Microsoft AI เปิดตัวโมเดลถอดเสียงเรียลไทม์ Transcribe-2-Streaming และ Voice-2.1 ตรวจจับภาษาและแปลอัตโนมัติ ไม่ต้องรอพูดจบ

Microsoft AI (MAI) เปิดตัว MAI-Transcribe-2-Streaming โมเดลถอดเสียงพูดเป็นข้อความแบบเรียลไทม์ตัวแรกของบริษัท และขึ้นอันดับ 1 ด้านความแม่นยำบน Artificial Analysis แพลตฟอร์มจัดอันดับโมเดล AI อิสระได้ตั้งแต่เปิดตัว จุดเด่นคือโมเดลไม่ต้องรอให้คนพูดจบประโยค แต่ทยอยแปลงเสียงเป็นข้อความไปพร้อมกับที่ได้ยิน รองรับทั้งหมด 60 ภาษา

พร้อมกันนี้ Microsoft AI ยังเปิดตัวโมเดลสร้างเสียงพูดจากข้อความ (Text-to-Speech) อีกสองรุ่น ได้แก่ MAI-Voice-2.1 ที่ใช้เสียงเดียวพูดได้หลายภาษาด้วยสำเนียงเจ้าของภาษา และ MAI-Voice-2.1-Flash รุ่นที่เร็วกว่าและถูกกว่า ทั้งสามโมเดลออกแบบมาให้ใช้ร่วมกัน เพื่อให้นักพัฒนาสร้างเอเจนต์เสียง (Voice Agent) หรือ AI ที่คุยโต้ตอบกับคนด้วยเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งฟังแม่นและพูดชัด

ถอดเสียงได้ตั้งแต่คนยังพูดไม่จบ

หลักการทำงานของ MAI-Transcribe-2-Streaming คือการเขียนร่างไปก่อน หลังได้ยินเสียงเพียงราว 100 มิลลิวินาที โมเดลจะส่งข้อความฉบับร่าง (Partials) ออกมาทันที แล้วแก้คำให้ถูกต้องขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้ยินบริบทมากขึ้น ก่อนสรุปเป็นข้อความฉบับจริงที่ไม่เปลี่ยนอีก ระหว่างนั้นโมเดลยังแยกได้เองว่าผู้พูดใช้ภาษาอะไร โดยไม่ต้องตั้งค่าภาษาไว้ก่อน

ข้อความฉบับร่างนี้เองที่ทำให้แอปพลิเคชันเริ่มทำงานได้เร็วขึ้น เอเจนต์เสียงไม่ต้องรอให้ผู้ใช้พูดจบ แต่เริ่มคิดหาคำตอบหรือเรียกใช้เครื่องมือได้ตั้งแต่กลางประโยค ส่วนงานที่ต้องแสดงข้อความแบบสด ๆ อย่างการพิมพ์ด้วยเสียงหรือซับไตเติลแบบเรียลไทม์ ผลทดสอบภายในของ Microsoft AI พบว่าคำพูดขึ้นเป็นตัวหนังสือเร็วกว่าคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด 2 เท่า

เร็วขึ้น แต่ความแม่นยำไม่ตก

แต่การถอดเสียงเร็วจะไม่มีประโยชน์ถ้าถอดผิด และนี่คือจุดที่ MAI-Transcribe-2-Streaming ทำได้ดี บน Artificial Analysis โมเดลได้อันดับ 1 ด้านความแม่นยำ ทั้งข้อความฉบับร่างและฉบับจริง

เมื่อวัดความแม่นยำควบคู่กับความเร็ว โมเดลยังอยู่ในกลุ่มที่สมดุลที่สุด (Pareto Frontier) หมายความว่าไม่มีโมเดลไหนที่ทั้งแม่นกว่าและเร็วกว่าในเวลาเดียวกัน Microsoft AI จึงบอกว่าความแม่นยำที่สูงขึ้นไม่จำเป็นต้องแลกกับการตอบสนองที่ช้าลง ส่วนราคาช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 0.54 ดอลลาร์ต่อเสียง 1 ชั่วโมง ไปจนถึงสิ้นปีนี้

