ส่องดูสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนามกำลังเร่งสร้างอนาคตด้วยเทคโนโลยี แล้วไทยอยู่จุดไหน?

Techsauce ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในเซสชัน The Southeast Asian Corridor: Mastering the Dual-Flow of Global Innovation ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกและทิศทางใหม่ของ Southeast Asia แล้ว ยังเป็นโอกาสให้ได้มองไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเร่งสร้างอนาคตของตัวเอง และย้อนกลับมาตั้งคำถามกับประเทศไทยว่า เรากำลังเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตนั้นมากน้อยเพียงใด

ในอดีต Southeast Asia มักถูกมองว่าเป็นเพียงตลาดเกิดใหม่หรือฐานการผลิตต้นทุนต่ำของโลก และผ่านคลื่น tech ที่ boom มากๆ ช่วง ecommerce , tech startup companies ที่มี unicorn เกิดขึ้นมากมายใน region จนเข้าสู่ช่วง funding winter 
แต่ในปัจจุบัน บทบาทของภูมิภาคนี้กำลังน่าจับตาในอีกมุมมองใหม่

Southeast Asia กำลังกลายเป็น “Corridor” หรือจุดเชื่อมต่อสำคัญของโลก ที่รองรับการไหลเวียนของนวัตกรรม เงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากรคุณภาพสูงจากหลายภูมิภาคที่กำลังมองหาพื้นที่ที่มีเสถียรภาพและความเป็นกลาง ขณะเดียวกัน ระบบนิเวศของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคก็เริ่มพยายามสร้างความแข็งแรงและต่อยอดนวัตกรรมของตนเองไปสู่ตลาดโลก

ความน่าสนใจของ Corridor แห่งนี้คือ แม้จะเต็มไปด้วยความหลากหลายทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม และกฎระเบียบ แต่ความซับซ้อนเหล่านี้กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการต้องคิดในระดับภูมิภาคตั้งแต่วันแรก หรือ Think Regional from Day One ธุรกิจที่สามารถเติบโตท่ามกลางความแตกต่างเหล่านี้ได้ มักมีความยืดหยุ่นสูงและพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญในโลกยุคใหม่

อีกมิติที่ไม่ควรมองข้ามคือการเรียนรู้จากตลาดที่เคลื่อนไหวเร็วกว่า โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งทำหน้าที่เสมือนห้องทดลองขนาดใหญ่ของโลก เรามักเห็นพฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี และโมเดลธุรกิจใหม่เกิดขึ้นก่อน และค่อยๆ ถูกส่งต่อและปรับใช้ใน Southeast Asia ในช่วง 4–5 ปีถัดมา การมองเห็นสัญญาณเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้ทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐสามารถปรับตัวได้เร็วขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ หลายประเทศใน Southeast Asia ไม่ได้รอให้อนาคตมาถึง แต่กำลังเร่งกำหนดบทบาทของตัวเองอย่างชัดเจน

  • สิงคโปร์กำลังต่อยอดจากศูนย์กลางการเงินไปสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและ AI ของภูมิภาค ด้วยการดึงผู้เล่นรายใหญ่จากต่างประเทศมาลงทุนสร้าง Lab เป็นการพัฒนาระบบนิเวศน์ไปในตัว
  • มาเลเซียกำลังเร่งสร้างความได้เปรียบจากอุตสาหกรรม Semiconductor และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 
  • เวียดนามกำลังสร้างชื่อจากคนรุ่นใหม่ที่มีแรงขับเคลื่อนสูง พร้อมแข่งขันบนเวทีโลก และกำลังก้าวขึ้นมาเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีแห่งใหม่
  • อินโดนีเซียใช้ขนาดตลาดภายในประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อดึงเม็ดเงินเข้าไปลงทุน

ภาพเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า หลายประเทศในภูมิภาคเริ่มมองเห็นจุดยืนของตัวเองในเศรษฐกิจยุคใหม่ และกำลังลงทุนเพื่อสร้างความได้เปรียบในระยะยาว

เมื่อมองไปข้างหน้า AI กำลังเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของ Open Models ที่เปิดโอกาสให้ประเทศหรือองค์กรสามารถนำเทคโนโลยีมาต่อยอด Fine-tune และสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะทางได้ โดยไม่จำเป็นต้องแข่งขันในเกมเดียวกับมหาอำนาจเทคโนโลยีของโลก

ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึง AI หรือโฟกัสที่ AI users เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้โซลูชันที่พัฒนา มีโอกาสเติบโตจากโจทย์จริงไปพร้อมกัน (และต้องเป็นสิ่งที่เริ่มต้นได้เร็ว) เพราะนวัตกรรมจะพัฒนาได้ดีที่สุดเมื่อมีผู้ใช้งานจริง มีพื้นที่ให้ทดลอง และมีตลาดรองรับ การหมุนของวงจรเหล่านี้จะกลายเป็น Innovation Flywheel ที่ช่วยสร้างทั้งผู้ประกอบการ เทคโนโลยี บุคลากร และทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศในระยะยาว

จากเวทีระดับอาเซียน มองกลับมาที่ไทย

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านนี้อยู่ที่การพัฒนา Human Capital อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสร้าง AI Literacy ให้กับประชาชนในวงกว้าง ไปจนถึงการบ่มเพาะ AI Builders, Entrepreneurs และ Researchers ที่สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และธุรกิจใหม่ได้จริง

อีกหนึ่งโอกาสไทยคือ การเป็น "ผู้เชื่อมต่ออัจฉริยะ" (Smart Integrator) โดยนำคลื่นนวัตกรรมและความรู้ที่ไหลผ่าน Corridor นี้ มาออกแบบเป็น Tailor-Targeted Solution เพื่อติดอาวุธให้แก่ Real Sector ที่เราแข็งแกร่งอยู่แล้ว การนำ AI มาประยุกต์ใช้เฉพาะทาง อาทิ Healthcare, Tourism, Food & Agriculture และ Creative Economy

เป้าหมายสำคัญคือการผันตัวเองขึ้นมาเป็น "ผู้สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม" (Ecosystem Builder) ในอุตสาหกรรมเฉพาะทางเหล่านี้ เพื่อสร้างแต้มต่อที่ประเทศอื่นเลียนแบบได้ยาก

หากทำได้สำเร็จ จะไม่เพียงเป็นผู้รับประโยชน์จากคลื่นการเปลี่ยนแปลง แต่สามารถต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ไหลเข้ามาให้กลายเป็นมูลค่าใหม่ทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนในทิศทางนี้จำเป็นต้องมี “ตัววัดความก้าวหน้า” ที่ชัดเจน อาทิ

  • จำนวน AI Builders และ Innovators ที่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจได้จริง
  • ระดับการพัฒนา, ดึงดูดและรักษา Talent คุณภาพสูงในระบบนิเวศ
  • จำนวนและคุณภาพของ Solution และ Intellectual Property ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจจริง
  • ความสามารถในการขยายผลของนวัตกรรมไทยไปสู่ตลาดระดับภูมิภาค (Regional Scalability)

วันนี้หลายประเทศใน Southeast Asia กำลังลงทุนกับอนาคตของตัวเองอย่างจริงจัง ทั้งคน อุตสาหกรรมใหม่ และเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน และยกระดับบทบาทของภูมิภาคบนเวทีโลกอย่างรวดเร็ว

สำหรับประเทศไทย ต้องยอมรับว่าในหลายช่วงของการเปลี่ยนผ่านที่ผ่านมา เรา “ตกขบวน” คลื่นเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสำคัญมาหลายรอบ และยังปรับตัวเชิงโครงสร้างไม่ทันความเร็วของโลก ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันเริ่มถดถอยเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน

ความเสี่ยงสำคัญคือ หากยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนและการลงมืออย่างเร่งด่วน เราอาจไม่ได้เพียงเผชิญภาวะ “ตามหลัง” แต่กำลังเผชิญช่องว่างเชิงโครงสร้างที่ขยายกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนในการไล่ตามสูงขึ้น และพื้นที่ในการปรับตำแหน่งทางเศรษฐกิจท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกแคบลงอย่างมีนัยสำคัญ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Agentic Commerce คืออะไร? เมื่อ AI เริ่มช้อปปิ้งแทนคน โจทย์ใหม่ที่แบรนด์ต้องรู้

ในอนาคตเราอาจไม่ต้องมาเปรียบเทียบราคาหรืออ่านรีวิวสินค้าเองอีกต่อไป เพราะเรากำลังเข้าสู่เทรนด์ที่เรียกว่า ‘Agentic Commerce’ หรือการให้ AI ซื้อของแทนเรา...

Responsive image

3 เทรนด์ชี้ชะตาธุรกิจโลก: สรุปเวที Summer Davos (AI - พลังงาน - ยุทธศาสตร์จีน) | Tech for Biz EP.62

สรุป Summer Davos Techsauce สรุปประเด็นร้อนที่ส่งตรงจาก Congress Hall ใน Dalian กับ 3 จุดเปลี่ยนที่ธุรกิจไทยต้องรีบปรับตัว...

Responsive image

ไทยเจ้าภาพงาน IMF-World Bank Group Annual Meetings ครั้งที่ 2 ในรอบ 35 ปี ด้วยงบ 2,800 ล้าน เราตั้งเป้าเอาอะไรเข้าบ้าน

โอกาสของไทยในฐานะเจ้าภาพ "โอลิมปิกการเงินโลก" (IMF-World Bank 2026) ครั้งที่ 2 ในรอบ 35 ปี ถอดบทเรียนจาก 3 ประเทศเจ้าภาพ งานจบแล้วเราจะได้อะไร?...