เมืองเซมโบะกุของญี่ปุ่นนั้นล้อมรอบไปด้วยภูเขา ประกอบกับน้ำพุร้อน อีกทั้งเป็นที่ตั้งของทะเลสาบทาซาวะที่สวยงามตระการตา แต่ก็เหมือนกับเมืองอื่นในพื้นที่ชนบท และอีกหลายประเทศที่พัฒนา เซมโบะกุกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านจำนวนประชากร เนื่องจากอัตราการเกิดต่ำและคนหนุ่มสาวอพยพเข้าไปทำงานในเมืองมากขึ้น ทำให้ที่จากเดิมมีประชากร 26,400 คน ประชากรลดลงถึงปีละ 500 คน และกว่า 40% ก็มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

พัฒนานวัตกรรมดึงคนหนุ่มสาวกลับชนบท

ในการดึงให้คนหนุ่มสาวกลับมาทำงานในภาคชนบทมากขึ้น ที่นี่ก็ได้ตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนตร์อัจฉริยะ เริ่มจากโดรน ในปี 2016 เซมโบะกุ ถูกกำหนดให้เป็นเขตยุทธศาสตร์พิเศษแห่งชาติภายใต้ยุทธศาสตร์การปฏิรูปของรัฐบาลญี่ปุ่น เปิดโอกาสให้เมืองนี้สามารถทดลองนวัตกรรมได้

ในปี 2016 เมืองเซมโบะกุ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโดรนนานาชาติครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น (Drone Impact Challenge Asia Cup) มีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 50 คน จากญี่ปุ่นและอีก 6 ประเทศจากแถบเอเชีย

ภาพจาก Drone Impact Challenge

ทดลองโซลูชั่นยานยนตร์แบบเคลื่อนที่และส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร AgTech

ในปีเดียวกันก็ได้เปิดพื้นที่ทดสอบโดรนขนาดใหญ่ถึง 200 เฮคเตอร์ ในสกีรีสอร์ทเก่า ทำให้มีผู้สนใจ เริ่มอยากพัฒนาทักษะด้านนี้ กระตุ้นให้เมืองเปิดสนามแข่งโดรนเล็ก ๆ ในเมืองคาลูโนดาเตะตามมาอีก ในปีนี้ยังจัดเทศกาลภาพยนตร์จากโดรนนานาชาติ ที่ส่งมาจากทั่วทั้งญี่ปุ่น นอกจากนี้ได้มีการทดลองส่งหนังสือพิมพ์ และหนังสือไปยังห้องสมุดตามโรงเรียนอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีบริการฉีดพ่นพืชผลให้เกษตรกรในท้องถิ่นโดยใช้โดรน ซึ่งมีราคาถูกกว่าการใช้เฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กที่ควบคุมจากระยะไกล

อีกหนึ่งความพยายามในการพัฒนาด้าน Agritech คือทำการติดตั้งเรือนกระจกโดยใช้เทคโนโลยีไอโอที (Internet of Things (IoT)) เซ็นเซอร์จะสามารถทำการตรวจสอบอุณหภูมิความชื้นแสงแดดและปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อพืชได้ โดยข้อมูลจะถูกส่งไปยังมือถือของเกษตรกร ช่วยให้ประหยัดเวลาและแรงงานมากขึ้น

นอกจากนี้ยังทดสอบโซลูชั่นยานยนตร์แบบเคลื่อนที่ โดยโครงการได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะรัฐมนตรี เปิดให้บริการทดลองใช้รถโดยสารสาธารณะที่ไม่มีคนขับตามแนวชายฝั่งทะเลสาบทาซาวะ

ความพยายามในครั้งนี่ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการรับมือสังคมผู้สูงอายุ โดยโดรนยังสามารถช่วยผู้สูงอายุในการขนของไปส่งที่บ้าน หรือแม้กระทั่งช่วยตามหาคนหายในป่า และที่ล้ำไปกว่านั้น ตอนนี้ทางญี่ปุ่นกำลังหาวิธีการปรับใช้รถบัสที่ขับเคลื่อนด้วยตนเองสำหรับให้บริการนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

Wantedly พลิกโฉมคนหางานในยุคดิจิทัล

อีกหนึ่งบทพิสูจน์ของญี่ปุ่นในความพยายามขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้น คือบริษัท Startup ที่กำลังมาแรงจากโตเกียวอย่าง Wantedly ที่ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับบริษัทจัดหางาน ที่นับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

อ่านเพิ่มเติม: คุยกับ CEO แห่ง 'Wantedly' : Akiko Naka สาวญี่ปุ่นผู้ขึ้นแท่น Influencer แห่งวงการ Startup

Wantedly แพลตฟอร์มที่เชื่อมคนหางานและบริษัท โดยการใช้แรงบันดาลใจและแพชชันเป็นตัวเชื่อม ผู้ใช้งานจะไม่เห็นรายละเอียดเกี่ยวกับเงินเดือนและสวัสดิการในเว็บ มากไปกว่านั้น แทนที่จะส่งใบสมัครงานแล้วรอสัมภาษณ์ ผู้ใช้งานสามารถเลือกที่จะแวะเข้าไปยังบริษัทก่อนเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับบริษัท พบปะพูดคุยกับพนักงานคนอื่น ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ

portraitportrait

กลุ่มเป้าหมายหลักคือ คนรุ่นใหม่ยุคดิจิทัล ที่ต้องการละทิ้งขั้นตอนหางานแบบเก่าอย่างการส่งเรซูเม่และรอสัมภาษณ์ Wantedly ได้ปรับวิธีการหางานแบบใหม่ หรือที่ Akiko Naka ซีอีโอ Wantedly เรียกว่า 'Social recruiting'

เราตั้งใจนิยามมันเหมือนกับขั้นตอนการเดท Wantedly จะเป็นผู้เริ่มสร้างความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย ให้ดำเนินต่อไปเป็นความสัมพันธ์ที่ยาวนาน

"เมื่อตอนห้าปีที่แล้วช่วงเปิดบริษัทใหม่ๆ มีเก้าบริษัทจากทั้งหมดสิบบริษัทที่ไม่เห็นด้วยกับโมเดลนี้ ให้เหตุผลว่าพวกเขาไม่มีเวลาขนาดนั้น แต่จะเห็นได้ว่าโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันเรามีลูกค้ามากกว่า 30,000 ราย"

Akiko ชี้ให้เห็นถึงวิธีการหางานของญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนไป โดยในปี 2018 Nippon Keidanren (Japan Business Federation) องค์กรธุรกิจที่มีบทบาทสูงต่อการชี้นำนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลญี่ปุ่น อีกทั้งมีหน้าที่เป็นปากเสียงของภาคธุรกิจคู่กับสังคมญี่ปุ่นมายาวนาน ได้ทำการยกเลิกกฎเกณฑ์ที่ใช้บังคับเมื่อบริษัทกว่า 1,400 แห่ง สามารถทำการว่าจ้างนักศึกษาได้ โดยการการเปิดเสรีด้านนี้จะส่งผลให้มีการจ้างงานและมีการเติบโตมากขึ้น

Akiko Naka วัย 34 ปี เป็นหนึ่งในซีอีโอหญิงที่อายุน้อยที่สุดของญี่ปุ่น เริ่มก่อตั้งบริษัทในปี 2010 หลังจากเปลี่ยนงานมาสักพัก โดยในปี 2008 เธอได้ทำงานกับโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) บริษัทหลักทรัพย์อันดับยักษ์ของโลก อีกทั้งได้พยายามทำตามฝันในการเป็นนักวาดการ์ตูน แต่ไม่ถึงหนึ่งปีก็หันไปทำงานให้ Facebook แต่ในที่สุดก็ค้นพบว่าการทำบริษัทส่วนตัวนั้นคืออะไรที่ใช่มากกว่า

อ่านเพิ่มเติม: เคล็ดลับความสำเร็จของ CEO 'Wantedly' กับการหาคนทำงานที่ใช่ ในยุคที่เปลี่ยนแปลง

ในปี 2560 บริษัทได้เข้าตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ปัจจุบันมีพนักงานทั้งหมด 100 คนในประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์

ความสำเร็จที่ผ่านมา ทาง Wantedly ได้ช่วยหลายบริษัทเติบโต ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการเรียกรกแท็กซี่อย่าง JapanTaxi ก็ได้ใช้แพลตฟอร์มของ Wantedly ในการหาคน หลังจากนั้นก็ได้มีผู้ดาวน์โหลดแอพมากกว่า 6 ล้านครั้ง ล่าสุดปี 2018 ก็ได้ประกาศรับเงินลงทุนจาก Toyota Motor รวมมูลค่ากว่า 7.5 พันล้านเยนหรือ 67.9 ล้านดอลลาร์

ภาพจาก JapanTaxi

"Wantedly เปิดโอกาสให้บริษัทได้พบกับคนทำงานที่ใช่ ในแบบที่พวกเขาจะไม่มีโอกาสได้พบเหมือนกับการหางานแบบเก่า จุดต่างของเราคือคนหางานจะสามารถทำการ pitch กับบริษัทหลังจากพบกัน ในตอนนี้ Startup แทบจะทุกบริษัทได้อยู่ในแพลตฟอร์มของ Wantedly เราจะทำการสนับสนุนธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง และขยายธุรกิจของเราต่อไป” Akiko กล่าว

 

อ้างอิงภาพและเนื้อหาข่าวจาก:

RELATED ARTICLE

Responsive image

คุยกับ AIS ทำไมต้องทดสอบ 5G ทุกภาคทั่วไทย และมุมมองต่อ 5G ที่ 'ภาคธุรกิจ' ต้องรับมือ

หลังจากที่ AIS เดินสายทดสอบประสิทธิภาพของ 5G เป็นที่น่าสังเกตว่าการทดสอบครั้งนี้ มี Smartphone มาเกี่ยวข้องน้อยมาก และมีส่วนผสมของนวัตกรรมใหม่ในด้านธุรกิจอย่างมากมาย เราจึงขอพูดคุย...

Responsive image

Facebook เผยผลสำรวจการแชททำให้คนซื้อสินค้ามากขึ้น พร้อมเทคนิคการขายผ่าน Conversational Commerce

Conversational Commerce หรือการแชทคุยกับร้านค้าเพื่อซื้อสินค้านั่นเอง และหนึ่งในช่องทางสำคัญในการซื้อขายรูปแบบนี้ก็คือ Facebook Messenger ที่ได้มาเผยผลสำรวจการซื้อขาย Facebook Mess...

Responsive image

ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มโอกาสทางการแข่งขันของธุรกิจ

ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-TAX Invoice คือหนึ่งในช่องทางที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจในการออกใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทดแทนที่เป็นกระดาษแบบเดิม ทำให้การออกใบกำบภ...