MAI-Voice-2.1 เปลี่ยนภาษาได้ แต่เสียงยังเป็นคนเดิม

เมื่อฝั่งการฟังพร้อมแล้ว อีกครึ่งหนึ่งของบทสนทนาคือการพูด MAI-Voice-2.1 เป็นโมเดลสร้างเสียงพูดที่รองรับหลายภาษาได้ดีที่สุดของ Microsoft AI ในตอนนี้ ครอบคลุม 23 ภาษาและ 26 สำเนียงตามประเทศ (Locale) เช่น ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันกับแบบบริติช

ความพิเศษคือเสียงหนึ่งเสียงพูดได้ทุกภาษาในสำเนียงของเจ้าของภาษา ถ้าให้พูดภาษาอังกฤษ ต่อด้วยจีนกลาง แล้วเปลี่ยนเป็นเยอรมัน คนฟังจะยังรู้ว่าเป็นเสียงของคนเดิม แต่สำเนียงจะเปลี่ยนไปตามภาษานั้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่พูดทุกภาษาด้วยสำเนียงเดียวกันหมด

สำหรับธุรกิจ นี่หมายความว่าแบรนด์ใช้เสียงประจำแบรนด์เพียงเสียงเดียวได้ในทุกตลาด แอปติวหนังสือสลับภาษากลางบทเรียนได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเสียงผู้สอน และผู้ช่วย AI ตอบกลับเป็นภาษาเดียวกับที่ผู้ใช้พูดมาได้ด้วยเสียงเดิม MAI-Voice-2.1 คิดราคา 22 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านตัวอักษร

MAI-Voice-2.1-Flash รุ่นเร็วและถูก สำหรับงานปริมาณมาก

ถ้างานต้องการความเร็วและต้องสร้างเสียงจำนวนมาก Microsoft AI มี MAI-Voice-2.1-Flash ให้เลือก รุ่นนี้รองรับภาษาเท่ากับ MAI-Voice-2.1 และใช้เสียงเดียวพูดข้ามภาษาได้เหมือนกัน แต่ปรับให้ตอบสนองเร็วขึ้น สร้างเสียงยาว 45 วินาทีได้โดยใช้เวลาตอบสนองรวม (End-to-end Latency) เพียง 150 มิลลิวินาที

ความเร็วที่เพิ่มขึ้นยังมาพร้อมราคาที่ลดลง Flash ประมวลผลเร็วขึ้น 55% และถูกกว่าโมเดลระดับเดียวกันราว 60% ด้วยราคา 15 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านตัวอักษร ซึ่ง Microsoft AI บอกว่าเป็นราคาที่ดีที่สุดในกลุ่ม เมื่อทั้งเร็ว เสียงดี และคุ้มค่า Flash จึงเหมาะจะใช้คู่กับ MAI-Transcribe-2-Streaming ในการสร้างเอเจนต์เสียงที่คุยได้ลื่นไหล

ทั้งสองรุ่นยังโคลนเสียง (Voice Cloning) ได้ทุกภาษาที่รองรับ โดยใช้ตัวอย่างเสียงเพียงไม่กี่วินาที แบรนด์จึงนำเสียงของตัวเองมาใช้ได้ง่าย และเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด โมเดลจึงมีระบบตรวจสอบความยินยอมของเจ้าของเสียง (Consent Guardrails) ติดมาด้วย

ทำไมต้องใช้คู่กัน เพราะเอเจนต์เสียงต้องแข่งกับเวลา

เหตุผลที่ Microsoft AI เปิดตัวโมเดลฟังและโมเดลพูดพร้อมกัน มาจากวิธีทำงานของเอเจนต์เสียง ทุกครั้งที่คุยกับคน เอเจนต์ต้องฟัง ทำความเข้าใจ ตัดสินใจ แล้วพูดตอบ และต้องทำทั้งหมดให้จบเร็วพอที่คนฟังยังรู้สึกว่ากำลังคุยกันอยู่ ถ้าขั้นไหนช้า เวลาที่เหลือให้ขั้นอื่นก็น้อยลง

การใช้ MAI-Transcribe-2-Streaming คู่กับ MAI-Voice-2.1-Flash จึงช่วยประหยัดเวลาได้ทั้งตอนฟังและตอนพูด เวลาที่เหลือเปิดโอกาสให้เอเจนต์คิดวิเคราะห์ เรียกใช้เครื่องมือ และตรวจคำตอบของตัวเองได้มากขึ้น โดยที่จังหวะการคุยยังเป็นธรรมชาติเหมือนคนคุยกัน

จากชุดโมเดลนี้ นักพัฒนาสร้างงานได้แล้วหลายแบบ เช่น เอเจนต์บริการลูกค้าที่ถอดคำพูดไปพร้อมกับที่ลูกค้าพูด เริ่มจัดการให้ก่อนลูกค้าพูดจบ แล้วตอบกลับด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติ ผู้ช่วยหลายภาษาที่รู้เองว่าผู้ใช้พูดภาษาอะไร แล้วตอบกลับได้ใน 23 ภาษาด้วยเสียงเดิมและสำเนียงเจ้าของภาษา รวมถึงสื่อการเรียนรู้และสื่อแบบโต้ตอบที่ใช้หลายเสียงแยกตามตัวละคร ทั้งการติวหนังสือ การเล่นบทบาทสมมติ การจำลองสถานการณ์ และการเล่าเรื่อง

ลองได้แล้วผ่านเดโม Chatter

การทำงานจริงเมื่อทั้งสามโมเดลทำงานร่วมกันดูได้จาก Chatter เดโมเอเจนต์เสียงที่ Microsoft AI ทำไว้ใน MAI Playground

สำหรับการใช้งานจริง ทั้งสามโมเดลเปิดให้ใช้แล้วผ่าน Microsoft Foundry, MAI Playground, Vercel และ Azure Voice Live ส่วน LiveKit จะตามมาเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ MAI-Voice-2.1 และ MAI-Voice-2.1-Flash ยังใช้ผ่าน OpenRouter ได้ด้วย

ที่มา: Microsoft AI

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Anthropic เปิดตัว Claude Duet เฝ้าแอปที่เราใช้ ปิดเครื่องแล้วงานรันต่อ ทักหาคนได้ถ้ามีเรื่องต้องตัดสินใจ

Anthropic เปิดตัว Claude Duet agent เชิงรุกที่เฝ้าแอปที่เชื่อมไว้ ทำงานต่อบนเครื่องเสมือนแม้ปิดคอม และถามก่อนส่งข้อความ จ่ายเงิน เซ็นเอกสาร หรือลบข้อมูล เปิดทดลองผ่าน waitlist ให้ผ...

Responsive image

ถ้าสร้างบริษัทวันนี้ จะออกแบบแบบเดิมไหม โจทย์ที่ กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล ฝากผู้นำองค์กรไทย

คุณกระทิง เรืองโรจน์ พูนผล ฝากผู้นำองค์กรบนเวที Nation Forum 2027 ให้เลิกเอา AI ไปเร่งงานแบบเดิม ถามว่าถ้าสร้างบริษัทวันนี้ที่มี AI ตั้งแต่วันแรก จะออกแบบแบบเดิมไหม พร้อมเรื่อง Age...

Responsive image

'ซิกเว' บอกองค์กรยุค AI จะเป็นนาฬิกาทราย ยังต้องมีคนรุ่นใหม่ที่ใช้ AI เป็นและคนมีประสบการณ์ไว้ต่อยอดงาน แต่ผู้จัดการระดับกลางจะลดลง

คุณซิกเวเล่าว่าความสามารถของ AI เพิ่มขึ้นเท่าตัวทุก 3 เดือน ซึ่งเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีครั้งไหน ๆ เร็วกว่าตอนอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นเสียอีก และยังไม่มีใครรู้แน่ว่าจะไปจบที่...