
เรากำลังก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงบีบคั้นจาก 2 ขั้วอำนาจใหญ่ คือ การแตกกระจายทางภูมิเศรษฐศาสตร์ และ นวัตกรรมที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ กรอบความร่วมมือทางการทูตและเศรษฐกิจแบบเดิมที่เราคุ้นเคยกำลังถูกทดสอบอย่างหนัก การจะกลับมาสร้างโมเมนตัมให้โลกเดินหน้าต่อได้ จำเป็นต้องอาศัยการเจรจา จินตนาการ และจิตวิญญาณของผู้ประกอบการที่มากกว่าเดิม เพราะในขณะที่เทคโนโลยีถูกนำมาใช้ด้วยความเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บทบาทของภาคธุรกิจก็กำลังทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะแยกไม่ออกจากการเมืองระหว่างประเทศ
Mirek Dusek จาก World Economic Forum (WEF) ได้พูดถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังพลิกโฉมการทำธุรกิจข้ามพรมแดนไว้ว่า ในด้านหนึ่งเราเห็นการกลับมาของรัฐบาลที่พยายามทวงคืนบทบาทการเป็นผู้เล่นหลักทางเศรษฐกิจ รัฐบาลหลายประเทศกำลังขีดเส้นแบ่งทางเศรษฐกิจใหม่ สร้างกลุ่มก้อนพันธมิตรผ่านนโยบายอุตสาหกรรม การตั้งกำแพงภาษี และการอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลเพื่ออุ้มชูบริษัทในประเทศ ในอีกด้านหนึ่ง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่าง AI ก็กำลังสร้างโอกาสมหาศาลและเปลี่ยนนิยามของคำว่า ‘การแข่งขัน’ ไปอย่างสิ้นเชิง
ความผันผวนนี้ไม่ใช่เรื่องชั่วคราว เมื่อภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยีผูกโยงกันเป็นเนื้อเดียว ผู้นำองค์กรไม่สามารถบริหารธุรกิจโดยรอแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อีกต่อไป แต่ต้องสร้างการมองการณ์ไกล เข้าไปในโมเดลธุรกิจ และต้องแยกแยะ ‘สัญญาณที่แท้จริง’ ออกจาก ‘เสียงรบกวน’ ให้ได้ ความสำเร็จในยุคนี้จึงขึ้นอยู่กับการผนวกเอาสองแรงขับเคลื่อนนี้ ภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี เข้ามาเป็นเสาหลักของกลยุทธ์ธุรกิจ ไม่ใช่แค่ส่วนเสริมอีกต่อไป
ระบบการค้าโลกกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นกำลังวาดแผนที่การค้าและการลงทุนใหม่ สมมติฐานเดิมๆ เกี่ยวกับความมั่นคง อธิปไตย และผลกระทบทางธุรกิจ กำลังถูกท้าทายแบบ Real-time นักเศรษฐศาสตร์จากองค์การการค้าโลก (WTO) ประเมินว่า การเติบโตของการค้าสินค้าทั่วโลกชะลอตัวลงเล็กน้อยเหลือ 2.4% ในปีที่ผ่านมา และภาคบริการส่งออกโตอยู่ที่ 4.6%
แม้ตัวเลขภาพรวมจะดูประคองตัวได้ แต่ธรรมชาติของความร่วมมือนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เรากำลังเห็นเศรษฐกิจกว่า 100 แห่งพิจารณาข้อตกลงแบบพหุภาคี (Plurilateral deals) ที่เน้นเฉพาะเจาะจงเรื่องการค้าดิจิทัลและการอำนวยความสะดวกการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รวมถึงข้อตกลงการค้าขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค (Mega-regional deals) ที่กำลังเกิดขึ้นจริง อย่างเช่นข้อตกลงหุ้นส่วนระหว่าง EU-Mercosur ที่คาดว่าจะลงนามกันในเดือนนี้
เมื่อกระแสการค้าเปลี่ยนทิศ รัฐบาลจำเป็นต้องลดขั้นตอนเพื่อเชื่อมต่อกับ Global Value Chains สายใหม่ ส่วนภาคเอกชนต้องมีความคล่องตัวสูงเพื่อคว้าโอกาส ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Digital Trade ที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 12% ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น เซมิคอนดักเตอร์ กลายเป็นพระเอกที่ขับเคลื่อนการเติบโตของสินค้าโภคภัณฑ์ถึงเกือบ 43% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีคือกุญแจสำคัญของการค้าโลกยุคใหม่
ท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ AI กำลังวิวัฒนาการไปสู่สิ่งที่เรียกว่า ‘AI Super System’ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของซอฟต์แวร์ แต่คือโครงข่ายขนาดมหึมาที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้นระหว่าง ระบบพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เงินทุน และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจจาก AI จะขยายตัวได้มากแค่ไหน ในเฟสนี้ ความได้เปรียบไม่ได้วัดกันที่เทคโนโลยีเดี่ยวๆ แต่วัดกันที่ว่าองค์ประกอบของระบบส่งเสริมกันและกันได้ดีแค่ไหน พลังประมวลผลต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าและกริดพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานต้องการเงินทุนระยะยาว และการตัดสินใจทางการเงินจะเป็นตัวกำหนดว่าสินทรัพย์จะถูกสร้างขึ้นที่ไหน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมและข้ามพรมแดน
