งานสัมมนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘SME Growth Formula สูตรลับธุรกิจโตไปได้อีก’ ที่จัดขึ้นโดยธนาคารกสิกรไทยและพันธมิตร โดย Beacon VC บริษัทเงินร่วมลงทุนของธนาคารกสิกรไทย เป็นแกนหลักในการรวมผู้ก่อตั้ง/ซีอีโอสตาร์ทอัพตัวท็อปที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอมารวมตัวในเวทีเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น FlowAccount, HumanSoft, PRIMO และ LINE MAN Wongnai ที่มาแชร์กระบวนการคิด การใช้โซลูชันและ AI ช่วยแก้ปัญหา เจาะ Insight ตลอดจนสร้างการเติบโตให้ลูกค้าจนประสบความสำเร็จ ทั้งยังให้ลูกค้าที่ใช้บริการโซลูชันธุรกิจในพอร์ต Beacon VC มาแชร์ประสบการณ์ตรงในมุมการใช้ AI และข้อมูลขับเคลื่อนธุรกิจ การเลือกพาร์ตเนอร์มาช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างสวยงาม ฯลฯ
3 Session กับ 4 สตาร์ทอัพตัวท็อปในพอร์ต Beacon VC มีดังนี้
ภายในงาน ‘SME Growth Formula สูตรลับธุรกิจโตไปได้อีก’ ทั้ง FlowAccount, HumanSoft, PRIMO และ LINE MAN Wongnai ไม่เพียงส่งต่อแนวคิดเชิงกลยุทธ์ แต่ยังปูทางให้ SME ที่เป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทย ได้ ‘เข้าถึงความรู้ เข้าใจโซลูชัน และเข้าใกล้แหล่งทุน’ มากขึ้น ผ่านการพูดคุยใน 3 Session คัดสรร ได้แก่

ในหัวข้อ ‘AI-Powered Commerce: ใช้ AI เปลี่ยนข้อมูลลูกค้าให้ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ’ เป็นการพูดคุย แชร์ประสบการณ์การใช้ประโยชน์จาก AI โดย คุณวีร์ สิรสุนทร ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง PRIMO และ คุณจักรชลัช เกษจำรัส ผู้ร่วมก่อตั้ง JOURNAL
โดย PRIMO เป็นผู้ให้บริการ AI-powered CRM (ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า) ซึ่งอยู่เบื้องหลังร้านค้า เช่น ร้านกาแฟ Roots ทั้งยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัลให้องค์กรธุรกิจชั้นนำ เช่น แอปพลิเคชัน The 1 (เซ็นทรัล), แอป Bumrungrad (โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์), แอป OneD (จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่) ทั้งยังพัฒนาแชตบอต AI ชื่อ ‘ใบเตย’ ให้ลูกค้าใช้
ส่วน JOURNAL แบรนด์ที่ต้องการนำ ‘ความเป็นไทย’ มาเล่าเรื่องในมุมมองใหม่ผ่าน ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เรื่อง ‘กลิ่น’ โดยผลิต Body Oil ที่มีกลิ่นเฉพาะ และเริ่มเป็นที่รู้จักของคนไทยในฐานะ Personal Care และ Body Care
JOURNAL มีร้านสาขา 2 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ปักธงจำหน่ายสินค้าพรีเมียมที่ใครก็เข้าถึงได้ (Accessible Premium) และสามารถทำยอดขายเกินร้อยล้านบาทในปีที่ 2 ซึ่งลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวมากถึง 99% แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ยอดขายสินค้าลดลงจากเดือนละ 10 ล้านบาท เหลือ 4 ล้าน 2 ล้าน และกลายเป็นศูนย์ในช่วงเวลา 3 เดือน คุณจักรชลัชจึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ โดยการเข้าสู่ตลาดออนไลน์ ใช้ Influencer ช่วยทำตลาด Body Oil ใช้แพลตฟอร์ม TikTok และสุดท้ายก็ใช้ทุกช่องทางออนไลน์โปรโมตสินค้าในปี 2020 แต่ยอดขายที่ได้อยู่ที่ราวเดือนละ 10,000 บาทเท่านั้น! คุณจักรชลัชจึงคิดเรื่องการเก็บข้อมูลลูกค้าโดยตรงเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและเข้าใจลูกค้าให้ได้มากที่สุด

คุณจักรชลัชจึงเริ่มเก็บข้อมูล ‘ลูกค้าจากหน้าร้าน’ และ ‘เชื่อมต่อกับ e-Marketplace’ พัฒนาเว็บไซต์ Journal.world เพื่อเป็นช่องทางเล่าเรื่องแบรนด์และสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ทั้งยังเชื่อมต่อ Loyalty Program กับคูปองและคะแนนจากคำสั่งซื้อในทุกช่องทาง และให้ PRIMO เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ โดยคุณจักรชลัชบอกว่า เลือก PRIMO เพราะคุยแล้วเข้าใจ ‘จริต’ เจ้าของแบรนด์ที่มีความเป็นเถ้าแก่และพร้อมที่จะร่วมกันพัฒนาสิ่งใหม่
ต่อมาฐานข้อมูลลูกค้า JOURNAL มีขนาดใหญ่ขึ้น ความท้าทายคือจะวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไรให้ทันโดยไม่ต้องจ้าง Data Scientist แพงๆ PRIMO จึงพัฒนา ‘ใบเตย’ (Agentic AI) มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ซึ่งเป็น AI ที่สั่งการได้เอง (Agentic Workflow) เช่น สร้างกลุ่มเป้าหมาย (Audience Segmentation) ยิงแคมเปญโปรโมชันอัตโนมัติ

JOURNAL พบว่านักท่องเที่ยวจีนจากฮ่องกง สิงคโปร์ และจีนแผ่นดินใหญ่ ชอบกลิ่นสินค้าแตกต่างกัน จึงนำข้อมูลไปปรับสต็อกสินค้าในแต่ละสาขาซึ่งตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด
JOURNAL ใช้ข้อมูลจากโปรแกรม Loyalty และแบบสอบถามเพื่อยืนยันสมมติฐานว่า Body Mist เหมาะกับกลุ่ม Gen Z และตัดสินใจลงทุนกับการทำแพ็กเกจจิงใหม่ ร่วมกับการจ้าง ‘โฟร์ท ณัฐวรรธน์’ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อเจาะตลาด Gen Z ส่งผลให้ยอดขาย Body Mist เติบโตอย่างก้าวกระโดด และยอดขายน้ำหอมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยในปี 2568 JOURNAL มีรายได้สูงถึง 575 ล้านบาท (เติบโตเกือบเท่าตัวจากปี 2567) แรงหนุนสำคัญคือสินค้าในกลุ่ม Body Oil และการดึงศิลปินดังอย่าง ‘พีพี-กฤษฏ์’ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์
เส้นทางของ JOURNAL พิสูจน์ให้เห็นว่า การเติบโตจากแบรนด์ออฟไลน์ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 99% แม้เจอวิกฤตโควิด-19 ก็สามารถพลิกฟื้นกลับมาผงาดในตลาดอีคอมเมิร์ซและขยายฐานลูกค้าในประเทศได้ ซึ่งหัวใจสำคัญไม่ใช่แค่ การใช้ช่องทางขายออนไลน์ครบทุกแพลตฟอร์ม แต่คือ การมีระบบบริหารจัดการข้อมูลลูกค้า (CRM) ที่แข็งแรง มีพันธมิตรอย่าง PRIMO เสริมแกร่งได้อย่างลงตัว และกล้าที่จะ ‘เปิดรับเทคโนโลยี’ เข้ามาติดอาวุธให้ธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม คุณวีร์และคุณจักรชลัชย้ำเตือนประเด็นเดียวกันว่า AI จะเก่งไม่ได้เลยหากไม่มี ‘Data Infrastructure’ โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่ดีพอเสียก่อน
และในอนาคตก็มีแผนเชื่อมโยงกับแชตบอต เช่น ChatGPT, Gemini ผ่าน MCP (Multi-Channel Connector) เพื่อทำให้การใช้งานระบบง่ายขึ้น
"การลงทุนในเทคโนโลยีและระบบ CRM อาจดูเป็นการลงทุนที่ใช้เงินก้อนใหญ่ แต่หากมีเป้าหมายการเติบโตที่ชัดเจน ถือเป็นการลงทุนที่สำคัญ และไม่ใช่แค่ลงทุนด้านระบบ การลงทุนในพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจธุรกิจก็สำคัญเช่นกัน" ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง JOURNAL ฝากข้อคิดให้ SME ไทย

หัวข้อนี้เป็นวงเสวนาที่รวมผู้เชี่ยวชาญจาก ธนาคารกสิกรไทย, FlowAccount และ HumanSoft มาพูดคุยเกี่ยวกับ ‘สัญญาณเตือน’ เมื่อธุรกิจ SME โตเร็วกว่าระบบที่ใช้งานอยู่ ต่อด้วยการนำเสนอแนวทางแก้ไข และโซลูชันที่เข้ามาแก้ปัญหา รับจบทุกความต้องการของ SME
รวมสัญญาณเตือนที่บ่งชี้ว่า ‘ธุรกิจ’ โตเร็วกว่า ‘ระบบ’
คุณสุพจน์ บุศราวงศ์ ผู้บริหารฝ่ายบริการจัดการด้านการเงิน ธนาคารกสิกรไทย ระบุสัญญาณสำคัญด้านการเงินที่บ่งชี้ว่าธุรกิจกำลังเติบโตเร็วกว่าระบบที่มีอยู่ว่า หรือ ยอดขายโต แต่เงินสดกลับตึงมือ (Cash Flow Crisis) ซึ่งเห็นได้จาก 1) ยอดขายที่เพิ่มขึ้นแต่กระแสเงินสดกลับหมุนไม่ทัน 2) เจ้าของธุรกิจต้องใช้เวลามากเกินไปในการจัดการเรื่องการเงินส่วนตัวและการอนุมัติงาน 3) ชีวิตส่วนตัวได้รับผลกระทบจากการทำงานหนักเพราะเรื่องเงิน
ในด้านระบบและข้อมูล คุณกฤษฎา ชุตินธร ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง FlowAccount ชี้สัญญาณเตือนหากเจ้าของธุรกิจรู้สึกว่า 1) เงินสดไม่พอใช้ 2) ไม่สามารถอธิบายได้ว่า ยอดขายลดลงหรือเพิ่มขึ้นเพราะอะไร 3) ไม่สามารถคาดการณ์กระแสเงินสดล่วงหน้าได้ เพื่อเตรียมแนวทางแก้ไขปัญหา เช่น ไม่รู้ว่าธุรกิจจะไปต่อได้อีกกี่เดือน ถ้าไม่มีรายได้เข้าบริษัท และ 4) ไม่สามารถแยกต้นตอของปัญหาที่แท้จริงได้ เช่น แทนที่จะวิเคราะห์ปัญหาภายในบริษัท กลับโทษที่ปัจจัยภายนอกอย่างเรื่องเศรษฐกิจ (Macroeconomics)
คุณอัษฎาวุธ จิตตเสถียร ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง HumanSoft เผยสัญญาณเตือนด้านบุคลากร เช่น 1) พนักงานบ่นว่างานเยอะขึ้นแต่กระบวนการและจำนวนคนเท่าเดิม 2) งานไปกระจุกอยู่ที่คนใดคนหนึ่ง กลายเป็นคอขวดขององค์กร และ 3) ซีอีโอหรือเจ้าของบริษัทต้องลงไปเป็น ‘นักดับเพลิง’ เข้าไปช่วยแก้ปัญหาบ่อยครั้ง

คุณสุพจน์กล่าวถึง ระบบบัญชี ว่า SME ควรลงทุนกับการทำ Financial Visibility ให้เห็นชัดเจน รับรู้รายรับรายจ่ายในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า เพื่อบริหารสภาพคล่องได้ดียิ่งขึ้น ต่อด้วยการแนะให้ เจ้าของธุรกิจใช้เวลาวิเคราะห์และโฟกัสสิ่งจำเป็น เช่น การขยายกิจการหรือชะลอธุรกิจ แทนที่จะจมอยู่กับเนื้องานในภาคปฏิบัติ (Operation)
และใช้โซลูชันการเงินกับให้อำนาจตัดสินใจ เนื่องจากธนาคารกสิกรไทยมีโซลูชันที่เหมาะสมกับธุรกิจที่กำลังเติบโตและต้องการขยายกิจกรรม จึงแนะนำให้กำหนดอำนาจการจัดการเรื่องการเงินตามสาขาหรือจำนวนเงิน เพื่อลดภาระงานของเจ้าของธุรกิจลง
คุณกฤษฎาจาก FlowAccount แนะให้ธุรกิจโฟกัส การบริหารการเงินส่วนตัว ว่าเจ้าของธุรกิจควรเข้าใจนิสัยการใช้เงินส่วนตัว ไม่นำเงินไปใช้กับบริษัททั้งหมด และ ต้องสร้างวินัยทางการเงิน เช่น กำหนดเวลา 2 ชั่วโมงทุกวันศุกร์หลังวันที่ 15 ของเดือน เพื่อทบทวนบัญชี กระแสเงินสด และเงินเดือน นอกจากนี้ หากมีการประชุม ให้เรียกผู้เกี่ยวข้องกับการใช้เงินบริษัทมาสร้างความตระหนักรู้ร่วมกัน
คุณอัษฎาวุธจาก HumanSoft พูดถึงการจัดการด้านกระบวนการ (Process Management) ว่า ควรสร้างระบบหรือกระบวนการที่ทำให้งานบางอย่างสามารถใช้คนหรือระบบเข้ามาช่วย โดยไม่จำเป็นต้องผ่านเจ้าของธุรกิจเสมอไป และให้เจ้าของโฟกัสแต่ทิศทางธุรกิจที่จะมุ่งไป รวมถึงรู้จักปฏิเสธสิ่งที่ไม่ตรงกับเป้าหมายทางธุรกิจ

คุณสุพจน์ชูเรื่อง การสร้างระบบเพื่อทีมงาน เช่น หากต้องการให้ทั้งบริษัทประสบความสำเร็จร่วมกัน ควรสร้างระบบที่ช่วยลดข้อผิดพลาดจาก Human Error และมีเครื่องมือช่วยให้ทีมงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณกฤษฎาบอกว่า ธุรกิจต้องตระหนักรู้ขีดความสามารถทางการเงินก่อน ว่าบริษัทมีเงินสำรองเท่าไหร่ และจะอยู่ได้กี่เดือนหากไม่มีรายได้ เพื่อตัดสินใจลงทุนหรือขยายธุรกิจอย่างมีสติ
ฝั่งคุณอัษฎาวุธยกเรื่องหลักที่เจ้าของต้องรู้ต้องคิด นั่นคือ รู้ว่าต้องการให้ธุรกิจเติบโตไปในทิศทางใด เช่น ต้องการเป็นธุรกิจร้อยล้าน หรือเป็นธุรกิจที่จะเข้าตลาด mai เพื่อออกแบบกระบวนการและโครงสร้างองค์กรได้อย่างเหมาะสม
และในตอนท้ายของ Session นี้ ธนาคารกสิกรไทย เผยโซลูชัน ‘K-Cash CONNECT PLUS’ หรือ ‘KBank Cash Connect’ ที่เชื่อมต่อกับ FlowAccount ระบบบริหารบัญชีธุรกิจ และ HumanSoft แพลตฟอร์มจัดการเงินเดือน เป็น 3-in-1 Ecosystem เพื่อช่วยธุรกิจ จัดการระบบบัญชีและการเงินหลังบ้านได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น
สรุปได้ว่า เสาหลักที่ต้องเร่งจัดระเบียบใน Session นี้มี 3 เรื่อง 1) Finance - SME ต้องมีวินัยทางการเงินและมองเห็นกระแสเงินสดล่วงหน้า 3-6 เดือน, 2) Process - ต้องสร้างระบบอัตโนมัติเพื่อลดภาระงาน ลดการพึ่งพาเถ้าแก่หรือเจ้าของธุรกิจ ด้วยการใช้ระบบหลังบ้านอัจฉริยะ และ 3) People - ด้วยการสร้าง Management Layer และกระจายอำนาจ (Delegation) การตัดสินใจ

ปิดท้ายด้วย คุณยอด ชินสุภัคกุล ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง LINE MAN Wongnai ที่มาเผยอินไซต์และพฤติกรรมผู้บริโภคตัวจริงจากฐานข้อมูลร้านค้ากว่าแสนแห่งทั่วประเทศ พร้อมด้วยสรุปการเปลี่ยนแปลงสำคัญของธุรกิจ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยยก Keyword สำคัญเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ความคุ้มค่า เรื่องราวที่น่าสนใจ ความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ และการรักษาลูกค้าเก่า ซึ่งเทคซอสสามารถอธิบายเชิงสรุปได้ ดังนี้

ด้านการเตรียมตัวเพื่อพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงในอนาคต คุณยอดให้คำแนะนำส่งท้ายแก่ผู้ประกอบการว่า…
![]()
ทั้งหมดนี้บอกได้ว่า SME Growth Formula เป็นอีกเวทีคุณภาพที่ส่งต่อสูตรลับ ประสบการณ์ มุมมองด้านธุรกิจ องค์ความรู้ และตัวอย่างการใช้เทคโนโลยี ซึ่งมัดรวมเป็น Playbook ที่นำไป ‘ใช้งานได้จริง’ และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้ในอนาคต
แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการติดขัดด้านความรู้ เครื่องมือ หรือต้องการการสนับสนุนทางการเงิน ธนาคารกสิกรไทยซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการ SME ภายใต้แนวคิด ‘We Groom, You Grow’ พร้อมที่จะให้ความรู้ด้านการเงิน การตลาด AI และการจัดการธุรกิจด้วย Data Insight ตลอดจนสามารถสนับสนุนโซลูชันและบริการสินเชื่อ SME ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่กำลังเติบโตได้อย่างเฉพาะเจาะจง ไม่ว่าธุรกิจนั้นๆ จะขับเคลื่อนอยู่ในน่านน้ำสีใด
บทความนี้เป็น Advertorial
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด