ชายที่สร้าง AlphaGo กำลังทำอะไรอยู่ และทำไมนักลงทุนระดับโลกถึงเดิมพัน 3.7 หมื่นล้านบาทกับเขา
ถ้าคุณเคยได้ยินชื่อ AlphaGo คุณรู้จัก David Silver แล้ว แม้จะไม่รู้ชื่อเขา
ปี 2559 โลกตื่นตะลึงเมื่อโปรแกรม AI เอาชนะ Lee Sedol แชมป์โลกโกะได้ 4 ต่อ 1 เกม เพราะก่อนหน้านั้น โกะถูกมองว่าเป็นเกมที่ซับซ้อนเกินกว่า AI จะเล่นได้ในอีกหลายสิบปี แต่ AlphaGo ทำลายความเชื่อนั้นในคืนเดียว และชายที่ยืนอยู่เบื้องหลังโปรแกรมนั้นคือ David Silver หัวหน้าทีม reinforcement learning ของ DeepMind
ตอนนี้ Silver ออกมาตั้งบริษัทของตัวเอง ชื่อ Ineffable Intelligence และระดมทุนได้ 1.1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 3.7 หมื่นล้านบาท) ในรอบเดียว !

Silver เกิดปี 2519 เรียนที่ Cambridge รุ่นเดียวกับ Demis Hassabis ผู้ก่อตั้ง DeepMind ก่อนจะผันตัวไปทำบริษัทเกม Elixir Studios ในฐานะ CTO แล้วกลับเข้าวงการวิชาการอีกครั้งในปี 2547 เพื่อเรียนปริญญาเอกด้าน reinforcement learning ที่ University of Alberta ประเทศแคนาดา
Reinforcement learning คือเทคนิคที่ให้ AI เรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก ไม่ใช่การศึกษาตัวอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้น เหมือนเด็กที่เรียนรู้การเดินจากการล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ ไม่ใช่จากการอ่านคู่มือ ซึ่งตรงข้ามกับ LLM อย่าง ChatGPT ที่กลืนกินข้อมูลจากมนุษย์มหาศาลก่อนจะรู้อะไรได้
Silver เข้าร่วม DeepMind ในปี 2556 และนำทีมสร้างผลงานที่กลายเป็นหมุดหมายของ AI หลายชิ้น อาทิ
ปี 2562 เขาได้รับ ACM Prize in Computing รางวัลอันทรงเกียรติที่สุดในวงการวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และปี 2564 ได้รับเลือกเป็น Fellow of the Royal Society
Silver ก่อตั้ง Ineffable Intelligence ในเดือนพฤศจิกายน 2568 และออกจาก DeepMind อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2569 หลังทำงานที่นั่นมากกว่าทศวรรษ
ชื่อ Ineffable แปลว่า อธิบายไม่ได้ด้วยคำพูด ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัท นั่นคือการสร้าง AI ที่ค้นพบความจริงที่มนุษย์ยังไม่เคยรู้
เป้าหมายของบริษัทคือสร้าง superlearner หรือ AI ที่ค้นพบความรู้และทักษะได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งข้อมูลจากมนุษย์ ต่างจาก LLM รุ่นปัจจุบันที่ต้องกินข้อความหลายล้านล้านคำจากอินเทอร์เน็ตก่อนจะทำงานได้
แนวคิดนี้ต่อยอดตรงจาก AlphaZero ที่พิสูจน์แล้วว่า AI สามารถคิดเองในขอบเขตของเกมได้ Silver เชื่อว่าหลักการเดียวกันนี้สามารถขยายออกไปครอบคลุมความรู้ทุกด้านได้
บนเว็บไซต์บริษัท เขาเขียนไว้ว่า "หากสำเร็จ นี่จะเป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่เทียบเท่า Darwin: ที่กฎของเขาอธิบายชีวิตทั้งหมด กฎของเราจะอธิบายและสร้าง Intelligence ทั้งหมด"
ปกติบริษัท startup ระดมทุนเป็นรอบ ตั้งแต่ seed (รอบแรก) ไปจนถึง Series A, B, C ตามลำดับ แต่ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของ Ineffable คือรอบ seed ซึ่งเป็นรอบแรกสุดที่บริษัทระดมทุน ตอนที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดเลย วงการจึงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า coconut round ล้อเลียนว่ามันใหญ่เกินกว่าจะเรียก seed ได้อีกต่อไป และเกิดขึ้นเฉพาะกับบริษัทที่ก่อตั้งโดยนักวิจัย AI ระดับตำนาน ที่นักลงทุนยอมทุ่มเงินก้อนใหญ่ตั้งแต่วันแรกโดยอาศัยแค่ชื่อและประวัติของผู้ก่อตั้ง
รอบนี้มีนักลงทุนหนักมาก ทั้งฝั่ง VC ชั้นนำอย่าง Sequoia Capital, Lightspeed Venture Partners และ Index Ventures รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Google และ Nvidia และที่น่าสนใจคือรัฐบาลอังกฤษก็ร่วมลงทุนด้วยผ่าน British Business Bank และ Sovereign AI กองทุน AI แห่งชาติที่เพิ่งเปิดตัว
Danny Rimer จาก Index Ventures อธิบายว่าทำไมถึงลงทุน เพราะ Silver ไม่ใช่แค่นักทฤษฎีที่เก่ง แต่เป็นคนที่พิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสามารถเอาไอเดียออกมาสร้างเป็นของจริงได้ ซึ่งหาได้ยากมากในวงการวิจัย AI
ตอนนี้ Ineffable Intelligence ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ให้ดู นักลงทุนกำลังเดิมพันกับชื่อและประวัติของ Silver ล้วน ถ้าสำเร็จ มันจะเปลี่ยนวิธีที่ AI สร้างความรู้ไปตลอดกาล แต่ถ้าไม่มันก็คือ seed round ที่แพงมาก ๆ ในประวัติศาสตร์อังกฤษ
อ้างอิง: techcrunch, Fortune, Royal Society Fellow
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด