ส่องบทบาทของเทคโนโลยีในการยกระดับการเรียนรู้ของคนไทยกับ AIS Academy | Techsauce

ส่องบทบาทของเทคโนโลยีในการยกระดับการเรียนรู้ของคนไทยกับ AIS Academy

โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน และหนึ่งในสิ่งที่เข้ามาขับเคลื่อนโลกใบนี้ให้หมุนเร็วจนต้องรีบตามกันให้ทันก็คือเทคโนโลยี โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา เราได้เห็นกันอย่างชัดเจนว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือสำคัญในการเข้ามาช่วยให้มนุษย์ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกมากขึ้น และวงการที่นำเทคโนโลยีเข้าไปประยุกต์ใช้ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาก็คือวงการการศึกษา เราได้เห็นคอร์สออนไลน์ ห้องเรียนออนไลน์ และสารพัดรูปแบบการเรียนที่เปลี่ยนไปเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ผู้คนไม่สามารถเดินทางมาพบกันได้ ผู้คนเริ่มคุ้นชินกับการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตในแบบออนไลน์มากกว่าที่เคย และนับวันเราก็ยิ่งเห็นเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่น่าสนใจผุดขึ้นมามากมาย นำมาสู่คำถามว่าแล้วภาคการศึกษาจะเป็นอย่างไรต่อไปเมื่อโลกของเราขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี วันนี้ Techsauce ชวนมาหาคำตอบกันต่อกับสองผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจาก AIS Academy ดร. ปรง ธาระวานิช Head of AIS Academy และ ดร. สุพจน์ ศรีนุตพงษ์ Head of Technical Knowledge Management Section

การปรับตัวและความพร้อมของผู้คนในการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่

ดร.ปรง ธาระวานิช เล่าว่า การปรับตัวของผู้คนมีในสองรูปแบบคือมีทั้งความต้องการจะปรับตัวให้ทันและการถูกบังคับด้วยสถานการณ์ อย่างที่ทราบว่าเทคโนโลยี e-Learning มีมานานแล้ว ซึ่งทุกคนก็ค่อย ๆ ปรับมาเรื่อย ๆ ตามระยะเวลา แต่เมื่อมี COVID-19 ทำให้การเรียน e-Learning ถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นเร็ว เนื่องจากการเรียนรู้ยังคงต้องดำเนินต่อไป แรก ๆ อาจจะเกิดปัญหาบ้าง แต่ผู้คนก็ค่อย ๆ ปรับตัว เรียกได้ว่าความเร็วของการรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นเร็วมาก หากเทียบกับสิบปีที่ผ่านมา ดังนั้นตอนนี้ผู้คนมี mindset ในการพร้อมที่จะรับและส่งต่อความรู้ในรูปแบบนี้มากขึ้นแล้ว ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อการศึกษา ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะทำให้คนไทยพัฒนาเร็วขึ้นและสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น ทั้งนี้ก็ต้องมีความร่วมมือกันเพื่อสร้างองค์ประกอบต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ 

ดร. สุพจน์ ศรีนุตพงษ์ เสริมว่า ทักษะใหม่ ๆ ในการทำงานคืออีกหนึ่งในสิ่งที่มาผลักดันผู้คนให้เรียนรู้มากขึ้น ผู้คนเริ่มมี mindset แบบ learning how to learn และผู้คนเริ่มจัดแจงเวลาในการเรียนเพื่อพัฒนาทักษะใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังเริ่มมีการปลดล๊อคระยะเวลาการเรียนปริญญาแล้ว จากที่เคยมีข้อบังคับว่าต้องจบภายในระยะเวลาของทางสถาบันกำหนดปรับมาสู่การเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ นี่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าโลกการเรียนรู้ต่อจากนี้จะเป็นแบบ Lifelong Learning 

เมื่อเทคโนโลยีขับเคลื่อนโลกให้หมุนไปอย่างรวดเร็ว หลักสูตรปรับเปลี่ยนตามอย่างไร 

ที่ผ่านมามีเทรนด์ใหม่ ๆ อย่าง Data Sience AI IoT ย้อนกลับไปเราแทบไม่เคยเห็นหลักสูตรในด้านนี้เลย แต่ปัจจุบันหลักสูตรเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วในหลายมหาวิทยาลัย ในอดีตรอบการปรับหลักสูตรจะอยู่ที่สี่ปี จากนั้นจะมีการสำรวจว่านักศึกษาจบไปแล้วรองรับตลาดไหมเป็นการค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไป ในขณะที่ตอนนี้ปีครึ่งหรือสองปีก็ต้องปรับหลักสูตรแล้ว เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้ความรู้ที่เท่าทันกับสถานการณ์ของโลก แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ปรับได้สมบูรณ์แบบเพราะเรื่องวิชาการจะต้องมีขั้นตอนและกระบวนการในการวิเคราะห์ ตรวจสอบ ซึ่งใช้เวลาประมาณหกถึงเจ็ดเดือนจนเกือบถึงปีเลย และเป็นไปได้ว่าในอนาคตการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มเพื่อเทียบกับปริญญาบัตรอาจจะเกิดขึ้น ทำให้สถาบันการศึกษาอาจจะไม่ใช่ภาพจำที่เราคุ้นเคยอีกแล้ว และเราได้เห็นแล้วว่าบริษัทต่างชาติเริ่มให้ความสนใจในความสามารถและทักษะที่มีมากกว่าใบปริญญา ดังนั้น เกรด หรือมหาวิทยาลัย อาจจะมีน้ำหนักน้อยลง แต่จะเน้นไปที่การพิสูจน์ว่าคุณทำงานสามารถในการทำงานไหม ดร. สุพจน์ ศรีนุตพงษ์ กล่าว 

ในขณะท่ี ดร. ปรง ธาระวานิช เสริมในประเด็นนี้ว่า ภาครัฐก็มีการปรับตัวร่วมกับภาคเอกชนมากขึ้น เราได้เห็นหลากหลายโครงการเกิดขึ้น อย่างความร่วมมือในการร่วมงานเพื่อสร้างบุคลากรในการทำงาน พูดได้ว่าทั้งสองฝั่งต่างมองเป้าหมายเดียวกันคือต้องการพัฒนาบุคลากรในประเทศ

ความสำคัญของ 5G ในการเข้ามาขับเคลื่อนภาคการศึกษา 

ในมุมของ 5G ที่เข้ามาขับเคลื่อนการศึกษานั้น ดร. สุพจน์ ศรีนุตพงษ์ ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมาเทคโนโลยีอย่าง Chatbot AI IoT หรือ virtual reality อาจจะถูกใช้แค่ในพื้นที่จำกัดและไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากนัก แต่ 5G จะเข้ามาช่วยยกระดับการทำงานของเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้ดีกว่าที่เคย โดยมองออกเป็นสามแกนหลัก ๆ คือ 

  • เข้ามาช่วยเร่งความเร็วในการส่งข้อมูล อย่างเช่น การเรียนรู้แบบ 3D หรือข้อมูลการเรียนต่าง ๆ 

  • เข้ามาช่วยทำให้การสื่อสารข้ามพื้นที่ไม่ว่าไกลแค่ไหนมีความรื่นไหล เพราะลดความหน่วงของเวลาในการส่ื่อสารลง

  • สามารถรองรับอุปกรณ์ได้จำนวนมากพร้อมๆ กัน เช่น แว่น AR VR หรืออุปกรณ์การเรียนที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก 

สิ่งสำคัญในการเตรียมพร้อมและปรับตัวให้ทัน 

ดร. ปรง ธาระวานิช แนะนำว่า ถึงแม้เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญมาก แต่สิ่งสำคัญกว่าคือเรื่องของ mindset และวัฒนธรรมองค์กร เราควรให้ความสำคัญกับผู้คนในเรื่องของความพร้อมในการรับความรู้และเทคโนโลยีใหม่ก่อน 

ฝั่งของ ดร. สุพจน์ ศรีนุตพงษ์ เห็นด้วยกับทาง ดร. ปรง ธาระวานิช พร้อมเสริมว่า ต้องเปิดใจยอมรับรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ และต้องเข้าใจว่าการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ๆ ไม่เหมือนเดิมแล้ว ค่อยๆ ปรับ mindset อย่าเพิ่งตั้งกำแพงว่าออนไลน์น่าจะไม่มีประสิทธิภาพ เพราะเชื่อว่าหลังจากนี้ก็จะมีสิ่งที่ใหม่กว่านี้อีกเกิดขึ้น และจะเกิดแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์และเครื่องมือการเรียนใหม่ ๆ อีกมาก สำหรับองค์กรเองควรเริ่มมีแพลตฟอร์มเหล่านี้ออกมาได้แล้ว โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้เลยก็ได้ 

ทั้งหมดนี้ก็คือมุมมองของทั้งสองท่านบทบาทของเทคโนโลยีที่มีต่อวงการการศึกษา แน่นอนว่าเราจะได้เห็นโฉมใหม่ของวงการการศึกษาทั้งในไทยและทั่วโลก โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคงไม่ใช่เทคโนโลยีสุดล้ำที่เข้ามาเปลี่ยนภาพลักษณ์และรูปแบบของการศึกษา แต่เป็น mindset ที่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการหรือเครื่องมือทางเทคโนโลยี ที่จะเข้ามาช่วยให้ทุกคนได้เรียนรู้อย่างไม่สิ้นสุด 

ซึ่งทาง AIS Academy ก็อยากจะช่วยสนับสนุนทุกการเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัดเช่นกัน ผ่าน ‘LearnDi & ReadDi’ แพลตฟอร์มเพื่อการศึกษาในยุคดิจิทัล ที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกมิติที่เหมาะแก่ทุกองค์กรและผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปดูข้อมเพิ่มเติมได้ที่ https://www.aisacademy.com/ 


บทความนี้เป็น Advertorial 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

17 เรื่อง AI ต้องรู้ จากรายงาน AI Index 2024

Techsauce ได้สรุป 17 ประเด็นสำคัญจากรายงาน AI Index Report 2024 ซึ่งจัดทำโดย Stanford Institute for Human-Centered Artificial Intelligence (HAI) ที่รวบรวมประเด็นต่างๆ ของปัญญาประดิ...

Responsive image

แนะเทรนด์ลงทุนในสตาร์ทอัพปี 2024 พร้อมช่องทางใหม่ในการระดมทุนจากงาน KATALYST TALK MEETUP #3

บทความที่เอสเอ็มอี สตาร์ทอัพควรอ่านเพื่อเป็นไกด์ไลน์ในการเผชิญความท้าทายในปีนี้ จากการรับฟังภายในงาน KATALYST TALK MEETUP #3 ‘Navigating the Startup Challenges in 2024 and Beyond’...

Responsive image

เตรียมพบกับงาน SEA Blockchain Week 2024 (SEABW) ยกขบวนกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชน และ Web 3 ระดับโลกกว่า 100 คน มาร่วมพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ที่เมืองไทย

Southeast Asia Blockchain Week หรือ SEABW งานด้านบล็อกเชนสุดยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค ที่เตรียมจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 24-25 เมษายน 2567 ซึ่งจะจัดขึ้น ณ True ICON HALL ช...