CEO Trip.com ชี้เป้า อยากดึงนักท่องเที่ยวจีน ต้องรู้อะไรบ้าง

ในปี 2019 นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยราว 11.1 ล้านคน และเป็นตลาดอันดับหนึ่งอย่างไม่มีใครเทียบได้ หกปีต่อมา ตัวเลขเหลือเพียงราว 4.47 ล้านคนในปี 2025 ลดลงราว 34% จากปีก่อนหน้า และมาเลเซียก็แซงขึ้นเป็นตลาดอันดับหนึ่งแทน 

คำถามคือ นักท่องเที่ยวจีนวันนี้ต้องการอะไร และประเทศหรือธุรกิจที่อยากได้พวกเขากลับมาต้องทำอะไร

Jane Sun ซีอีโอของ Trip.com Group แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีน ให้คำตอบบนเวที CNN Global Perspectives: In Bangkok จากข้อมูลการจองของลูกค้าหลายร้อยล้านคนบนแพลตฟอร์ม สรุปได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้

รู้ก่อนว่ากำลังคุยกับใคร

นักท่องเที่ยวจีนยังเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายในต่างประเทศมากที่สุดในโลก Jane Sun ระบุว่าคนจีนใช้เงินท่องเที่ยวต่างประเทศรวมราว $250 billion ส่วนอันดับสองอย่างสหรัฐฯ อยู่ที่ราว $170 billion

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือพวกเขาเที่ยวไกลขึ้นและหลากหลายขึ้น ปลายทางที่โตเร็วที่สุดบน Trip.com ตอนนี้คือบราซิลและอาร์เจนตินา ช่วงตรุษจีนคนนิยมไปออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแอฟริกาใต้ ซึ่ง Jane Sun เองยังแปลกใจที่คนเลือกไปไกลขนาดนั้น

แปลว่าไทยไม่ได้แข่งแค่กับเพื่อนบ้านในอาเซียนอีกต่อไป แต่กำลังแข่งกับปลายทางทั่วโลก

3 เรื่องที่นักท่องเที่ยวจีนดูก่อนตัดสินใจ

Jane Sun บอกว่าก่อนเลือกปลายทาง นักท่องเที่ยวจีนจะดู 3 ปัจจัยนี้

  1. ความปลอดภัย มาเป็นอันดับแรก
  2. วีซ่าต้องของ่าย เธอสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ พิจารณายกเว้นวีซ่า
  3. มีเที่ยวบินตรง ประเทศที่บินตรงถึงจะได้เปรียบชัดเจน

ถ้าเทียบกับไทย 2 ข้อหลังเราทำได้แล้ว ไทยกับจีนยกเว้นวีซ่าให้กันตั้งแต่ปี 2024 และมีเที่ยวบินตรงจากหลายเมืองในจีน โจทย์ที่เหลือจึงอยู่ที่ข้อแรก ซึ่งเป็นข้อที่ไทยเสียคะแนนไปมากในช่วงที่ผ่านมา จากข่าวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชายแดนเมียนมาที่ทำให้คนจีนกังวลเรื่องความปลอดภัย

Jane Sun ให้น้ำหนักกับเรื่องนี้แค่ไหน ดูได้จากมาตรฐานของ Trip.com เอง ลูกค้าโทรเข้ามาต้องมีพนักงานรับสายภายใน 30 วินาที และต้องหาทางออกให้ได้ภายใน 2 นาที เมื่อเกิดภัยพิบัติในประเทศใด ทีมจะติดต่อลูกค้าทุกคนในพื้นที่ทันที ย้ายไปพักโรงแรมที่ปลอดภัย จัดอาหารร้อนให้ และประสานสายการบินพากลับบ้าน เป้าหมายคือให้ลูกค้าเดินทางได้อย่างสบายใจ

สำหรับผู้ประกอบการไทย บทเรียนคือความรู้สึกปลอดภัยต้องสื่อสารให้เห็น ไม่ใช่แค่มีอยู่จริง

จดปฏิทิน 4 วันหยุดยาวของจีน

คนจีนเดินทางไกลกระจุกอยู่ในวันหยุดยาว 4 ช่วง ซึ่งเป็นช่วงที่หยุดได้ 1 ถึง 2 สัปดาห์

  • ตรุษจีน ราวเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์
  • วันแรงงาน ต้นเดือนพฤษภาคม
  • ปิดเทอมฤดูร้อน ช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคม
  • วันชาติหรือ Golden Week ต้นเดือนตุลาคม

แคมเปญการตลาดและโปรโมชันควรวางล่วงหน้าให้ตรงกับรอบตัดสินใจของแต่ละช่วง

แยกให้ออก นักท่องเที่ยวจีนมีอย่างน้อย 3 รุ่น

Jane Sun บอกว่าแต่ละรุ่นเที่ยวต่างกันมาก การทำการตลาดแบบเหมารวมจึงไม่ได้ผล

รุ่นพ่อแม่ พูดภาษาอังกฤษได้น้อย ชอบไปกับกรุ๊ปทัวร์เพราะรู้สึกปลอดภัย และมักแวะหลายจุดในทริปเดียว กลุ่มนี้ต้องการไกด์และบริการภาษาจีน

รุ่นวัยทำงานที่มีลูก ใช้การเดินทางสอนลูก Jane Sun เล่าว่าตอนลูกเรียนประวัติศาสตร์โรมันเธอพาไปโรม ตอนเรียนยุคเรอเนสซองส์ก็พาไปฟลอเรนซ์ กลุ่มนี้มองหาแหล่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีเรื่องเล่า

