กลายเป็นโพสต์ไวรัลที่สั่นสะเทือนวงการซิลิคอนวัลเลย์ เมื่อบัญชี Amin S. ซึ่งเป็นบัญชี LinkedIn ของ Software Engineer ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Google ออกมาโพสต์ประกาศลาออกแบบทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่การลาออกไปหาที่ใหม่ แต่เป็นการระบายความอัดอั้นตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ภายใต้เงาของสงคราม AI ที่เปลี่ยนสวรรค์ของเหล่า Dev ให้กลายเป็นฝันร้าย
ประเด็นที่เดือดที่สุดในโพสต์ของ Amin คือการแฉวัฒนธรรมองค์กรที่กำลังบิดเบี้ยวเพราะกระแส GenAI

Amin เปิดประเด็นด้วยความเจ็บปวดในฐานะคนเป็นพ่อ เขาเล่าว่าที่ผ่านมาเขาต้องทำงานหนักจนถึง 1 ทุ่มเป็นประจำเพื่อแก้ปัญหา "งานห่วย ๆ ที่พังไม่หยุด" จนเมื่อลูกเดินเข้ามาหาในห้องทำงาน เขามักจะเผลอใช้อารมณ์และตะคอกใส่ลูกเพราะความเครียดสะสม
เขาบอกชัดเจนว่า ผมลาออกเพื่อสิ่งที่ดีกว่า เพื่อกลับไปเป็นพ่อและมนุษย์ที่มีเวลาให้ครอบครัวจริง ๆ ไม่ใช่แค่นั่งเฝ้าหน้าจอรอแก้บั๊กที่เกิดจากกระบวนการทำงานที่เร่งรีบจนขาดสติ
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในเชิงเทคนิคคือ Amin แฉว่า Google ในยุคนี้ให้ความสำคัญกับ Generative AI มากเกินไปจนกระทบงานส่วนอื่น เขาเล่าเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อว่า:
ผมต้องถูกตามตัว (Page) ตอนตี 2 เพราะโปรแกรมที่กินทรัพยากรแค่ 2 CPUs กับ RAM 20GB รันไม่ได้... ทำไมรันไม่ได้น่ะเหรอ? ก็เพราะทรัพยากรทั้งหมดถูกเทไปประเคนให้พวกโครงการ GenAI จนหมดน่ะสิ!
เขาต้องตื่นมาแย่งชิงทรัพยากรระบบเพื่อให้งานผ่านไปได้ และกว่าจะได้กลับไปนอนก็เกือบ 6 โมงเช้า ซึ่งเขามองว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระมากสำหรับบริษัทระดับโลก
Amin มีดีกรีถึงปริญญาโทด้าน AI แต่เขากลับวิจารณ์การใช้ AI ในปัจจุบันอย่างรุนแรง เขาเล่าว่าตอนนี้อำนาจการตัดสินใจทางเทคนิคไม่ได้อยู่ที่วิศวกรอีกต่อไป แต่อยู่ที่ผู้บริหารระดับสูงที่ (น่าจะ) ใช้ AI ตัดสินใจ แล้วส่งต่อคำสั่งมาให้วิศวกรทำหน้าที่เป็นเพียงแขนขาเพื่อป้อนข้อมูลให้ AI สร้างขยะออกมา
เขาบอกว่ากระบวนการสร้างสรรค์ซอฟต์แวร์ที่เคยสนุกและท้าทาย ตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องไร้ความหมายสำหรับเขาไปแล้ว
หากดูประวัติการทำงานของ Amin จะเห็นว่าเขาไม่ใช่ ‘คนไม่เก่ง’ แต่เป็นตัวจริงของวงการ
เขาร่วมงานกับ Google ครั้งแรกในปี 2012 นานเกือบ 8 ปี จนได้เป็น Senior Software Engineer ย้ายไปเป็นตัวตึงที่ Qualtrics ในตำแหน่ง Principal Software Engineer นานเกือบ 5 ปี สุดท้าย Google ดึงตัวเขากลับมาอีกครั้งในปี 2025 ในตำแหน่ง Staff Software Engineer แต่รอบนี้เขากลับอยู่ได้เพียงปีเศษ ๆ ก่อนจะตัดสินใจลาออก เพราะทนเห็นวัฒนธรรมองค์กรที่เปลี่ยนไปไม่ไหว
ปัจจุบัน Amin เลือกทางเดินใหม่ด้วยการเป็น ที่ปรึกษาซอฟต์แวร์อิสระ (Principal Software Consultant) เพื่อทวงคืนอิสระในการคิดและการทำงานเขาทิ้งท้ายด้วยประโยคที่เป็นการแอบจิกกัดเทรนด์เทคโนโลยีปัจจุบันว่า
เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า... ดีกว่าสำหรับมนุษย์นะ ไม่ใช่สำหรับพวก AI เอเจนต์บ้าบอ! 🍻
เรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า แม้จะมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแค่ไหน แต่ถ้าละเลยความสุขของคนทำงานและกระบวนการที่ถูกต้อง แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ก็อาจเสียบุคลากรระดับมันสมองไปได้อย่างง่ายดาย
อ้างอิง: https://www.linkedin.com/in/amshali/
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด