
Google ประกาศเปลี่ยนชื่อ NotebookLM เป็น ‘Gemini Notebook’ เพื่อรวมบริการ AI ให้เป็นหมวดหมู่เดียวกันภายใต้ชื่อ Gemini พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้จบในหน้าเดียว
เครื่องมือนี้เปิดตัวครั้งแรกปี 2023 ในชื่อ Project Tailwind โดยมีหน้าที่หลักคือช่วยจัดการข้อมูล ผู้ใช้เพียงแค่อัปโหลดไฟล์หรือเว็บไซต์เข้าไป ระบบจะช่วยสรุปเนื้อหาและตอบคำถาม โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่เราป้อนให้เท่านั้น ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมากูเกิลได้เพิ่มความสามารถใหม่ๆ เข้าไปอย่างต่อเนื่อง เช่น การรองรับไฟล์หลายประเภท การเพิ่มแพ็กเกจสำหรับองค์กร และฟีเจอร์เด่นอย่างการแปลงเอกสารเป็นพอดแคสต์ จนปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 30 ล้านคน และมีองค์กรนำไปใช้กว่า 6 แสนแห่ง
ความฮิตของฟีเจอร์พอดแคสต์และระบบช่วยค้นหาข้อมูลนี้ ทำให้บริษัทไอทีและสตาร์ทอัปอื่นๆ หันมาพัฒนาเครื่องมือในลักษณะเดียวกันออกมาแข่งขันในตลาดมากขึ้น
นอกจากการเปลี่ยนชื่อ Google ยังเพิ่มฟีเจอร์ Code Execution โดยแต่ละ Notebook จะทำงานเป็นพื้นที่แยกจากกัน ผู้ใช้สามารถให้ AI สร้างและรันโค้ดเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง สร้างผลลัพธ์แบบโต้ตอบ และทำงานกับข้อมูลได้โดยไม่ต้องออกจาก Notebook
Google ยังระบุว่าฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานแล้วสำหรับผู้ใช้ Google AI Ultra และลูกค้า Google Workspace Business ที่ใช้แพ็กเกจ AI Ultra Access หรือ AI Expanded Access ส่วนผู้ใช้ Google AI Pro จะได้รับฟีเจอร์นี้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ปัจจุบันผู้ใช้สามารถเปิด Notebook ผ่านแอป Gemini ได้ และในอนาคต Google จะนำ Notebook ไปเชื่อมกับ AI Mode บน Google Search เพิ่มเติม
การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวของ Google ในการรวมผลิตภัณฑ์ AI ต่าง ๆ ไว้ภายใต้แบรนด์ Gemini มากกว่าจะเป็นเพียงการรีแบรนด์ชื่อผลิตภัณฑ์เท่านั้น
อ้างอิง: techcrunch
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด