ถ้าคุณกำลังวางแผนการตลาดให้กับ Startup ของคุณอยู่ หนึ่งในเครื่องมือที่วันนี้อยากแนะนำให้รู้จักคือ "User Journey" ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่าง การตลาด, UX และผลิตภัณฑ์ ต้องออกตัวก่อนว่าบทความนี้อ่านคงไม่พอ มันเป็นเสมือน Workshop ที่คุณสามารถไปทำร่วมกับทีมได้ ทั้งกับ Cofounder หรือคนเดี่ยวๆ โดยเตรียมกระดานและ Post-It เอาไว้

ขั้นที่ 1: วาดแถวขึ้นมา 3 แถวบนกระดาน อันประกอบด้วย (1) “User” (2) “Journey” และ (3) “Website/App”

  • User: กลุ่มลูกค้าของเรา
  • Journey:  ขั้นตอนก่อนที่ผู้ใช้จะเข้ามายัง website/webapp หรือดาวน์โหลด  app ของคุณ
  • Website/App: website/webapp หรือ mobile app ของคุณ

user_journey1

ขั้นที่ 2: ใช้ Post-It กำหนดรายละเอียดของ User

ใครคือกลุ่มเป้าหมาย ลองนึกภาพออกมาเป็นบุคคลจริงๆ โดยการระบุ Consumer Personas ควรประกอบด้วย

  • เพศ
  • ช่วงอายุ
  • สถานที่
  • รายได้
  • ความสนใจ และทำไม Startup ของเราถึงน่าสนใจต่อพวกเขา
  • เทคโนโลยี เว็บไซต์อะไร หรือแอปฯ ไหนที่พวกเขาใช้

นำเอาคุณลักษณะเหล่านี้เขียนแยกใน Post-It และอย่าลืมว่าใช้สีเดียวสำหรับแต่ละโน้ตเดียวกัน เพราะเราจะใช้สีเป็นตัวแยก

user_journey3

เฉกเช่นเดียวกันถ้าใครทำธุรกิจสาย B2B ก็สามารถใช้เครื่องมือนี้ แต่จะมีค่าที่แตกต่างกันไป โดยส่วนหลักๆ สำหรับ Business Personas คือ

  • ตำแหน่งหรือหน้าที่ความรับผิดชอบของกลุ่มลูกค้า
  • รูปแบบบริษัท/ภาคธุรกิจ
  • สถานที่
  • รายได้ต่อปี
  • จำนวนพนักงาน
  • พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีในองค์กร, พวกเขาใช้ซอฟแวร์อะไร และเว็บไซต์อะไรที่พวกเขาเข้า

user_journey4

นำทั้งหมดมาเรียงในช่อง User และหน้าตาจะออกมาประมาณนี้ดังรูป

user_journey5

ขั้นตอนที่ 3: สร้าง Post It สำหรับ User Journey ไปยัง Website/App ของคุณ

เช่นเดียวกับขั้นตอนที่ 2 ให้คุณลองนึกถึงผู้ใช้ และถามตัวเองว่า "พวกเขาจะทำอะไรก่อนเข้า Website/App? ของเรา?" และที่สำคัญ "ทำไมเขาต้องเข้ามา"

โดยปกติแล้วมนุษย์เราจะทำอะไรสักอย่างก็ต้องมีเหตุผล ต้องมีแรงกระตุ้น ดังนั้นอะไรที่เป็นการกระตุ้นให้พวกเขามาใช้บริการของคุณ ถ้าคุณกำลังทำ Healthcare Startup แรงกระตุ้นพวกเขาคือต้องการรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของพวกเขา ทำให้พวกเขาต้องไปค้นหาข้อมูลผ่านทาง Google

ถ้าคุณทำ SaaS solution จัดการเรื่องการขนส่งสินค้า แรงกระตุ้นของผู้ใช้คือการค้นหาโซลูชั่นการขนส่งสินค้าที่เชื่อมต่อกับอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มที่พวกเขากำลังสนใจอยู่ พฤติกรรมของพวกเขาคือไปหาบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้

โดยสรุปแล้วก็คือ คุณต้องรู้ว่าอะไรเป็นแรงกระตุ้นและผลักดันผู้ใช้ และพฤติกรรมที่เป็นไปได้ที่จะทำให้พวกเขาค้นพบบริการของคุณผ่านทาง Website/App ให้เขียนขั้นตอนประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ออกมาเป็น Journey โดยละเอียด ถ้ามี Journey ประสบการณ์ใช้งานแบบอื่นๆ ให้ใช้ Post It สีอื่นและเรียงกันลงไป และใช้ลูกศรเชื่อมโยงแต่ละ Journey

user_journey6

user_journey7

ขั้นตอนที่ 4: สร้าง Post It สำหรับ User Journey บน Website/App ของคุณ

เมื่อผู้ใช้เข้ามายัง Website หรือ App ของคุณแล้ว เป็นขั้นตอนของ User Acquisition (แนะนำว่าให้ใช้ Google Remarketing หรือ Facebook Tracking Pixel เพื่อ Track คนเข้า Web และทำ Re-Targeted Ads ไว้ด้วย)

อย่างไรก็ตามการทำ Re Targeting นั้นไม่พอ จุดประสงค์หลักของตรงนี้คือ พยายามให้เกิดการสร้าง Account ผู้ใช้จริงๆ หรือกรอกอีเมลไว้ให้ ถ้าเป็น App คือการดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ ลงเครื่อง ให้ลองนึกถึง  Action ที่เกิดขึ้นได้บน Web/App ของคุณ เพื่อให้เกิดการสร้าง Account, กรอกอีเมล หรือดาวน์โหลด โดยเชื่อมโยงกับแต่ละ Journey ในช่องก่อนหน้า โดยใช้สีเดียวกันสำหรับ Journey เดียวกัน

user_journey8

เมื่อเรียงกันเสร็จจะออกมาดังรูป

user_journey9

ขั้นตอนที่ 5: สร้าง Actionable Plan

ตอนนี้คุณจะมีข้อมูลภาพรวมทั้งหมดของกลยุทธ์การดึงลูกค้า (User Acquisition) ให้เข้ามาใช้บริการของคุณ คุณสามารถนำข้อมูลนี้ไปพัฒนาต่อเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและการวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อ โดยประกอบด้วย

  • Analytics event tracking
  • Paid advertising campaigns
  • Content creation
  • SEO efforts
  • Landing page design
  • Product design

RELATED ARTICLE

Responsive image

ขอเชิญ นิสิต นักศึกษา และผู้ประกอบการ เข้าร่วมประกวด Mobile Solutions ภาครัฐ ชิงถ้วยพระราชทานและเงินทุนสนับสนุน

แอปหลากหลายแอป ออกมาเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่เราเจอในชีวิตประจำวัน ทั้งแอปเรียกแท็กซี่ แอปสั่งอาหาร แอปรับพัสดุไปรษณีย์ ทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น......

Responsive image

สัมภาษณ์พิเศษ QueQ กับแรงบันดาลใจก้าวสู่เวทีระดับโลก ด้วยการนำ OKR มาใช้

ในวงการ Startup หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกว่า Startup ที่ชื่อ QueQ หนึ่งใน Startup ไทยที่มาช่วยจัดการบริหารคิวให้ง่ายขึ้น ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 20 คน และมีผู้ใช้งานกว่า 700,000 ร...

Responsive image

เว็บไซต์แคชแบ็ก Dealcha! ได้รับทุนเพิ่มจาก 500 TukTuks และ Solera

Dealcha! (www.dealcha.com) บริษัทสตาร์ทอัพอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2015 และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับเงินลงทุนเพิ่มจาก 500 TukTuks, Solera In...