Gen Z เดินทางเป็นกลุ่มเพื่อไปร่วมงานอีเวนต์ เช่น คอนเสิร์ต Blackpink ที่กรุงเทพฯ หรือคอนเสิร์ต Taylor Swift ที่สิงคโปร์

จากพฤติกรรมของทั้งสามรุ่น Jane Sun สรุปเป็นเทรนด์ 3E

Events อีเวนต์ใหญ่อย่างคอนเสิร์ตหรือการแข่งกีฬาดึงคนรุ่นใหม่ได้เป็นกลุ่มก้อน ไทยมีจุดแข็งตรงนี้อยู่แล้ว ทั้งคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลกและเทศกาลดนตรี

Elderly ผู้สูงวัยจีนที่เกษียณแล้วมีทั้งเวลา เงิน และแรงอยากออกไปดูโลก ข้อดีคือพวกเขาไม่ติดเรื่องวันหยุด จึงพามาเที่ยวช่วงโลว์ซีซันได้ ปลายทางมีรายได้ในช่วงที่เงียบ ลูกค้าก็ได้ราคาดี

Emerging market ปลายทางใหม่ที่มีประสบการณ์ไม่ซ้ำใคร Jane Sun บอกว่าเมื่อคนรุ่นใหม่ถ่ายรูปสวยแล้วโพสต์ลง WeChat Moments หรือโซเชียลมีเดีย ก็พาคนนับล้านตามรอยไปได้ทันที เมืองรองหรือจุดที่ยังไม่มีใครรู้จักจึงมีโอกาสถ้ามีมุมที่น่าถ่ายและเรื่องที่น่าเล่า

ขายเป็นประสบการณ์ ไม่ใช่ขายเป็นชิ้น

อีกเทรนด์ที่ Trip.com เห็นคือการจัดทริปที่ปรับตามแต่ละคน ผู้ช่วย AI ของแพลตฟอร์มชื่อ TripGenie จะดูจากพฤติกรรมการจองของลูกค้า แล้วเสนอโรงแรม รถรับส่ง ร้านอาหาร และกิจกรรมต่อกันเป็นทริปเดียว เช่น ลูกค้าที่จองตั๋วชั้นธุรกิจจะได้รับข้อเสนอโรงแรมระดับห้าดาว รถลีมูซีนจากสนามบิน และร้านอาหารมิชลินใกล้โรงแรม

แม้แต่คำว่าโรแมนติก AI ก็ตีความต่างกันไปในแต่ละคน บางคนหมายถึงดินเนอร์ใต้แสงเทียนแบบคลาสสิก คนรุ่นใหม่อาจหมายถึงอย่างอื่น

Jane Sun ยังพูดถึงเทรนด์ bleisure ซึ่งมาจาก business บวก leisure คือคนที่เดินทางไปทำงานช่วงต้นสัปดาห์ แล้วต่อเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ในทริปเดียว

สำหรับธุรกิจไทย นี่คือสัญญาณว่าการจับมือกันระหว่างโรงแรม ร้านอาหาร และผู้จัดกิจกรรม เพื่อเสนอเป็นแพ็กเกจที่ปรับได้ และวางขายบนแพลตฟอร์มที่คนจีนใช้ จะได้เปรียบกว่าการขายแยกชิ้น

ทัศนคติที่ต้องมี เร็ว ไว และเปิดใจ

คำแนะนำสุดท้ายของ Jane Sun สำหรับคนที่อยากจับตลาดจีน คือตลาดนี้เปลี่ยนเร็วกว่าตลาดที่โตเต็มที่แล้วมาก ผู้เล่นต้องขยับเร็ว ตอบสนองความต้องการลูกค้าไว และเปิดใจรับการเปลี่ยนแปลง

เธอบอกด้วยว่าอยากร่วมงานกับแต่ละประเทศและภูมิภาค เพื่อช่วยนำเสนอจุดเด่นของแต่ละที่ให้ลูกค้าของ Trip.com ได้รู้จัก ซึ่งสำหรับไทยที่กำลังพยายามดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมา นี่คือประตูที่เปิดรออยู่

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ไม่มีตึก ไม่มีที่ดิน คนตัวเล็กจะกู้เงินได้อย่างไร ? สรุปเซสชันที่คนทำธุรกิจไทยควรฟัง จากงาน IMF-World Bank 2026

Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก ชี้ SME อาจไม่มีทรัพย์สินค้ำประกัน แต่มีกระแสเงินสด ส่วน KBank เล่าว่าข้อมูลจากช่องทางดิจิทัลช่วยได้ แต่เงินสดและบัญชีที่ปนกันยังทำให้ธนาคารมองไม่เห...

Responsive image

โลกแบ่งขั้ว ไทยขอเป็น ‘ตัวเชื่อมที่ไว้ใจได้’ ธนาคารโลกชี้ 3 เงื่อนไขดึงทุนเอกชน

คำขอลงทุนจากต่างประเทศที่ยื่นเข้ามาในไทยช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้น 47% แต่สำหรับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตัวเลขนี้เป็นเพียงจ...

Responsive image

3C Group ฉลอง 45 ปี เปิดตัว AI Wellness Intelligence Platform ต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่ยุคใหม่ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ

3C Group ฉลอง 45 ปี เปิดตัว 3C Trusted Wellness & Longevity Intelligence Platform นำ AI ช่วยสำรวจโอกาสและสร้างแนวคิดสูตรตั้งต้น บนรากฐานข้อมูลที่เตรียมมา 4-5 ปี ก่อนส่งต่อให้ผู้เชี...