Anthropic เปิดตัว Fable 5 โมเดลที่ ‘โหดที่สุดในโลก’ ตอนนี้

Anthropic เดินหน้าเขย่าวงการสมาร์ทเทคโนโลยีอีกครั้ง ด้วยการประกาศเปิดตัว Claude Fable 5 โมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ทรงพลังที่สุดของบริษัท (พัฒนาต่อยอดจากโมเดลตระกูล Mythos) ให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้เป็นครั้งแรก โดยชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพขั้นสูงที่มาพร้อมกับ Guardrails หรือกรอบความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุด

จากโมเดลจำกัดสิทธิ์ สู่การขยายสเกลระดับโลก

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โมเดลระดับพรีเมียมอย่าง Mythos ถูกเปิดตัวแบบพรีวิวและจำกัดสิทธิ์การใช้งานเฉพาะพาร์ทเนอร์รายใหญ่บางแห่งเท่านั้น เนื่องจากข้อกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ก่อนที่สัปดาห์ที่ผ่านมา Anthropic จะเริ่มขยายการเข้าถึงไปยังองค์กรกว่าหลายร้อยแห่งใน 15 ประเทศ โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้ดูแล Critical Infrastructure

ล่าสุด เทคโนโลยีระดับแนวหน้านี้ได้ถูกนำมาย่อส่วนและเปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้วผ่าน Claude API และแผนระดับองค์กร แบบคิดเงินตามการใช้งานจริง สำหรับผู้ใช้งานแบบสมัครสมาชิก จะมีการปรับเปลี่ยนตามไทม์ไลน์ดังนี้

  • ช่วงเปิดตัวถึง 22 มิถุนายน: ผู้ใช้แพ็กเกจ Pro, Max, Team และ Enterprise สามารถใช้งาน Fable 5 ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน เป็นต้นไป: ระบบจะถอด Fable 5 ออกจากแพ็กเกจเหมาจ่าย โดยผู้ใช้จะต้องจ่ายผ่านระบบเครดิตแทน ก่อนที่ทางบริษัทจะนำกลับมาเป็นฟีเจอร์มาตรฐานในอนาคต

พร้อมกันนี้ Anthropic ยังได้ปล่อยอัปเดตโมเดล Mythos 5 ให้กับองค์กรที่ผ่านการประเมินเพื่อเข้าถึงโมเดลขั้นสูงแล้วอีกด้วย

การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมกับความตื่นตัวด้าน AI Safety ขั้นสุด Anthropic ยอมรับว่าโมเดลระดับ Mythos หากตกอยู่ในมือผู้ไม่หวังดีอาจสร้างความเสียหายระดับวงกว้างได้ บริษัทจึงจัดการทดสอบระบบอย่างหนักหน่วงด้วยการทำ Bug Bounty เปิดให้แฮกเกอร์และองค์กรอิสระเข้ามาโจมตีกว่า 1,000 ชั่วโมง ซึ่งไม่พบช่องโหว่แบบ Universal Jailbreaks แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่อาจเกิดขึ้น Anthropic ได้ประกาศใช้นโยบาย บังคับเก็บข้อมูลการใช้งานเป็นเวลา 30 วัน สำหรับผู้ใช้ Fable 5 และ Mythos 5 ทุกราย แม้ว่าองค์กรนั้น ๆ จะเคยทำสัญญาแบบไม่เก็บข้อมูลไว้ก็ตาม

ทางบริษัทย้ำชัดเจนว่า ข้อมูลนี้จะไม่ถูกนำไปเทรน AI แต่จะใช้เพื่อวิเคราะห์และป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ ๆ เท่านั้น ซึ่งจุดนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของวงการ AI ที่ความสามารถระดับสูง ต้องแลกมาด้วยมาตรการควบคุมข้อมูลที่เข้มงวดขึ้น

ประสิทธิภาพระดับท็อป ที่มาพร้อมต้นทุนที่สูงตาม

ในด้านประสิทธิภาพ Fable 5 สามารถทำงานเบ็ดเสร็จด้วยตัวเองได้ถึง 95% โดยไม่ต้องพึ่งพา Opus 4.8 และกวาดคะแนนรีวิวจาก Third-party ไปอย่างสวยงาม

  • Hex แพลตฟอร์ม Analytics ระบุว่า Fable เป็น AI ตัวแรกที่ทำคะแนนได้ถึง 90% ในการทดสอบการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนและกินเวลานาน
  • Base44 แพลตฟอร์ม Vibe-coding เผยว่าโมเดลนี้เก่งกาจในการสร้างแอปฯ ให้เสร็จได้ในคำสั่งเดียว (One-shotting)
  • Genspark ยกให้ Fable ชนะทุกโมเดลในตลาดด้านการออกแบบ UI และการเขียนโค้ดเกม

แน่นอนว่าความเก่งกาจนี้มาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย เรตราคาของ Fable 5 และ Mythos 5 อยู่ที่

$10 ต่อ 1 ล้าน Input Tokens
$50 ต่อ 1 ล้าน Output Tokens

ราคาดังกล่าว สูงกว่า Opus 4.8 ถึงสองเท่า ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหญ่ขององค์กรธุรกิจที่กำลังเผชิญปัญหางบ AI บานปลาย เนื่องจากโมเดลขั้นสูงมักมีกระบวนการคิดที่ซับซ้อนและใช้โควต้า Token อย่างรวดเร็ว

การลุยตลาดด้วย Fable 5 เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่ Anthropic กำลังเตรียมตัวเสนอขายหุ้น IPO เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อขับเคี่ยวกับยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเป็นแกนนำในการรณรงค์ให้ทั่วโลกแตะเบรกการพัฒนา AI อย่างไร้ขอบเขต โดยเตือนว่าเทคโนโลยีอาจไปถึงจุด RSI (Recursive Self-Improvement) หรือขีดความสามารถที่ AI พัฒนาตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์ในเร็ว ๆ นี้

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก ‘Graph Engineering’ เทคนิคจัดระเบียบ AI ให้ทำงานดีขึ้น เทรนด์ใหม่ของการออกแบบ AI Workflow

Graph Engineering ศัพท์ใหม่ของวงการ AI Agent ตั้งแต่ความต่างระหว่าง Harness, Loop และ Graph ตัวอย่างระบบรีวิวโค้ดที่ใช้ Fan-out, Join และ Router ไปจนถึงเกณฑ์เลือกใช้ระหว่าง Graph W...

Responsive image

SCB 10X ถอด 6 บทเรียนสำคัญ ช่วยพาองค์กรไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI

SCB 10X บริษัทด้านการลงทุนในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) สรุป 6 แนวคิดสำหรับองค์กรที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI จากบทสนทนาใน 6 ตอนแรกของ ‘AI-VOLUTION The ...

Responsive image

Meta เปิดตัว Muse Spark 1.3 ทำงานยาวได้ต่อเนื่อง ใช้โทเคนน้อยลง 25% สลับหลายงานพร้อมกันได้โดยไม่สับสน

Meta Superintelligence Labs เปิดตัว Muse Spark 1.3 โมเดลที่เน้นงานเอเจนต์และงานเขียนโค้ด ทำงานยาวได้ต่อเนื่อง ถามกลับเมื่อคำสั่งกำกวม ใช้โทเคนน้อยลง 25% และเรียกเครื่องมือน้อยลง 20...