ธุรกิจท้องถิ่นสู้แบรนด์ใหญ่ต้องหา ‘ทำเลในใจคน’ เมื่อลูกค้ารู้สึกว่าคุณเป็นเพื่อน กำแพงในใจจะพังทลายลงทันที

ในตำราการตลาด ยุคสมัยหนึ่งเราเคยเชื่อว่า Location is everything หากคุณมีที่ดินผืนสวยใจกลางเมือง หรือมีหน้าร้านห้าคูหาที่คนต้องเดินผ่านทุกวัน คุณก็มีชัยไปกว่าครึ่ง แต่วันนี้โลกกำลังกระซิบบอกความลับใหม่กับเราว่า “ทำเลที่ตั้งเป็นเพียงกายภาพ แต่ทำเลในใจคนต่างหากที่ยั่งยืน”

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจกลยุทธ์ Local Marketing ยุคใหม่จากคุณแอ๊ม-ศรัณย์ แบ่งกุศลจิต นักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์วิดีโอสั้น ได้ออกมานิยามความสำเร็จของธุรกิจท้องถิ่นไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า “ความใกล้ไม่ได้วัดกันที่กิโลเมตร แต่วัดกันที่การเป็น Top of Mind” ผ่านฟันเฟืองที่สำคัญที่สุดนั่นคือ Content เพื่อให้เข้าใจว่า ทำไมร้านหมูปิ้งข้างทางถึงมีออเดอร์จากต่างจังหวัด และทำไมห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นถึงสามารถยืนหยัดสู้กับยักษ์ใหญ่ระดับประเทศได้

มายาคติของระยะทาง และชัยชนะของ Top of Mind

คุณแอ๊มเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามที่ชวนให้เราคิดตามว่า หากเราทำธุรกิจท้องถิ่น อะไรคือสิ่งที่จะทำให้เราชนะยักษ์ใหญ่ที่มีสาขาอยู่ทุกหัวมุมถนน? คำตอบไม่ใช่ราคา และไม่ใช่ความสะดวก แต่คือการเป็น Top of Mind หรือชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวลูกค้า

คุณแอ๊มชี้ให้เห็นว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราสามารถยึดพื้นที่ในใจผู้บริโภคได้ ระยะทางจะถูกทำลายลงทันที ลูกค้าจะไม่ถามว่า "ร้านคุณอยู่ที่ไหน" แต่จะถามว่า "ต้องขับรถกี่ชั่วโมงถึงจะไปถึง"

คนไทยเป็นผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และความพยายาม ความตั้งใจที่ลูกค้ามีให้แบรนด์นั้นมีมูลค่ามหาศาล และจุดเริ่มต้นของความตั้งใจนั้นมาจากคอนเทนต์ที่เขาเห็นซ้ำ ๆ จนเกิดความคุ้นเคย

Content คือเครื่องจักรสร้างความคุ้นเคยและความเชื่อใจ

ทำไมเราถึงกล้าโอนเงินหลักแสนเพื่อซื้อทองจากคนในหน้าจอ? คุณแอ๊มถอดรหัสนี้ด้วยจิตวิทยาความคุ้นเคย 

มนุษย์เรามีแนวโน้มจะเชื่อใจสิ่งที่เห็นบ่อย ๆ การทำคอนเทนต์ของคุณแอ๊มจึงไม่ได้เน้นที่ความเพอร์เฟกต์ แต่เน้นที่ความสม่ำเสมอ หนึ่งในตัวอย่างที่หลาย ๆ ธุรกิจทำและประสบความสำเร็จ เช่น Day 1 ถึง Day 100 คือ การออกมาปรากฏตัวทุกวัน เล่าเรื่องราวการตื่นตี 5 มาเตรียมของ การเจอปัญหาในร้าน หรือการแก้ปัญหาให้ลูกค้า สิ่งเหล่านี้คือการหยอดกระปุกความเชื่อใจ

เพราะในอดีต คุณต้องเดินผ่านหน้าร้านทุกวันเพื่อจะจำหน้าเจ้าของร้านได้ หรือเห็นร้านนั้นผ่านตาบ่อย ๆ แต่ในปัจจุบัน คอนเทนต์ใน TikTok หรือ Facebook ทำหน้าที่แทนการเดินผ่านหน้าร้านเหล่านั้น ซึ่งมีโอกาสในการเข้าถึงคนสูงกว่ามาก คุณแอ๊มย้ำว่า มีจุดหนึ่งที่คอนเทนต์จะทำงานของมันเอง เมื่อลูกค้าดูคุณซ้ำ ๆ จนเขารู้สึกว่าคุณเป็นเพื่อน เมื่อนั้นกำแพงการขายจะพังทลายลงทันที

Case Study ที่ความจริงใจมีค่ามากกว่าโฆษณา

หนึ่งในกรณีศึกษาที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่คุณแอ๊มมักยกตัวอย่าง คือห้างสหไทย ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ห้างท้องถิ่นที่ต้องรับศึกรอบด้านจากห้างยักษ์ใหญ่จากส่วนกลาง แต่สิ่งที่คุณซัน ทายาทรุ่นใหม่ทำภายใต้คำแนะนำของครูอย่างคุณแอ๊ม คือการใช้ Content เพื่อ Humanize หรือการทำให้ห้างมีใบหน้า มีหัวใจ และมีลมหายใจ

คุณซันกล้าเอาหน้าออกกล้อง เล่าเรื่องความตั้งใจที่จะลดกำไรเพื่อช่วยค่าครองชีพคนในพื้นที่ ถ่ายคลิปพาไปดูวิธีแก้ปัญหาที่จอดรถตามที่ชาวเน็ตคอมเมนต์ สิ่งเหล่านี้สร้างสิ่งที่ห้างใหญ่ทำไม่ได้ นั่นคือ ความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน 

เช่นเดียวกับกรณีของร้านทองนครปฐม ธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงและต้องการความน่าเชื่อถือระดับสูงสุด คุณแอ๊มถ่ายทอดว่า เธอไม่ได้แค่โพสต์รูปทองรูปพรรณสวย ๆ แต่เธอโชว์เบื้องหลังการทำงาน โชว์ความซื่อสัตย์ และความขยัน จนเกิดปรากฏการณ์ลูกค้าบินกลับมาเพื่อซื้อทองกับเธอเพียงเพราะรักและเชื่อใจ ในตัวตนที่เห็นผ่านหน้าจอมานานนับปี

คุณแอ๊มสรุปให้ฟัว่า คอนเทนต์ทำให้สินค้าที่มีมูลค่าสูงมาก ๆ ขายง่ายขึ้น ลูกค้าของน้องแนนบางคนบินมาจากเกาหลี หรือขับรถข้ามจังหวัดมาเพื่อซื้อทองเพียง 5 บาท 10 บาท เพราะเขาไม่ได้ซื้อทอง แต่เขาซื้อความสบายใจ ที่มีต่อตัวตนน้องแนนที่เห็นผ่านหน้าจอมือถือทุกวัน

TikTok อาวุธลับ Location-based ที่คุณแอ๊มแนะนำ

ในเชิงเทคนิค คุณแอ๊มชี้เป้าว่า TikTok คือพระเอกของ Local Marketing เพราะฟีเจอร์ที่เรียกว่า Location-based Feed อัลกอริทึมของ TikTok จะทำหน้าที่เหมือนพนักงานแจกใบปลิวที่ฉลาดที่สุดในโลก 

มันจะพยายามเสิร์ฟวิดีโอของคุณให้กับคนที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียงดูก่อนเป็นอันดับแรก นี่คือโอกาสทองที่ธุรกิจขนาดเล็กจะได้รับยอดเข้าชมจำนวนมากโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณาแม้แต่บาทเดียว หากคุณสามารถทำคอนเทนต์ที่จริง และน่าสนใจได้มากพอ

คุณแอ๊มทิ้งท้ายไว้เป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดว่า คอนเทนต์ที่ดีที่สุดไม่ใช่คอนเทนต์ที่ถ่ายทำด้วยอุปกรณ์ราคาหลักล้าน แต่คือคอนเทนต์ที่คุณทำไม่หยุด

แม้ในช่วงแรกของการทำคลิป อาจจะไม่มีใครสนใจ แต่นั่นคือช่วงเวลาของการสะสมชั่วโมงบิน เมื่อคุณทำไปถึงจุดหนึ่ง ลูกค้าจะเริ่มเข้ามาทักทายว่า "เห็นในคลิปเลยตามมา" นั่นคือสัญญาณว่าคุณได้ข้ามเส้นจากคนแปลกหน้ามาเป็น Top of Mind เรียบร้อยแล้ว

บทสรุปจาก แอ๊ม-ศรัณย์ ในยุคนี้ความเงียบ คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับธุรกิจท้องถิ่น หากคุณมีของดีแต่ไม่เล่าเรื่อง คุณจะหายไปตามกาลเวลา แต่ถ้าคุณกล้าออกมาสร้างตัวตนผ่าน Content... ทำเลที่ตั้งที่เคยเสียเปรียบ จะกลายเป็นอาณาจักรที่ไม่มีใครสู้คุณได้ในที่สุด

ข้อมูลจาก Workshop ของ คุณแอ๊ม-ศรัณย์ แบ่งกุศลจิต ในงาน Techsauce Next Entrepreneur’s Summit: The Gateway to Isan

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Soft Power คือ ‘การขายความอยาก’ เปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นธุรกิจ เมื่อสิ่งที่คนซื้อ คือการมีส่วนร่วม

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งในวงการธุรกิจ นโยบายภาครัฐ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แต่สำหรับหลายคน แนวคิดนี้อาจยังดูเป็นเรื่อ...

Responsive image

โลกกำลังเข้าสู่ยุคควอนตัม และนี่คือโอกาสของโคราช! เปลี่ยนเขาใหญ่เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีล้ำยุค โอกาสของไทยในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

เจาะลึกวิสัยทัศน์ผลักดัน 'โคราช' สู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีควอนตัมแห่งอาเซียน พร้อมถอดรหัสโอกาสของไทยในการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่มูลค่า 60 ล้านล้านบาท เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำห่วงโซ่อุปทานร...

Responsive image

โคราช Innovation Blueprint เจาะอนาคตเมืองแห่งโอกาส และขุมทรัพย์ใหม่นักลงทุน

เจาะลึกวิสัยทัศน์ Korat Innovation Blueprint พลิกโฉมโคราชสู่เมืองนวัตกรรมระดับโลก ด้วยเมกะโปรเจกต์ M6 รถไฟความเร็วสูง และขุมพลัง Deep Tech ที่นักลงทุนห้ามพลาด...