ถ้าพูดถึงโคราช หลายคนอาจนึกถึงประตูสู่อีสาน หรือกางเกงแมวสุดฮิต แต่ในวงเสวนาล่าสุดระหว่าง คุณอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าฯ โคราช และคุณไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้าฯ ภาพที่ปรากฏออกมากลับยิ่งใหญ่กว่านั้น เพราะโคราชกำลังวางหมากเป็น Innovation Hub แห่งใหม่ที่โลกต้องจับตา

นี่คือ 4 ประเด็นเด็ดที่สรุปมาให้แล้วว่า ทำไมโคราช ถึงกำลังจะเป็นเมืองที่น่าลงทุนที่สุดในนาทีนี้
ในอดีตเราอาจมองว่าอีสานคือเมืองเกษตร แต่โคราชคือข้อยกเว้นที่น่าสนใจมาก อาทิ
โคราชเป็นจังหวัดเดียวในอีสานที่สัดส่วน GDP มาจาก ภาคอุตสาหกรรมและบริการรวมกันมากกว่า 80% (อุตสาหกรรม 15% และบริการ/ท่องเที่ยว 50%) ขณะที่ภาคเกษตรอยู่ที่ 15% นี่คือสัญญาณว่าโครงสร้างพื้นฐานและทักษะแรงงานในพื้นที่มีความพร้อมรับระบบ Automation และ Manufacturing ขั้นสูงแล้ว
และด้วยพื้นที่จังหวัดที่ใหญ่มากแห่งหนึ่งในไทย และประชากรมากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ทำให้โคราชมี Scalability สูงมากสำหรับนักลงทุนที่ต้องการตั้งฐานการผลิตหรือศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขยายพื้นที่ในอนาคต
การเดินทางและ Logistic คือเส้นเลือดใหญ่ และโคราชกำลังจะมีเส้นเลือดที่ทรงพลังมาเติมเต็ม ได้แก่ M6 มอเตอร์เวย์ ที่จะช่วยปลดล็อกการเดินทางจากกรุงเทพฯ ให้เหลือเพียง 1.5 - 2 ชั่วโมง ช่วยให้การเข้าถึงพื้นที่ทำได้รวดเร็วเหมือนอยู่ปริมณฑล
และการมาถึงของรถไฟความเร็วสูง (สายแรกของไทย) และรถไฟทางคู่ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการขนส่งสินค้าและการเดินทางของผู้คน ทำให้การทำงานแบบ Work from Korat แต่ไปประชุมกรุงเทพฯ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริง
และสุดท้ายคือ การได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพพืชสวนโลก 2572 คือตัวเร่งสำคัญที่จะบีบให้โครงสร้างพื้นฐานและการจัดการเมืองต้องเสร็จสมบูรณ์ภายในเดดไลน์ และจะดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลจากนักท่องเที่ยวและนักลงทุนทั่วโลก
โคราชมี Ecosystem ด้านการวิจัยที่ล้ำกว่าที่หลายคนคิด ทั้งสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนแห่งเดียวในไทย เป็นเทคโนโลยีระดับยิงแยกอะตอมเพื่อวิจัยวัสดุศาสตร์ ยา และอาหารขั้นสูง ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญที่จะดึงดูดบริษัท R&D ระดับโลก
รวมถึงยังมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในพื้นที่ (เช่น มทส.) ทำให้โคราชมีความพร้อมในการทดลองเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งด้านพลังงานสะอาด และวัสดุอัจฉริยะ
และจุดแข็งสุดท้ายคือ การมีมหาวิทยาลัยหลักถึง 4 แห่ง (มทส., ราชภัฏ, ราชมงคล และวงษ์ชวลิตกุล) คือแหล่งผลิต Digital Talent ป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานในพื้นที่โดยตรง
Tech Ecosystem จะเกิดได้คนต้องอยากอยู่ ซึ่งโคราชกำลังทำเรื่องนี้ผ่าน 2 กลยุทธ์ ได้แก่
โคราชยุคใหม่ไม่ใช่แค่ประตูสู่อีสาน แต่คือ เมืองแห่งโอกาสที่ภาครัฐพร้อมปลดล็อกกฎเกณฑ์เพื่อหนุนเอกชนและ Tech Talent อย่างเต็มตัว ด้วยจิ๊กซอว์โครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์และอาวุธลับอย่าง Deep Tech ที่จะเปลี่ยนเมืองมรดกโลกให้กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม นี่คือจังหวะสำคัญที่คนเก่งต้องกลับบ้านมาสร้าง Ecosystem เพื่อพิสูจน์ว่าโคราชพร้อมแล้วที่จะเป็นเมืองคู่ขนานระดับโลกเคียงข้างกรุงเทพฯ
ข้อมูลจาก Session Korat Innovation Blueprint: ผนึกพลังรัฐ-ธุรกิจ-มหาวิทยาลัย ในงาน ในงาน Techsauce Next Entrepreneur's Summit 'The Gateway to Isan'
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด