Alibaba เปิดตัว Qwen3.8-Max โมเดลที่ใหญ่และดีที่สุดที่เคยทำ Deepseek เปิดตัว V4-Flash โมเดลที่ ‘ประหยัดค่ารันที่สุดในโลก’

ศึก AI สัญชาติจีนกำลังเดือด หลังสองยักษ์ใหญ่เปิดศึกระรอบใหม่พร้อมกัน โดย Alibaba เปิดตัว AI โมเดลที่ใหญ่และฉลาดที่สุดเท่าที่เคยทำมา ขณะเดียวกัน DeepSeek ก็ปล่อยโมเดลใหม่ที่ชูจุดขายด้วยราคาถูกกว่าคู่แข่งฝั่งอเมริกาเกิน 100 เท่า

สถานการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่า ค่ายเทคโนโลยีจีนไม่ได้แข่งกันแค่เรื่อง ‘ความฉลาด’ แต่กำลังเปิดศึกสนามใหญ่ในเรื่อง ‘ความคุ้มค่า’ เพื่อกวาดนักพัฒนาทั่วโลกเข้ามาอยู่ในนิเวศของตัวเอง

ทั้ง Qwen3.8-Max ของ Alibaba และ V4-Flash ของ DeepSeek ต่างชูจุดเด่นด้วยการเป็น Open-weight model หรือการเปิดให้นักพัฒนาภายนอกสามารถดาวน์โหลดตัวโมเดลไปรันบนระบบของตัวเอง หรือปรับแต่งการทำงานได้ตามใจชอบ ซึ่งต่างจากค่ายฝั่งอเมริกาอย่าง OpenAI, Anthropic หรือ Google ที่มักจะเก็บเป็นโมเดลแบบปิด 

Lian Jye Su หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Omdia มองว่า จีนกำลังจับจุดสำคัญของตลาดได้ถูกทาง "งานในโลกธุรกิจส่วนใหญ่ ไม่ได้จำเป็นต้องใช้ AI โมเดลที่ฉลาดที่สุดในโลกตลอดเวลา แต่ต้องการโมเดลที่เก่งพอตัว ราคาจับต้องได้ มีความโปร่งใส และเข้าถึงง่าย ซึ่งโมเดลแบบเปิดตอบโจทย์ตรงนี้ได้สมบูรณ์แบบ"

Alibaba Qwen3.8-Max โมเดลระดับ 2.4 ล้านล้านพารามิเตอร์

สำหรับค่าย Alibaba ข่าวใหญ่รอบนี้คือการเปิดตัว Qwen3.8-Max โมเดลที่มีพารามิเตอร์ขนาดยักษ์ถึง 2.4 ล้านล้านพารามิเตอร์ ซึ่งเกือบจะไล่ทันคู่แข่งในประเทศอย่าง Kimi K3 จากค่าย Moonshot AI ที่มี 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์แล้ว

ไฮไลต์ความสามารถของ Qwen3.8-Max ได้แก่

  • โค่นโมเดลจีนด้วยกันขึ้นอันดับ 1: ในการทดสอบบนแพลตฟอร์ม Arena.AI โมเดลนี้ขึ้นแท่นเป็น AI สายประมวลผลข้อความ (Text) ที่เก่งที่สุดของจีน แม้จะยังตามหลัง Claude Fable 5 จากฝั่งสหรัฐฯ อยู่เล็กน้อย
  • วิเคราะห์ภาพและวิดีโอสุดโหด: ในหมวดการประมวลผลภาพและสื่อทัศนูปกรณ์ Qwen3.8-Max คว้าอันดับ 2 ของโลก เป็นรองแค่ Claude เท่านั้น
  • รองรับข้อมูลมหาศาล: รับข้อมูลได้สูงสุด 1 ล้านโทเคน (Tokens) ต่อครั้ง เท่ากับว่าสามารถย่อยเอกสารหนาหลายร้อยหน้า โค้ดโปรแกรมขนาดใหญ่ หรือไฟล์กฎหมายยาว ๆ ได้สบายในครั้งเดียว
  • เคล็ดลับความเร็วและประหยัด: Alibaba เลือกใช้ architecture ที่เรียกว่า Mixture-of-Experts (MoE) หรือการแบ่งงานให้ AI เฉพาะทางแต่ละส่วนช่วยกันทำ แทนที่จะเปิดสมองทั้งก้อนประมวลผลพร้อมกัน ทำให้การใช้งานจริงดึงพารามิเตอร์มาใช้แค่ 9.5 แสนล้านพารามิเตอร์ ช่วยลดทั้งต้นทุนและเวลาในการตอบกลับอย่างมาก (โดย Alibaba เผยว่าโมเดลนี้สามารถลุยโปรเจกต์วิศวกรรมซอฟต์แวร์เสร็จได้ในเวลาแค่ 16 วัน)

DeepSeek V4-Flash สงครามราคาที่แท้จริง

หาก Alibaba คือสายทรงพลัง DeepSeek ก็คือสายหมัดหนักเรื่องราคา โมเดลรุ่นใหม่อย่าง V4-Flash ที่เพิ่งปล่อยออกมา ถูกยกให้เป็นโมเดลที่ประหยัดค่ารันที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของ Artificial Analysis

หากดูค่าบริการของ V4-Flash จะพบว่า

  • Input (ข้อมูลที่ใส่เข้าไป): 0.14 ดอลลาร์ / 1 ล้านโทเคน
  • Output (คำตอบที่สร้างออกมา): 0.28 ดอลลาร์ / 1 ล้านโทเคน

เมื่อเทียบต้นทุนเฉลี่ยต่อการทดสอบ 1 ครั้ง ให้เห็นภาพชัด ๆ

  • DeepSeek V4-Flash: 0.03 ดอลลาร์ (ราวๆ 1 บาท)
  • Kimi K3 (จีน): 0.86 ดอลลาร์
  • GPT-5.6 Sol (OpenAI): 1.86 ดอลลาร์
  • Claude Fable 5 (Anthropic): 3.15 ดอลลาร์ (ราวๆ 110 บาท)

จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายต่างกันมหาศาลถึง 100 เท่า ซึ่ง Artificial Analysis ย้ำว่า นี่คือการคำนวณจากต้นทุนจริงในการทำงานจนจบโปรเซส ไม่ใช่แค่ราคาป้ายแบนเนอร์ เพราะโมเดลที่ราคาถูกแต่อาจต้องใช้หลายขั้นตอนในการคิด อาจจะแพงกว่าในชีวิตจริง แต่กรณีของ V4-Flash ทำผลงานประหยัดได้อย่างแท้จริง

การขยับตัวของทั้ง Alibaba และ DeepSeek ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าศึก AI ในระลอกถัดไป ไม่ใช่แค่เรื่องใครจะสร้างระบบที่ฉลาดที่สุดในห้องปฏิบัติการ แต่คือ "ใครจะสามารถมอบประสิทธิภาพระดับสูง ในราคาที่ภาคธุรกิจนำไปใช้งานจริงได้คุ้มค่าที่สุด" ซึ่ง AI สัญชาติจีนกำลังรุกหนักเข้าหากลุ่มองค์กรและนักพัฒนาทั่วโลกอย่างน่าจับตามอง

อ้างอิง: reuters

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Sam Altman และ 1,100 นักพัฒนาร้องขอ เร่งสปีด AI ไวไปวงการก็ปั่นป่วน ถึงเวลาชะลอพัฒนาลง

Sam Altman แห่ง OpenAI ออกมาเรียกร้องให้ 'ปรับจังหวะ' การพัฒนา AI หลังโมเดลของบริษัทหลุด Sandbox เจาะระบบ Hugging Face ได้เอง พร้อมนักพัฒนากว่า 1,100 คนที่ร่วมส่งเสียงว่ากฎเกณฑ์ตาม...

Responsive image

DeepSeek เตรียมสร้าง AI Data Center 1 กิกะวัตต์ที่มองโกเลียใน ลุ้นขึ้นแท่นใหญ่สุดของจีน

DeepSeek กำลังเดินหน้าสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาด 1 กิกะวัตต์ ในเมืองอูหลานฉาบ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ให้พร้อมแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีชั้น...

Responsive image

LinkedIn เพิ่มปุ่มรีพอร์ตคอนเทนต์ AI หวังลดปัญหา AI Slop หลังงานจากเอไอล้นฟีด

ฟีเจอร์ใหม่ที่ LinkedIn เพิ่มเข้ามาคือ 'Seems like AI slop' ให้ผู้ใช้กดแจ้งได้เวลาเจอโพสต์ที่ดูเหมือนสร้างด้วย AI พอกดแจ้งไปโพสต์จะไม่ได้โดนลบทันที แต่ข้อมูลตรงนี้จะถูกส่งไปสอนระบบ...