกรรมด้าน IoT และ Big Data ระดับ Enterprise โดยมี 5 คุณสมบัติหลัก ดังนี้

1. อุปกรณ์ติดตั้งง่าย ทำได้ด้วยตัวเอง สำหรับธุรกิจแล้ว เวลาเองก็เป็นต้นทุนที่ธุรกิจต้องคำนึงถึง ดังนั้น หากอุปกรณ์ติดตั้งยาก ต้องใช้คนดำเนินการเยอะย่อมถือเป็นการเพิ่มต้นทุนเป็นแน่ แต่สำหรับ V2X ผู้ใช้สามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย โดยตัวอุปกรณ์จะเชื่อมต่อกับรถผ่านช่อง OBD II ซึ่งเป็น Port มาตรฐานบนรถยนต์ปัจจุบัน อุปกรณ์ยังมาพร้อม Nano Sim รองรับการใช้งาน AIS 4G โดยเมื่อต่ออุปกรณ์เข้ากับรถแล้วก็จะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ

2. แสดงข้อมูลเชิงลึกครบถ้วนเพื่อการตัดสินใจที่เฉียบคม นอกจากอุปกรณ์ V2X-2 ต่อเข้ากับช่อง OBD II จะสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของรถได้อย่างครบถ้วนแล้ว ตัวอุปกรณ์ยังมี Sensor ต่างๆ ที่ช่วยให้ส่งข้อมูลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดตามตำแหน่งที่แม่นยำ ข้อมูลการขับขี่อย่างละเอียด ตั้งแต่ระยะทางและเวลาที่ใช้รถ ปริมาณน้ำมันที่ใช้ ความเร็วของรถในแต่ละช่วง พฤติกรรมการเร่งออกตัวหรือการเบรก ไปจนถึงสภาพการทำงานในแต่ละส่วนของรถยนต์ ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถวางแผนการขับขี่ การบำรุงรักษา หรือกำกับดูแลการใช้รถอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

3. ทำงานผ่าน Cloud ใช้ได้ทั้งคอมพิวเตอร์และ Smartphone นอกจากการเชื่อมต่อที่ง่ายแล้ว ส่วนแสดงผลยังออกแบบให้รองรับการทำงานของธุรกิจอย่างเต็มที่ โดย V2X ได้พัฒนา Dashboard แบบ Cloud-base เต็มรูปแบบ โดยสามารถใช้งานได้ทั้งบน Website และ Application Smartphone ซึ่งบน Website จะมี Feature เพิ่มเติมที่รองรับการใช้งานสำหรับภาคธุรกิจโดยเฉพาะ เช่น การรายงานของรถทุกคันในระบบ การดูข้อมูลย้อนหลัง รวมถึงรองรับการ Export file data ในรูปแบบของ Excel ซึ่งรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

4. จัดการความปลอดภัยให้กับรถของบริษัทอย่างง่ายดาย นอกจากการนำเสนอข้อมูลที่ครบทุกมิติแล้ว ตัว V2X-2 บน Car Telematics for Business ยังมี Feature ด้านความปลอดภัยมาให้มากมาย ทั้ง Shock detection sensor ที่ตรวจจับการสั่นสะเทือนที่ผิดปกติอันเกิดจากอุบัติเหตุหรือการโจรกรรม และการตั้ง Geo Fence หรือรั้วแนวเขตบนแผนที่ดิจิทัล ซึ่งจะแจ้งเตือนทันทีเมื่อรถข้ามเส้นเขตแดนนั้น ช่วยป้องกันและยับยั้งเหตุไม่พึงประสงค์ได้ทันท่วงที

5. ค่าบริการเป็นมิตรกับธุรกิจ SME ไทย จาก Feature ทั้งหมดนี้ หลายคนอาจคิดว่าต้องติดตั้งด้วยราคาที่สูง แต่จริงๆ แล้ว ผู้ประกอบการรายย่อยก็สามารถใช้งาน Feature ทั้งหมดนี้ได้ โดย AIS Business คิดค่าบริการเพียง 200 บาท/เดือน/คัน เท่านั้น โดยไม่ต้องจ่ายค่าอุปกรณ์เพิ่มเติมเมื่อใช้บริการครบตามระยะที่กำหนด ไม่มีขั้นต่ำและเพดานจำนวนรถที่ให้บริการ นอกจากนี้ หากองค์กรยังมีความต้องการเฉพาะ ก็สามารถพูดคุยกับ AIS เพื่อพัฒนา Solution ร่วมกันได้

สำหรับองค์กรธุรกิจที่ต้องการใช้ Car Telematics for Business หรือสนใจ Business Solution ด้าน IoT อื่นๆ ของ AIS สามารถขอข้อมูลโดยตรงจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายที่ดูแลองค์กรของท่าน หรือโทร 1149 และอีเมล [email protected] รวมทั้งติดตามได้ที่ https://business.ais.co.th

บทความนี้เป็น Advertorial

RELATED ARTICLE

Responsive image

เพราะ เอสโตเนีย เป็นประเทศที่ ไม่เคยให้สิทธิพิเศษทางภาษีกับ Big Tech จึงทำให้ Startup ในประเทศโตวันโตคืน

สตาร์ทอัพเทคหน้าใหม่ในท้องถิ่นของเอสโตเนียนั้นยังคงสามารถขยายตัวเติบโตได้ดีภายในประเทศ เพราะเอสโตเนียเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ปราศจากบรรษัทเทคโนโลยีข้ามชาติยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook...

Responsive image

‘ปั้นเด็กมีของ ให้ลองทำงานจริง’ กับ โครงการ WEDO Young Talent 2021 สร้าง talent ยุคใหม่ ขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย

“WEDO Young Talent Program” โครงการที่ตีความหมายใหม่ของคำว่า ‘เด็ก’ และ ‘ฝึกงาน’ โดยเริ่มจากการไม่มองว่าน้องเป็นเด็ก แต่คือ talent ยุคใหม่ที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ และทำงานด้านนวัต...

Responsive image

แร่หายากราคาพุ่งสูง อีกหนึ่งความท้าทายของบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม Hardware

บริษัทผลิตฮาร์ดแวร์อิเล็กทรอนิกส์ต่างประสบอยู่ในภาวะคับขัน หลังจากราคาแร่หายากพุ่งสูงท่ามกลางอุปสงค์ที่เพิ่มมากขึ้น และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่นับวันจะรุนแรง...