สิ่งนี้จุดชนวนสิ่งที่เรียกว่า ‘Geoeconomic Arms Race’ หรือการแข่งขันสะสมอาวุธทางเศรษฐกิจรอบใหม่ เพื่อชิงความเป็นเจ้าในด้านข้อมูลและนวัตกรรม เพราะอธิปไตยทางเทคโนโลยีแปลความหมายได้เท่ากับมูลค่าทางเศรษฐกิจและความมั่นคงที่ยั่งยืน ตัวเลขเม็ดเงินลงทุนสะท้อนภาพนี้ได้ชัดเจนที่สุด โดยรายจ่ายลงทุน (CAPEX) ทั่วโลกในภาคส่วน AI แตะระดับ 4 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 และคาดว่าจะพุ่งทะลุ 7.5 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 แม้การลงทุนนี้จะมาพร้อมต้นทุนพลังงานมหาศาล แต่มันก็ช่วยผลักดันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเช่นกัน ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวชี้ขาดว่าใครจะคว้าเค้กก้อนใหญ่จากมูลค่า 15 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ AI จะเพิ่มให้กับ GDP โลกภายในปี 2030
นั่นหมายความว่า บริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่ของ AI ตั้งแต่ผู้สร้างโมเดล LLM ไปจนถึงผู้จัดหาวัตถุดิบ กำลังกลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่รัฐบาลทั่วโลกจะเข้ามาสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขึ้น หรือแม้แต่เข้ามาควบคุมดูแลภายใต้เหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ บริบทนี้ยังรวมถึงภาคส่วนอื่นๆ อย่าง พลังงาน โลจิสติกส์ และโดยเฉพาะแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งตอนนี้มีบทบาทเทียบเท่ากับน้ำมันในยุคอดีต การเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้จะเป็นจุดเปราะบางที่ธุรกิจต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
เมื่อเผชิญกับความซับซ้อนนี้ ภาคธุรกิจต้องปรับตัวด้วย 3 กลยุทธ์หลักเพื่อความอยู่รอดและการเติบโต กลยุทธ์แรกคือการ "อัปเดตอยู่เสมอ" (Stay up to date) ในเศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีพลวัตสูง ธุรกิจต้องยอมรับความจริงว่าองค์ความรู้ที่จำเป็นในการนำทางนั้นยังถูกสร้างขึ้นไม่เสร็จ ดังนั้นผู้นำต้องพร้อมที่จะทำงานใหม่ๆ และปรับปรุงมันซ้ำๆ ร่วมกับพันธมิตรในวงการอยู่เสมอ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์
กลยุทธ์ที่สองคือการ "มองภาพเชื่อมโยงทั้งระบบ" (Systems-wide View) ผู้บริหารต้องยึดมุมมองแบบองค์รวม เพราะภาคส่วนต่างๆ เชื่อมโยงกันมากกว่าที่เคย การเปลี่ยนแปลงในนโยบายพลังงานหรือภูมิรัฐศาสตร์ในซีกโลกหนึ่ง อาจส่งผลกระทบลูกโซ่มาถึง Supply Chain หรือต้นทุนของธุรกิจคุณได้ทันที การมองแยกส่วนจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป
และกลยุทธ์สุดท้ายซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดคือการ "เปิดเกมรุก ไม่ใช่แค่ตั้งรับ" (Playing Offense) สำหรับธุรกิจในทุกเซกเตอร์ ความซับซ้อนของระเบียบโลกใหม่เรียกร้องให้เราต้องเชี่ยวชาญในการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง แค่ความยืดหยุ่น หรือความคล่องตัว เพื่อความอยู่รอดนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องบูรณาการความเปลี่ยนแปลงเข้ากับการดำเนินงานปกติ สร้างระบบที่พร้อมจะวิวัฒนาการได้ตลอดเวลาแทนที่จะแค่ตอบสนองเมื่อเกิดวิกฤต ในโลกที่แบ่งเป็นฝักฝ่ายและเต็มไปด้วยความเสี่ยง ความแข็งแกร่งไม่ได้เกิดจากการมองหาความมั่นคง แต่เกิดจากการเรียนรู้ที่จะดำเนินงานอย่างมั่นใจท่ามกลางความไม่มั่นคง
เมื่อความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี ผลักดันให้ผู้กำหนดนโยบายและผู้นำธุรกิจต้องก้าวข้ามเส้นแบ่งเดิมๆ รัฐบาลกลายเป็นผู้เล่นทางเศรษฐกิจ และธุรกิจต้องคิดเรื่องความมั่นคง ความจำเป็นในการร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์จึงชัดเจนยิ่งขึ้น ในบริบทนี้ แพลตฟอร์มกลางที่เป็นกลางสำหรับการเจรจาระหว่างภาครัฐและเอกชน อย่างเช่นในเวที World Economic Forum Annual Meeting 2026 ภายใต้ธีม 'A Spirit of Dialogue' จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำทางโลกผ่านยุคสมัยใหม่ ทั้งในแง่ของการคว้าโอกาสและการบริหารความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
ที่มา: Fortune
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด